บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 งั้นก็มาเป็นเมียข้านี่มา

การเป็นหม้ายขันหมากทำให้จันทรเสียหน้า อับอาย ซ้ำยังเสียใจหวาดหวั่นว่าหมดจากไอ้กล่ำแล้ว ตนเองคงไม่มีโอกาสได้ออกเรือนเป็นแน่แท้ ก็ใช่ว่าจันทรจะไม่รู้เสียเมื่อไหร่ว่าคนในหมู่บ้านมองตนอย่างไร ดังนั้นไอ้กล่ำจึงเป็นเหมือนความหวังสุดท้ายและเป็นความหวังเดียวที่มีอยู่ หมดจากนี้แล้วเธอคงเป็นแม่เทื้อคาวัดไม่ได้ออกเรือน ต้องอยู่ปลงศพไปจนตายนั่นแหละ

“พ่อหมออย่ามาโกหกฉันดีกว่า พ่อหมอทำน้ำมันพรายให้นังเดือนมัน พ่อหมอก็ยอมรับมาเสียดี ๆ แล้วไปแก้ของไอ้กล่ำให้ฉัน มันจะได้กลับมาขอฉันเป็นเมีย พ่อหมอทำแบบนี้มันบาปกรรม ตกนรกหมกไหม้ใครก็ช่วยไม่ได้”

“ข้าจะไปโกหกเอ็งทำไม เอ็งมันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ดอก แต่เนื้อตัวเอ็งเหม็นน้ำเหลืองเหม็นกลิ่นศพ ผู้ชายที่ไหนเขาจะชอบ”

“ฉันเป็นคนช่วยสัปเหร่อปลงศพก็จริง แต่ถึงเรือนฉันก็อาบน้ำแต่งตัว ประดินสอพอง กลิ่นน้ำเหลืองกลิ่นศพหามีไม่” จันทรไม่ยอมเหมือนกัน

“มันออกกันง่าย ๆ รึ” ขนาดน้ำมันพรายของบิดาเขา เก็บมาสองปีแล้วกลิ่นยังเหม็นจนอยากจะอาเจียนทุกครั้ง พวกกลิ่นศพกลิ่นผีนี่มันไม่ได้เอาออกกันง่าย ๆ หรอก

“พ่อหมออย่าโยกโย้ ฉันมาแจ้งให้พ่อหมอไปถอนของให้ไอ้กล่ำ”

“จะไปถอนอะไรเล่า” นังนี่พูดไม่รู้เรื่อง หมอแสงรำคาญเต็มที เขาไม่ได้ทำจะให้ไปถอนอะไร แลไอ้กล่ำก็ไม่น่าจะโดนของ น่าจะหลงผู้หญิงเสียมากกว่า “เอ็งต้องยอมรับ ไอ้กล่ำมันเปลี่ยนใจ”

“มันจะเปลี่ยนใจได้กระไร ถ้าพ่อหมอไม่แก้คุณไสยยาเสน่ห์ ฉันจะไปตีฆ้องร้องยังอยุธยาว่าพ่อหมอใช้อาคมทำลายงานแต่งฉัน”

“เรื่องของเอ็งเถิด” ไม่มีตรงไหนเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด “เอ็งจะไปฟ้องใครก็เรื่องของเอ็ง”

ไอ้จุกยืนฟังอยู่นานสะกิดหมอแสงยิก ๆ กระซิบกระซาบโดยปราศจากคนเห็น

“มันจะยุ่งนาพ่อหมอ”

“ยุ่งยังไงวะ” หมอแสงหันไปถาม

ชาวบ้านบนเรือนเลิ่กลั่กกันใหญ่ เห็นว่าหมอแสงกำลังพูดกับความว่างเปล่า ข้าง ๆ เขาไม่มีใครอยู่สักคน

“ใคร ๆ ก็คิดว่าพ่อหมอสืบทอดคุณไสยยาเสน่ห์จากท่านตามา” ไอ้จุกเรียกนายด้วง พ่อของหมอแสงว่าตาตามบรรดาศักดิ์ ในเมื่อตนนับถือหมอแสงเหมือนพ่อ พ่อของเขาย่อมเป็นตา “ถ้ามีการสืบพยาน คนในหมู่บ้านจะต้องเชื่อแน่ว่าพ่อหมอทำคุณไสยใส่ว่าที่ผัวแม่จันเขา”

“ก็กูไม่ได้ทำ” หมอแสงไม่ยอม ในเมื่อไม่ได้ทำแล้วเรื่องอะไรเขาต้องมายอมรับผิด

จันทรพยายามเพ่งไปยังข้างกายหมอแสง แต่ไม่เห็นใคร อย่างนั้นคงเป็นผี

แน่แล้วเชียว! หมอแสงเลี้ยงผีไว้จริง ๆ ขนาดนั้นยังกล้าโป้ปดว่าตนเองไม่ได้ทำยาเสน่ห์

“พวกเอ็งเห็นหรือไม่” หญิงสาวตะโกนให้ทุกคนเห็นพ้องต้องตาม “พ่อหมอของพวกเอ็งเลี้ยงผีเอาไว้ แล้วยังจะมาบอกว่าไม่ได้ทำยาเสน่ห์ได้อย่างไร”

หมอแสงละสายตาจากไอ้จุกมาตะโกน

“เลี้ยงผีก็เรื่องหนึ่ง ยาเสน่ห์ก็เรื่องหนึ่ง มันคนละเรื่องกันโว้ย”

“เลี้ยงผีไว้ทำยาเสน่ห์เป็นเรื่องเดียวกัน”

“โอ้ย! อีนี่ เอ็งนี่ดื้อด้านนัก ไม่แปลกหรอกที่ผู้ชายมันจะเปลี่ยนใจไม่เอาเอ็งทำเมีย”

“ฉันดื้อด้านอย่างไร พ่อหมอต่างหากไปช่วยนังผู้หญิงแพศยาโดยไม่รู้ผิดชอบชั่วดีทำให้ฉันไม่ได้ออกเรือน”

“เอ็งจะอยากออกเรือนกะไรนักหนานังจัน”

“ก็ฉันอยากมีผัว หมดจากไอ้กล่ำใครจะเอาฉันทำเมีย”

“เออ เอ็งก็รู้นี่” หมอแสงโกรธจนตัวสั่น คุยกับคนพูดไม่รู้เรื่องเลือดมันจะขึ้นหน้า “ว่าคนอย่างเอ็งมันไม่มีใครเอา”

“ก็ไอ้กล่ำมันจะเอา แต่เป็นเพราะน้ำมันพรายพ่อหมอ ทำให้มันไม่เอา พ่อหมอจึงต้องรับผิดชอบด้วยการแก้คุณไสยมนตร์ดำนี้ให้ฉัน”

“โอ้ย! นังนี่” หมอแสงหมดปัญญาจะพูด “ถ้าเอ็งอยากมีผัวมากนัก” เขาตบพื้นดังปัง ! สะเทือนเลือนลั่นทั่วทั้งเรือน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเหยียด ยกมือขึ้นชี้หน้าคนดื้อด้านไม่ยอมรับความจริง

วินาทีความโกรธความรำคาญครอบงำจิตใจ ปากเหยียดตรงน่าเสน่หาก็เผลอปลดปล่อยวาจาผูกรัดมัดตัว “ก็มาเป็นเมียข้านี่มา!”

ใครจะไปคิดเล่าว่าผู้หญิงประสาทอย่างจันทรจะเอาจริง

หมอแสงก็ไม่คิด ไอ้จุกก็ไม่คิด นางอบเชยแม่ของหมอแสงที่เพิ่งกลับมาจากตลาดพร้อมลูกสาวก็ไม่คิดเหมือนกันว่าแค่ไปตลาดประเดี๋ยวเดียว กลับมาลูกชายจะบอกเสียงอ่อย ๆ ว่าไปท้าทายผู้หญิงมาเป็นเมีย

หนักว่านั้นคือมีพยานรู้เห็นเป็นสิบ ๆ คน เพราะชาวบ้านนั่งกันหน้าสลอน หมอแสงไม่รู้จะบิดเบือนอย่างไร นอกจากจะกัดลิ้นตายในตอนนี้เขาก็ยังไม่อยากจะทำอย่างอื่นอีก

ส่วนตัวต้นเรื่องน่ะเหรอ หน้าระรื่นกลับป่าช้าไปแล้ว

หลังได้รับคำท้า จันทรตาวาว หากจะเทียบกันแล้วระหว่างไอ้กล่ำหลังงุ้ม หน้าตาเหมือนคนผจญอาเพศตลอดเวลา กับหมอแสงรูปงาม ซ้ำยังร่ำรวย แน่นอนว่าหมอแสงดีกว่าอย่างหาที่เปรียบมิได้ หญิงสาวจึงตะโกนให้ชาวบ้านเป็นพยานว่าหมอแสงเป็นคนลั่นวาจาเอ่ยให้เธอมาร่วมเรียงเคียงหมอนด้วยเอง มิใช่เกิดจากการที่ตนเองร้องขอแต่อย่างไร

“อย่างนั้นอีกห้าราตรีก็ไปรับฉันที่เรือนเถิด” ถึงจะเรียกว่าเรือนแต่แท้จริงเป็นเพียงกระต๊อบเล็ก ๆ ข้างป่าช้าเท่านั้น “ฉันจะแต่งตัวสวยงามประพรมน้ำอบรอพ่อหมอไปรับ”

ตอนนั้นหมอแสงได้เพียงยืนอึ้ง ไอ้จุกอึ้ง และแน่นอนว่าชาวบ้านก็อึ้ง พูดอะไรไม่ออก เกิดมาไม่เคยเห็นแม่หญิงหน้าด้านหน้าทนน่าโมโหเยี่ยงจันทรมาก่อน

หมอแสงถึงขนาด กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี เขาจะแต่งงานกับผู้หญิงบ้าจากป่าช้านั่นได้อย่างไร ก็ใจเขาผูกสมัครรักใครสนใจในตัวแม่เรไร ลูกสาวของนายทองอิน เศรษฐีร้านขายของเก่าโน่น

เรไรเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารักน่าทะนุถนอม เขาเจอหญิงสาวเมื่อไม่นานมานี้ตอนตามมารดาไปทำบุญที่วัด

หมอแสงชอบกิริยาเรียบร้อย ซ้ำหน้าตาผิวพรรณยังสะอาดสะอ้านน่ามอง ไม่กะมอมกะแมมเป็นหมาจรจัดแบบจันทร แล้วไอ้เรื่องหม้ายขันหมากนี่มันไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด เขาไม่ได้เป็นคนทำน้ำมันพรายให้แม่ดวงเดือนอะไรนั่นสักหน่อย

ยิ่งคิดหมอแสงยิ่งคับแค้นใจ มันเข้าทำนองเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง กระดูกดันมาแขวนอยู่ที่คอเขาเสียเฉย ชายหนุ่มนอนไม่หลับลุกขึ้นฮึดฮัดขัดใจจนต้องออกจากเรือนมาครุ่นคิดอยู่ชานบ้าน

ไอ้จุกปรากฏกายขึ้นหมายจะปลอบพ่อมัน

“พ่อคิดอยู่เหรอจ๊ะ ว่าจะทำอย่างไร”

“เออสิวะ เรื่องอะไรข้าจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงสกปรกอย่างนังจันด้วย”

“ฉันว่าอาบน้ำก็พอจะสะอาดขึ้นมาอยู่บ้างหรอกจ้ะ”

“ไอ้จุก !” หมอแสงตาวาว “เอ็งต้องช่วยคิดว่าจะทำยังไงถึงจะไม่ต้องแต่ง ไม่ใช่มาคิดว่าทำยังไงจะอยู่ร่วมกับมันได้”

“อ่อ เหรอจ๊ะ” ไอ้จุกยิ้มแหย เคาะกระโหลกตัวเองโป๊ก ๆ

พ่อหมอของมันประกาศกร้าวต่อหน้าคนเกือบยี่สิบชีวิตบนเรือนของตนเอง หากไม่แต่งผู้คนคงติฉินนินทาหมดความเชื่อถือว่าหมอแสงพูดจาเลื่อนเปื้อนโกหกพกลม คราวนี้คงไม่มีใครเชื่อถือในคำพูดหรือเชื่อว่ามนตรามหาเสน่ห์ของหมอแสงจะใช้ได้อีกต่อไป แต่ถ้าหากแต่งพ่อหมอของมันก็คงต้องอยู่กับผู้หญิงกะมอมกะแมมเป็นผู้ช่วยปลงศพต่อไป ไม่ได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกับแม่เรไรที่พ่อหมอของมันชอบ เพราะว่าคนเล่นของมีอาคมไม่สามารถมีเมียหลายคนได้ จะผิดศีลข้อสาม หากเป็นอย่างนั้นพ่อหมอของมันก็คงจะชอกช้ำเป็นยิ่งนัก

“พ่อหมอแต่งดีกว่าจ้ะ”

“ไอ้จุก !” หมอแสงทำท่าจะเขกกะโหลก ไอ้จุกรีบห้าม

“พ่อหมอฟังก่อน ๆ” ไอ้จุกเผ่นเผล็วออกมาให้ห่างหมอแสง ก่อนจะรีบอธิบาย “ฉันคิดอะไรดี ๆ ได้แล้ว”

“อะไรของเอ็งวะ”

“แม่จันน่ะไม่กลัวศพ”

“ก็เออสิวะ เป็นคนปลงศพจะกลัวศพได้อย่างไร ใครก็รู้มั้ยวะเรื่องนี้”

“ถ้าพ่อหมอแต่งงานกับแม่จัน พ่อหมอก็ใช้แม่จันไปลนน้ำมันพรายให้สิจ๊ะ”

เออว่ะ ! หมอแสงไม่ทันคิดเรื่องนี้ ลืมเสียสนิทใจว่าหญิงบ้าที่บุกเรือนตนมีอาชีพเป็นผู้ช่วยสัปเหร่อ ไม่กลัวศพ ไม่กลัวผี

“พ่อหมอจะได้ทำน้ำมันพรายมาขายได้อีก ผู้คนจะได้ไม่สงสัยว่าเป็นหมอเสน่ห์อะไรไม่ทำน้ำมันพราย”

“แล้วข้าจะทำอย่างไรกับนังจันเล่า เป็นผัวเมียกับมันไปจนตายเหรอวะ เอ็งก็รู้ว่าข้ามีเมียได้แค่ทีละคน” หากเขาไม่ได้เป็นหมอเสน่ห์ จะมีเมียเท่าไหร่ก็ได้ เป็นอย่างนั้นคงไม่หนักใจ รับจันทรมาทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แล้วรับเรไรมาเชิดหน้าชูตาเป็นเมียเอกยังได้

“เรื่องแค่นี้ไม่น่ายากสำหรับพ่อหมอของฉันหรอก” ไอ้จุกยิ้มเจ้าเล่ห์

หมอแสงคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเข้าใจความหมายในแววตาของคู่หูต่างวัย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เป็นประกายบนใบหน้าคมคาย มุมปากยกขึ้นด้วยความรู้สึกสาสมแก่ใจ

“ในเมื่อมันอยากมีผัวนัก มันจะได้รู้ว่ารสชาติการมีผัวมันถึงใจขนาดไหน”

ในเมื่อข้อห้ามของการเรียนวิชาคาถามหาเสน่ห์คือห้ามผิดลูกผิดเมียเพื่อป้องกันไม่ให้หมอเสน่ห์ทำน้ำมันพรายใส่คนไปทั่ว

แต่ไม่ได้ห้ามมีเมียใหม่หากเลิกร้างกับเมียเก่า นั่นหมายความว่าถ้าเขาเลิกกับจันทรเองไม่ได้ เขาก็แค่ทำให้เธอเลิกราไปเอง เขาจะทรมาน ใจจืดใจดำ เกรี้ยวกราดตวาดเช้าเย็น ใช้งานเยี่ยงทาส ไม่ให้เกียรติ พูดจาส่อเสียด กล่าววาจาเลาะร้าย และให้อยู่อย่างอด ๆ อยาก ๆ จนหญิงสาวทนไม่ไหว ต้องเลิกร้างลงจากเรือนไปเอง

นอกจากจะสาแก่ใจแล้วยังได้น้ำมันจากผีตายโหงมาทำน้ำมันพรายด้วย

ดีเป็นบ้า !

#น้ำมันพราย #นิยายพีเรียด #นิยายชายหญิง #แนะนำนิยาย #หวาน #โรมานซ์

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel