บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 อย่างนี้ดีกว่าหรือไม่ !

ส่วนจันทรดีใจจนเนื้อเต้น ประกายความสุขอิ่มเอิบทั่วใบหน้า ได้หมอแสงเป็นผัวดีกว่าไอ้กล่ำเป็นไหน ๆ ความรวยไม่แพ้แต่ความหล่อล้ำหน้า ซ้ำหมอแสงยังเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนในหมู่บ้านอีก

คนกำลังจะมีผัวใหม่เดินผิวปากเป็นจังหวะเพลงผ่านป่าช้าข้างวัดกลับกระต๊อบเพื่อไปเตรียมเนื้อเตรียมตัวจะออกเรือนในอีกห้าราตรีข้างหน้า แต่ก่อนจันทรไม่เคยบ่นเรื่องดินตรงป่าช้าแข็งแต่อย่างไร วันนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าดินนี้แข็งยิ่งนัก ไม่เหมาะกับฝ่าเท้าของหญิงกำลังจะออกเรือนเช่นเธอ

“ฝ่าตีนด้านหมด” หญิงสาวบ่นพลางพลิกฝ่าเท้าขึ้นมอง เห็นทีจะต้องขัดสีฉวีวรรณกันยกใหญ่ จะออกเรือนทั้งที ปล่อยให้ฝ่าตีนแตกระแหงเหมือนดินหน้าแล้งมิได้หรอก

ถึงกระต๊อบน้อยจันทรก็หยิบเสียมเล็ก ๆ ข้างกระต๊อบเดินเข้าป่าหายไปขุดขมิ้นได้หัวใหญ่เท่าฝ่ามือ ขูดกับหินหยาบแล้วผสมดินสอพองสำหรับขัดตัว เป็นเจ้าสาวผิวต้องเนียนผ่องแผ้วอำไพ ยามเดินไปที่ไหนคนจะได้ไม่ดูถูกตัวเธอ

จันทรยามนี้หัวใจปลอดโปร่ง หมอแสงรูปงามซ้ำยังดูเป็นโล้เป็นพายกว่าไอ้กล่ำหลายเท่านัก หากได้ออกเรือนกับหมอแสงเธอคงสุขสบาย มีกินมีใช้ไม่อดอยาก ทั้งยังเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวบ้าน ผู้หญิงในหมู่บ้านหลายคนคงอิจฉา พวกชาวบ้านก็คงจะเลิกดูถูกดูแคลนเธอ

หลังอาบน้ำอาบท่าขัดสีฉวีวรรณจนผิวตัวนวลผ่อง จันทรก็มานั่งอาบแสงจันทร์ให้เนื้อตัวเปล่งประกายหน้าเหลืองอ๋อยนั่งหน้ากระต๊อบ สัปเหร่อเชยสะพายย่ามใส่อุปกรณ์ทำศพเดินผ่านมาพอดี เห็นหญิงสาวที่ตัวเองรักเหมือนลูกหลานนั่งหน้าแฉล้มแช่มช้อยตรงแคร่หน้ากระต๊อบก็อดทักไม่ได้

"เอ็งไปอาบน้ำมารึอีจัน"

"ใช่จ้ะ"

ถึงว่าหน้ามันเหลืองเชียว

จันทรเรียกสัปเหร่อเชยมากินข้าวบนเรือนด้วย ถือโอกาสนี้จะได้บอกกล่าวเรื่องราวการออกเรือนให้รู้ด้วย

มื้ออาหารเป็นปลาเค็มกับข้าวเปล่าสองห่อ หลวงพ่อที่วัดแบ่งมาให้ สัปเหร่อเชยแวะไปผลัดผ้าที่กระต๊อบของตัวเอง ก่อนจะนุ่งผ้าขาวม้าผืนพาดบ่าอีกผืนกลับมานั่งร่วมวงกินข้าว คนสูงวัยรับฟังข่าวด้วยความรู้สึกไม่อยากสนใจแต่ก็ต้องสนใจเพราะรู้ว่าหมดจากแกจันทรเองก็ไม่มีใครแล้ว พวกผู้หญิงในหมู่บ้านไม่มีใครอยากคบกับผู้หญิงปลงศพ กลัวไปต่าง ๆ นานาว่าถ้าสุงสิงกับจันทรจะมีผีตามกลับเรือนไปด้วย

เพ้อเจ้อเสียไม่มี

ส่วนพวกผู้ชายไม่ต้องพูดถึง ว่าจันทรเหม็นน้ำเหลืองบ้าง ว่าสกปรกบ้าง ผู้ใหญ่ก็ไม่ใคร่จะเอ็นดูหาว่าจันทรก้าวร้าว มีแค่สัปเหร่อเชยคนที่เลี้ยงจันทรมาตั้งแต่เด็ก ๆ เท่านั้นที่รู้ว่าหญิงสาววัยสิบเจ็ดฝนตรงหน้าอ้างว้างโดดเดี่ยวมากแค่ไหน

“ฉันจะออกเรือนจ้ะ”

"เอ็งจะออกเรือนอีกแล้วรึ"

ไอ้กล่ำเพิ่งเปลี่ยนเส้นทางขบวนขันหมากไปเมื่อไม่กี่วันก่อน นังจันทรมันไปหาผัวจากไหนมาอีกวะ

ไวจริง !

ในความคิดของสัปเหร่อเชย แค่ไอ้กล่ำก็เหลือทนเต็มที ไม่เอาอ่าว เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ งานการไม่ทำ แทนที่จะเข้ารับราชการให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาหรือสร้างความภูมิใจกับพ่อแม่และวงศ์ตระกูลกลายเป็นว่าหมื่นกล้าต้องจ่ายเบี้ยปรับให้ทางการเพื่อให้ลูกชายละเว้นจากการทำงาน ครั้นจะไปขายของไอ้กล่ำก็เกียจคร้านเกินกว่าจะทำ

ตอนจันทรมาบอกว่าจะออกเรือนกับไอ้กล่ำ สัปเหร่อเชยก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ ตอนไอ้กล่ำเปลี่ยนใจสัปเหร่อเชยทั้งเจ็บใจและโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เจ็บตรงที่มันเทจันทรทิ้งหน้าตาเฉย ส่วนโล่งใจก็เพราะว่าจันทรจะได้ไม่ต้องมีผัวไม่เอาอ่าวมาร่วมเรียงเคียงหมอนด้วย

ไม่คิดว่าแค่ไม่กี่วันจันทรจะหาคนใหม่มาออกเรือนด้วยได้แล้ว

สัปเหร่อเชยถอนหายใจ ผู้ชายที่จะออกเรือนกับผู้หญิงกำพร้าปลงศพไปวัน ๆ คงไม่แคล้วเป็นพวกไม่เอาอ่าวสำมะเลเมาพึ่งพาไม่ได้อีกแล้วเป็นแน่

"ใช่จ้ะลุง"

"คราวนี้เอ็งจะออกเรือนก็ใครล่ะ"

"หมอแสงจ้ะ ลูกชายแม่อบเชยที่ชอบมาทำบุญที่วัดเราบ่อย ๆ ไงจ๊ะ"

“เอ็งว่ากระไรนะ” สัปเหร่อเชยสำลักข้าวพรวด ไอ้ที่กำลังจะกระเดือกก็กินไม่ลงอีกต่อไป ยกขันน้ำขึ้นจิบตาเหลือกตาลาน “ไอ้หมอแสงที่เป็นหมอเสน่ห์น่ะรึ”

“ใช่จ้ะ” จันทรหน้าแป้น แก้มใสขึ้นสีเรื่อ

ผิดกับสัปเหร่อเชยที่หน้าซีดเซียวแววตาไร้แวว ข้าวจะกลืนลงท้องยังคาอยู่ที่ปาก “เอ็งไม่รู้รึอีจันว่าไอ้หมอแสงมันโหดเหี้ยมขนาดไหน”

“โหดเหี้ยม” จันทรไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าหมอแสงโหดเหี้ยม สิ่งที่ได้ยินมาตลอดคือถ้อยคำชื่นชมจากผู้คนในหมู่บ้านว่าน้ำมันพรายแลอาคมของหมอแสงได้ผลชะงัดนักแล ซ้ำรูปร่างหน้าตาก็งดงามเป็นที่หมายปองต้องใจของสาว ๆ ในหมู่บ้าน

“มันเลี้ยงกุมาร” สัปเหร่อเชยว่า ยกขันน้ำฝนขึ้นดื่มให้โล่งคอก่อนจะอธิบายต่อ

“อย่างนั้นหรอกหรือจ๊ะ”

เรื่องนั้นเธอก็รู้ ก็น่าจะกุมารทองของหมอแสงนั่นแหละมาหลอกเธอเมื่อครั้งก่อน ข่มขู่ว่าไม่ให้ไปเรือนหมอแสงอีก วันนั้นจันทรช่วยสัปเหร่อเชยเผาและเก็บเถ้าจากศพยัยปริก หมอตำแยในหมู่บ้าน กุมารทองหลอกจนเธอรำคาญ ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป จันทรง่วงนอนเต็มที ในเมื่อไล่ไม่ไปก็สาปแช่งกันไปเลยให้มันจบ ๆ

หญิงสาวลุกหยิบธูป ถือออกไปจุดหน้ากระต๊อบ กำลังจะกลับปักหัวลงดินเพื่อสาปแช่ง มือเย็นยะเยือกก็จับข้อมือเธอไว้ ทำตาปริบ ๆ ออดอ้อนร้องขอความเมตตา

“ถ้าพี่แช่งฉันฉันจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด”

“ก็ถ้าเอ็งยังไม่ไป ข้าก็จะแช่งไม่ให้เอ็งได้ไปผุดไปเกิด”

กุมารทองตนนั้นจึงหายวับไปกับตา

ก็ไม่เห็นจะแปลกกระไร คนทั่วไปบางคนยังเลี้ยง นับประสาอะไรกับหมอเสน่ห์เล่า

“นั่นแหละลูกมัน”

“ลูก” จันทรไม่กระจ่างแจ้งในสิ่งนี้ “หมอแสงไม่เคยมีเมียสักหน่อย จะมีลูกได้อย่างไรลุงเชย บ้าไปแล้ว” เธอไม่เคยได้ยินว่าหมอแสงร่วมเรียงเคียงหมอนกับใครมาก่อนเลย

“บ้าอะไรเล่า” สัปเหร่อเชยว่า เชื่อมั่นว่าตนเองไม่ได้เข้าใจผิดสักนิดเดียว “ผู้ชายมันมีเมียได้ทั้งนั้นแหละ แค่มันจะยกย่องใคร”

“อย่างนั้นหรอกรึ” จันทรคิดตาม “อย่างนั้นหมอแสงคงจะยกย่องฉัน ไม่อย่างนั้นคงไม่ประกาศทั้งเรือนว่าให้ฉันไปเป็นเมีย”

“ข้าไม่รู้หรอกว่ามันจะยกย่องเอ็งหรือไม่ แต่ไอ้กุมารทองน่ะ ไอ้หมอแสงมันผ่าเอามาจากท้องเมียมัน ตอนมันผ่าข้าก็อยู่ด้วย มันเอาลูกมันออกมาแล้วมันก็ร้องห่มร้องไห้กรีดร้องเหมือนคนบ้า มันคงรู้สึกผิด”

“รู้สึกผิดเรื่องเอาลูกไปทำกุมารหรือจ้ะ”

“คงอย่างนั้นแหละ”

สัปเหร่อเชยจำได้เพียงว่าตอนเกิดเรื่องจันทรน่าจะยังเล็ก สักเก้าขวบสิบขวบเห็นจะได้ ช่วงเวลาสายเด็กหญิงยังนอนอุดอู้ในกระต๊อบ ส่วนแกได้ยินเสียงหมอแสงมาเรียกที่หน้ากระท่อมให้ตามไปยังป่าช้า

ถึงป่าช้ามีศพหญิงสาวผมยาวสวมผ้าแถบสีแสด นุ่งโจมกระเบนสีเข้มนอนนิ่งไม่ไหวติง หมอแสงหยิบมีดขึ้นมากรีดลงตรงท้องนูน ก่อนจะร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลน่าเวทนา

หลังจากได้ร่างทารกในท้องหมอแสงก็เอาใส่หม้อ เดินร้องไห้กลับไปที่เรือน พลางฝากฝังให้แกฝังศพหญิงสาวผู้โชคร้ายให้พร้อมกับทิ้งเงินทำศพไว้จำนวนหนึ่ง

“เขาว่ามันลอบได้บ่าวในเรือนเป็นเมีย พอมีลูกก็ผ่าท้องเอาเด็กมาทำกุมารเพราะไม่อยากได้ลูกจากเมียบ่าว ผู้คนจะติฉินนินทาเอา ขืนเอ็งออกเรือนกับมันไป ข้ากลัวว่าพอเอ็งท้อง มันก็จะฆ่าเอ็งเอาลูกเหมือนที่มันเคยทำ ไอ้แสงน่ะมันไม่ใช่คนดีเด่อะไรหรอกเว้ยจันทร” สัปเหร่อเชยตักเตือนให้จันทรได้คิด “ถ้ามันไม่เจ้าเล่ห์เพทุบายมีหรือมันจะเป็นหมอเสน่ห์ได้ คนอย่างไอ้แสงน่ะก็ผูกมิตรคนนั้นคนนี้เพื่อผลประโยชน์ของมันนั่นแหละ”

จันทรนึกหน้าตายียวนของหมอแสงขึ้นมา นึกถึงผู้คนรายล้อมรอขอความช่วยเหลือแล้วไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มผู้ได้รับความนับถือจากผู้คนจะมีใจคอโหดเหี้ยมขนาดนั้น แต่สัปเหร่อเชยก็ไม่เคยโกหกเธอเช่นกัน หากจะนับหมอแสงกับสัปเหร่อเชย หญิงสาวยอมรับว่าเอนเอียงไปทางสัปเหร่อเชยมากกว่า

กระนั้นความตั้งใจในการออกเรือนก็ยังไม่ถูกล้มเลิก หากหมอแสงเป็นดังเช่นที่สัปเหร่อเชยว่า เธอก็ไม่น่าจะมีอะไรต้องกังวล จันทรเชื่อว่าตัวเองไม่มีประโยชน์ เงินไม่มี ความสวยก็ไม่ถึงขนาดเอาไปอวดใครได้ ผลประโยชน์อื่น ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีแค่ข้าวก้นบาตรพระนั่นแหละพอจะแบ่งให้ได้ ส่วนเรื่องว่าเขาจะผ่าท้องเอาลูก

ก็ไม่ยาก !

อย่าท้องเสียก็สิ้นเรื่อง

“เอาอย่างนี้ดีมั้ยจ๊ะ” จันทรเลียริมฝีปากแห้งผาก แววตามุ่งมั่นไม่หวั่นไหว “ถ้าหากว่าหมอแสงจะฆ่าฉันเอาลูกในท้อง” หญิงสาวหยุดหายใจแวบนึง เงยหน้าจากจานข้าวขึ้นสบตากับสัปเหร่อเชยเปิดเผยความเชื่อมั่นให้อีกฝ่ายมั่นใจว่า “อย่างนั้นฉันจะระมัดระวังไม่ตั้งท้องดีมั้ยจ้ะ”

#นิยายรัก #รักหวาน #นิยายออนไลน์ #แนะนำนิยาย #อ่านนิยายออนไลน์ #hinovel

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel