บทย่อ
"ถ้ามึงอยากมีผัวมากนัก" หมอแสงคำรามลั่น วินาทีความโกรธความรำคาญครอบงำจิตใจ ปากเหยียดตรงน่าเสน่หาก็เผลอปลดปล่อยวาจาผูกรัดมัดตัว "ก็มาเป็นเมียกูนี่มา!" ...................................................................................................................................................... เพราะความรำคาญปนหงุดหงิดทำให้หมอแสง หมอเสน่ห์หน้าหล่อ เอาแต่ใจ และไม่คิดจะมีเมียเป็นตัวเป็นตน เผลอปากพล่อยท้าทายผู้หญิงกำพร้าไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างจันทรให้มาเป็นเมีย ใครจะไปคิดเล่าว่านังผู้หญิงบ้าจะเอาจริง "อย่างนั้นอีกห้าราตรีก็ไปรับฉันที่เรือนเถิด" ถึงจะเรียกว่าเรือนแต่แท้จริงเป็นเพียงกระต๊อบเล็ก ๆ ข้างป่าช้าเท่านั้น "ฉันจะแต่งตัวสวยงามประพรมน้ำอบรอพ่อหมอไปรับ" ตอนนั้นหมอแสงได้เพียงยืนอึ้ง พูดอะไรไม่ออก เกิดมาไม่เคยเห็นแม่หญิงหน้าด้านหน้าทนน่าโมโหเยี่ยงจันทรมาก่อน แต่เอาเถอะ ถ้ามันกล้ามา เขาจะทรมานมัน จะใช้มันทำงานเยี่ยงทาส กดขี่ข่มเหงให้มันทนไม่ไหว ต้องระเห็จเร่ร่อนออกจากเรือนนี้ไปด้วยตัวเอง !!!!
พ่อหมอเจ้าคะ อย่าร้ายกับเมียให้มากนัก
หากจะนับเรื่องที่โด่งดังเป็นขี้ปากชาวบ้านชุมชนริมแม่น้ำจระเข้สามพันแห่งสุพรรณบุรีในตอนนี้ ไม่มีเรื่องไหนนินทาได้สนุกปากเท่าเรื่องไอ้กล่ำลูกชายหมื่นกล้าเลี้ยวขบวนขันหมากจากกระต๊อบแม่หญิงปากดีอย่างจันทร ผู้ช่วยปลงศพของสัปเหร่อเชย เปลี่ยนไปเรือนของดวงเดือน สาวสวยประจำหมู่บ้านแทน
ทั้งยังหอบทองคำแท่งเอย เครื่องประดับและผ้าพับจากอินเดียเอย เปอร์เซียเอย ไปเป็นหีบ ๆ ปล่อยว่าที่เจ้าสาวคนแรกให้กลายเป็นหญิงผู้น่าสมเพชแห่งสุพรรณบุรีไปเสียนี่
“โอ้ย ! อีจันมันคิดเองเออเองหรือเปล่าหรอก ไม่ใช่เขาเรียกมันไปช่วยยกหีบของกำนัล ก็เข้าใจไปว่าเขาจะไปขอเหรอ” ยายน้อมพูดไปหัวเราะไป ชาวบ้านนั่งรอบ ๆ พลอยหัวเราะครืนไปด้วย
ทุกคนรู้ดี..หญิงสาวนามว่าจันทรเป็นแค่ผู้ช่วยปลงศพ ใครเล่าจะอยากได้เป็นเมีย เหม็นน้ำเหลือง ซ้ำน่ากลัวผีจะตามขึ้นเรือน ไม่นับเรื่องว่ากำพร้า ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า อาศัยอยู่กับสัปเหร่อที่วัด ขอข้าวก้นบาตรพระกินไปวัน ๆ เท่านั้น
“ถึงไอ้กล่ำมันจะหน้าตาไม่เอาอ่าว แต่ท่านหมื่นน่ะ ใครก็รู้ว่าร่ำรวยมีหน้ามีตา ท่านไม่เอาหรอกสะใภ้ไม่มีหัวนอนปลายตีนแบบอีจันทร”
หลายคนเห็นด้วย เรื่องนี้น่าแปลกตั้งแต่ว่าลูกชายหมื่นกล้าไปขอผู้ช่วยสัปเหร่อแล้ว ดูไม่น่ามีความเป็นไปได้ แล้วก็เป็นไปไม่ได้อย่างที่หลายคนคิดจริง ๆ
วันนี้ตรงกับวันแรมสิบห้าค่ำพอดี ชาวบ้านหลายชีวิตมารวมกันอยู่เรือนหมอแสง เป็นเรือนหมู่อยู่ร่วมกันหลายหลัง มีพื้นชานเรือนตรงกลางเชื่อมถึงกัน
ชาวบ้านทั้งหมดนั่งหน้าเรือนพิธี ข้างกันเป็นเรือนนอนหมอแสง ทุกคนล้วนเฝ้ารอหมอเสน่ห์ผู้โด่งดังออกมาทำพิธีปัดเป่าเสนียดจัญไร ลงนะหน้าทอง ไปถึงขอซื้อขี้ผึ้งมหาเสน่ห์สำหรับใช้ในการเจรจาค้าขาย ต่อรองทำมาหากิน แต่ที่ชาวบ้านอยากได้มากที่สุดคือน้ำมันพราย !
น้ำมันพรายของหมอแสงโด่งดังว่าให้ผลสัมฤทธิ์ดีเยี่ยม ผัวเมียรายไหนเกลียดขี้หน้าถึงขนาดจะฆ่ากันตายป้ายไปทีเดียวก็กลับมารักกันดังเดิม ผัวใครไปมีเมียน้อยหลงเสน่ห์ผู้หญิงต่างถิ่นต่างเมือง ขอแค่เมียได้น้ำมันพรายจากเรือนหมอแสงไปป้ายใส่สักหน่อย ขี้คร้านจะคลานตามเมียกลับเรือนแทบไม่ทัน
“ทำไมเหรอจ๊ะ ไม่มีหัวนอนปลายตีนแบบฉันมันทำไมเหรอจ๊ะ”
หญิงสาวใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ หน้าตาเนื้อตัวกระมอมกระแมม ผมเผ้ารุงรังรวบด้วยเศษไม้ปักยึดไว้แทนปิ่นปักผม เหตุเพราะเจ้าตัวไม่ได้มีเงินทองมากมายขนาดจะซื้อเครื่องประดับได้แม้เพียงชิ้นเดียวเดินขึ้นมาบนเรือนพร้อมคำถามชวนสงสัย
เจ้าของชื่อจันทรตรงมาหยุดหน้านางน้อม สายตาอันเต็มไปด้วยคำถามกวาดมองคนบนเรือนหมอแสงทีละคน
นางน้อมนี่ก็แม่ค้าในตลาด ผัวเพิ่งตาย หลายเดือนก่อนยังมาร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าให้เธอช่วยปลงศพผัวดี ๆ อยากให้ผัวไปสู่สุคติอยู่เลย ข้างนางน้อมคือตาแย้ม อาชีพทำนา ลูกชายเพิ่งโดนงูกัดตาย เคยร้องห่มร้องไห้ให้เธอเก็บเถ้ากระดูกลูกชายใส่กล่องอย่าให้เหลือแม้แต่เพียงหยิบมือ กลัวว่าเกิดชาติหน้าลูกจะพิกลพิการอวัยวะไม่ครบสามสิบสอง
ส่วนนั่น ! นั่งหน้าแท่นนั่งของหมอแสงเป็นคนเลี้ยงควาย ให้เธอช่วยเผาควายที่ตายให้เมื่อไม่นานมานี่เหมือนกัน
ทุกคนในหมู่บ้านล้วนต้องเกี่ยวข้องอ้อนวอนร้องขอความช่วยเหลือจากเธอทั้งนั้น เสร็จแล้วก็มานั่งนินทาเหยียดหยามเธอฉอด ๆ ราวกับลืมไปว่าเคยอ้าปากร้องขอสิ่งใดกันมาก่อน บางคนไม่ยัดเงินปากผีเอาไว้ให้เป็นค่าปลงศพด้วยซ้ำ
ไม่ละอายปาก ไม่ละอายใจบ้างเลย
“ข้าน่ะไม่อะไรหรอก" ยายน้อมเปลี่ยนท่าทีไวยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี สลับขาข้างพับเพียบกระพริบตาปริบ ๆ เปลี่ยนจากนินทาเป็นเข้าข้างฉับพลัน “คะ แค่จะว่าพ่อกล่ำเขาทำไม่ถูก ตกลงกันไว้ดิบดีแล้วมาเปลี่ยนใจอย่างนี้ไม่เป็นลูกผู้ชายเลย”
“เมื่อกี้ฉันไม่ได้ยินป้าพูดอย่างนี้เลยจ้ะ” จันทรโค้งหน้าลงมาถาม คนอย่างยายน้อมต้องสู้กันซึ่ง ๆ หน้านี่แหละถึงจะสนุก “ป้าบอกว่าฉันไม่มีหัวนอนปลายตีน จะไม่มีได้อย่างไรจ้ะ” จันทรยื่นหัวเข้าไปจ่อหน้านางน้อม อีกฝ่ายตกใจผงะหนี ตกอกตกใจ หัวใจเกือบจะวาย
“หัวฉันอยู่นี่”
จากนั้นยกเท้ายื่นไปให้เห็น ทำท่าเหมือนจะยัน นางน้อมตกใจผงะเกือบหงายท้อง “ส่วนตีนฉันก็อยู่นี่”
“ว้าย !” คนขี้นินทาเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ถูกกระทำ “นังจันเอ็งมาทำอย่างนี้ได้อย่างไร ข้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มายื่นหัวยื่นเท้าให้ข้าแบบนี้ ตกนรกหมกไหม้ขึ้นมาจะทำอย่างไร”
“ถ้าฉันตกนรกฉันจะเอาป้าลงไปด้วย ข้อหาผิดศีลข้อสี่ มุสาวาทาพูดจาส่อเสียดว่าร้าย”
“ข้าไปว่าร้ายอะไรเอ็ง”
“ก็ว่าฉันไม่มีหัวนอนปลายตีนน่ะสิ ฉันถึงได้เอาให้เห็นไงว่ามี หรือจะดูอีก” จันทรทำท่าจะยกเท้าขึ้นอีกรอบ ยายน้อมร้องห้ามปากคอสั่น
“ข้าไม่ดูแล้ว ไม่ดู”
จากนั้นยายน้อมก็หันหน้าหนีไปทันที
จันทรเดินแหวกชาวบ้านไปหน้าแท่นนั่งหมอแสง ตอนนี้แท่นนั่งว่างเปล่า ยังไม่ใช่เวลาที่หมอแสงจะออกมา
“หมอแสงไปไหน” จันทรถามไอ้ชิดกับไอ้ชมลูกสมุนคนสนิททั้งสองของหมอแสงซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ รอเจ้านายมันออกมาเหมือนกัน
ไอ้ชิดกับไอ้ชมเป็นพี่น้องกัน คนหนึ่งสูงใหญ่ไหล่กว้างหน้าตาดุดัน แต่คนหนึ่งกลับผอมแห้งแรงน้อยไหล่ลู่ดูไม่มีสง่าราศี พูดจาเสียงเบาเสียงค่อยจนต้องตะคอกถามซ้ำบ่อย ๆ
“ยังไม่มาหรอก ไปนั่งรอโน่น” ไอ้ชิดส่งเสียงดุ ทำหน้าเข้มขึงขัง
“เอ็งไปตามมาให้หน่อย”
“จะมากไปแล้วอีจัน” ไอ้ชิดปรามผู้มาใหม่ “คนอื่นเขาก็รอพ่อหมอกันทั้งนั้น เอ็งเป็นใครเสร่อมาแซงคิว”
“ฉันไม่ได้แซง ฉันมีเรื่องด่วน”
“เรื่องด่วนอะไรของแม่จ๊ะ” ไอ้ชมถามเสียงนุ่ม กระลิ้มกะเหลี่ย ทำหลุกหลิกตามบุคลิก
ไอ้ชิดหันไปด่าน้องทางสายตา เรื่องว่ามันจะทำเสียงเล็กเสียงน้อยนุ่มนวลอ่อนหวานทำไม ต้องทำเสียงห้าวหาญให้สมชายชาตรีต่างหากจึงจะควบคุมคนอื่นได้
“เรื่องที่พ่อหมอทำน้ำมันพรายให้นังเดือนเอาไปใช้กับไอ้กล่ำจนฉันต้องเป็นหม้ายขันหมากน่ะสิ ฉันจะให้พ่อหมอไปถอนของออกให้ฉัน ไม่อย่างนั้นพ่อหมอคงจะบาปหนักตกนรกหมกไหม้เป็นแน่”
สิ้นคำบอกเล่าของจันทร ชาวบ้านบนเรือนสำนักหมอแสงก็ส่งเสียงฮือฮาไปตาม ๆ กัน เพราะก่อนหน้านี้หมอแสงบอกว่างดปลุกเสกน้ำมันพรายชั่วคราว แล้วอย่างไรถึงไปทำน้ำมันพรายให้ดวงเดือน สาวสวยประจำหมู่บ้านเล่า
อย่างนี้มันโกหกกันนี่หว่า !!
#นิยายรัก #พีเรียด #ชายหญิง #โรมานซ์ #รัก #หวาน #โรแมนติก

