ตอนที่ 1 มันมาอีกแล้วรึ
“มันมาอีกแล้วรึ”
เจ้าของตำหนักหมอเสน่ห์ผู้โด่งดังทั่วคุ้งเเควสุพรรณบุรีหน้าเครียด ค้อมตัวลงถามไอ้จุก สมุนกุมารทองด้วยน้ำเสียงรำคาญจิตรำคาญใจ มือข้างหนึ่งวางบนเข่าซึ่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นยกสูงภายในเรือนส่วนใช้สำหรับทำพิธี
ชายหนุ่มรูปร่างสูง ไหล่กว้าง เนื้อตัวกำยำกล้ามท้องเป็นลอน ส่วนอกแน่นหนัดสักลายเสือสองตัวทะยานเข้าหากันน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคาย ผมเสยไปด้านหลังปล่อยเพียงปอยเล็ก ๆ ลงตรงหน้า สันกรามชัด ดูมีเสน่ห์ สีหน้าจริงจัง หากแต่แววตาแสนเจ้าเล่ห์เพทุบาย
ชายหนุ่มยกมือแตะปลายจมูกแล้วถอนหายใจ ริมฝีปากเหยียดเกือบเป็นเส้นตรงเม้มแล้วคลายยามครุ่นคิดหาทางออกให้เรื่องน่ารำคาญจิตใจ
พื้นเพหมอแสงเป็นลูกชายเศรษฐีผู้ร่ำรวย นายด้วงบิดาของหมอแสงชื่นชอบเรื่องคุณไสยทั้งสายดำและสายขาว จึงตระเวนร่ำเรียนศึกษาคาถาอาคมจากสำนักต่าง ๆ แล้วนำเงินจากการค้าขายมาเปิดสำนักหมอเสน่ห์จนมีชื่อเสียงโด่งดังก่อนจะตายไปเพราะโดนเสน่ห์เช่นเดียวกัน
เข้าทำนองหมองูตายเพราะงู !
หลังบิดาจากไปหมอแสงก็รับสืบทอดตำหนักแห่งนี้ต่อ ชื่อเสียงหมอแสงโด่งดังไม่แพ้พ่อ เชี่ยวชาญเก่งกาจเรื่องคาถาอาคม จะปัดเป่าเสนียดจัญไรหรือลงมนตร์พิธีสวดของขลัง ฯลฯได้ทั้งนั้น
เว้นอย่างเดียว
น้ำมันพราย !
นอกจากไอ้จุก ไม่มีใครรู้เลยว่าหมอแสงกลัวผียิ่งกว่าอะไร แม้แต่ไอ้ชิดไอ้ชมก็ไม่รู้ว่าน้ำมันพรายที่ขายมาในช่วงสองสามปีเป็นน้ำมันพรายทำไว้ตั้งแต่รุ่นบิดาโน่น เรื่องนี้เป็นความลับเฉพาะ มีแค่หมอแสงกับไอ้จุกรู้กันสองคน
“มาอีกแล้วจ้าพ่อหมอ”
จันทรเคยมาที่เรือนนี้แล้วสองครั้ง
หญิงสาวเชื่อสนิทว่าที่ไอ้กล่ำเปลี่ยนใจไม่แต่งงานกับตนเองเป็นเพราะฤทธิ์เดชน้ำมันพราย จะให้หมอแสงไปแก้คุณไสยให้ได้
หมอแสงปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ จะทำได้อย่างไร ผีตนเดียวที่กล้าคุยด้วยก็ไอ้จุกตัวกะเปี๊ยกนี่แหละ ที่กล้าเพราะว่าบิดาปลุกเสกเลี้ยงไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม สร้างมากับมือจึงไม่กลัวเกรงอะไร ส่วนผีตนอื่นน่ะเหรอ แค่รู้สึกก็ขนลุกเกรียว ต้องปิดประตูลงยันต์นั่งสวดบทไล่ผีจนฟ้าสางนั่นแหละ
“มันไม่เชื่อว่ากูไม่ได้ทำ”
“ก็ถ้าพูดถึงเรื่องยาเสน่ห์ ยังไงก็ต้องตำหนักพ่อหมอนี่จ้ะ” ไอ้จุกว่า
น้ำมันพรายที่เศรษฐีด้วง พ่อของหมอแสงทำไว้นั้นฤทธิ์แรงดีจริง ๆ พวกเศรษฐี คหบดี พ่อค้าแม่ค้าขอซื้อกันให้ควั่ก เมื่อขายไปจำนวนก็ร่อยหรอลงทุกวัน กระทั่งเหลือเพียงหยดสุดท้าย หมอแสงจึงให้ไอ้ชิดไอ้ชมบอกชาวบ้านว่าช่วงนี้เป็นช่วงเข้าพรรษา งดทำน้ำมันพราย
ขนาดนั้นยังมีเศรษฐีหลายคนยอมจ่ายเงินราคาสูงให้เขากลับคำ
หมอแสงปฏิเสธแล้วไปนอนร้องไห้ ก็เงินมากมายขนาดนั้นใครจะไม่เสียดายเล่า แต่มันกลัวผีจริง ๆ จะให้ทำอย่างไร
“พ่อหมอจะให้จุกจัดการให้ไหมขอรับ”
“จัดการยังไงวะ” หมอแสงคิดว่าไอ้จุกจะมีความคิดดี ๆ
ไอ้จุกทำหน้านึก เวลามันครุ่นคิดแก้มมันจะย้อยลงแทบจะถึงคาง คิดไปคิดมาไอ้จุกก็คิดอะไรไม่ออกนอกจาก
“หลอกผีให้จับไข้หัวโกร๋น”
“เอ็งหลอกมันไปแล้วไม่ใช่รึ”
ตอนจันทรมาที่นี่ครั้งที่สอง ไอ้จุกเสนอตัวว่าจะหลอกหลอนหญิงสาวให้จับไข้หัวโกร๋น หมอแสงเห็นดีเห็นงามด้วย ไม่ต้องถึงขนาดจับไข้หรอก แค่อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีความผิดที่เขาไม่ได้ก่อก็พอ
ปรากฏว่าความพยายามของไอ้จุกล้มเหลว
กุมารทองตัวจ้อยหน้าเสียกลับมาบอกว่าจันทรไม่กลัวผี ซ้ำยังจุดธูป 1 ดอกปักลงดินจะสาปแช่งจนไอ้จุกต้องอ้อนวอนขอร้องเสียงหลง ขืนโดนสาปแช่งมันคงไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ กุมารทองตัวน้อยหอบความล้มเหลวกลับมารายงานพ่อของมันเสียงอ่อย ๆ ว่า
“ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวมากจ้ะ”
แล้วคราวนี้ยังจะมาเสนอให้หลอกผีอีกรึ โง่จริง ๆ ไอ้นี่
“ก็หลอกอีกรอบไงจ๊ะ คราวก่อนไม่กลัว คราวนี้อาจจะกลัวก็ได้”
ถ้าคนมันจะกลัวมันกลัวตั้งแต่รอบแรกแล้วมั้ย
หมอแสงหนักอกหนักใจไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้หญิงดื้อด้านอย่างจันทรดี เขาบอกว่าไม่ได้ทำก็ไม่เชื่อจะให้ไปถอนของให้อยู่นั่น
คนไม่ได้ทำจะไปถอนยังไงวะ ของนะไม่ใช่ตะปู เอาค้อนไปงัดออกได้ หากคราวนี้เจรจาไม่ได้นังผู้หญิงบ้านี่คงมาอีกเป็นครั้งที่สี่ ห้า หก เจ็ด แปด ไม่สิ้นสุดแน่ ๆ โอ้ย ! เกิดมาเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงน่ารำคาญ ก้าวร้าว หยาบคายแบบนี้มาก่อน แล้วอย่างนี้ผู้ชายหน้าโง่ที่ไหนมันจะมาแต่งงานด้วยเล่า
หมอแสงก่นด่าจันทรในใจ รำคาญจิตรำคาญใจเหลือจะกล่าว
ไอ้จุกชะเง้ออกไปด้านนอก รับรู้ด้วยจิตของวิญญาณว่าตัวต้นเรื่องกำลังสร้างเรื่องสร้างราวเลยเถิด มันหันมาสะกิดหมอแสงยิก ๆ
“พ่อหมอจ๊ะ จุกว่าออกไปดีกว่า เหมือนข้างนอกน่าจะวุ่นวายแล้วล่ะ ถ้าช้ากว่านี้แย่แน่นะพ่อนะ”
ไม่ทันขาดคำเสียงโหวกเหวกโวยวายก็ลั่นมาจากชานเรือนหน้าตำหนักหมอแสง ชาวบ้านฮือจะบุกเข้าห้องพิธีหากหมอแสงไม่ออกไปอธิบายเรื่องน้ำมันพรายให้กระจ่าง เจ้าของเรือนสะดุ้งออกจากความคิด ลุกจากที่นั่งหน้าตาตื่น
“ไอ้จุก ออกไปกับกู ก่อนมันจะใส่ร้ายป้ายสีกูไปมากกว่านี้ ไป!!!”
“เอ็งจะมาใส่ร้ายป้ายสีข้าอย่างนี้ไม่ได้นะ อีจันทร” เรือนร่างกำยำก้าวพ้นขอบประตูมาพร้อมเสียงเข้มกังวานลั่น หมอแสงนุ่งผ้าลอยชาย ส่วนท้องถึงอกเปลือยเปล่าเดินอาด ๆ นั่งลงตรงหน้าเรือนตำหนักหมอแสง รายล้อมด้วยข้าวของเครื่องบริกรรมคาถาสำหรับทำพิธีต่าง ๆ
ผู้คนบนเรือนแตกตื่นแย่งกันถาม ไหนว่างดเว้นการปลุกเสกน้ำมันพราย ไฉนจันทรบอกว่าหมอแสงทำน้ำมันพรายให้กับดวงเดือน
"พ่อหมอทำอย่างนี้ได้กระไร ไหนว่างดทำน้ำมันพรายแล้ว แล้วทำไมไปทำให้นังเดือน แบบนี้มันเลือกปฏิบัตินี่พ่อหมอ ฉันก็มีเงิน ทำให้ฉันบ้างซี" ทิดทอง ลูกชายพ่อค้าขายเครื่องประดับในตลาดประท้วงไม่เต็มเสียง ใจยังแอบเกรง แต่ก็อยากได้น้ำมันพรายเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เขามาขอซื้อน้ำมันพรายจากหมอแสง ได้คำตอบว่าเป็นช่วงเข้าพรรษาจึงงดเว้นการทำน้ำมันพราย ทิดทองกลับบ้านไปด้วยความผิดหวัง พอรู้ว่าหมอแสงไปทำน้ำมันพรายให้คนอื่นก็ไม่พอใจ
"ใช่ ๆ ให้แต่สีผึ้งฉันมาใช้ กว่าจะเห็นผลมันนาน" ดาหลา แม่ค้าในตลาดประท้วงตามมาอีกคน
นางน้อมก็ทำท่าจะเอาด้วยเช่นกัน หมอแสงยกมือปรามให้ทุกคนอยู่ในความสงบ
“พวกเอ็งใจเย็น ๆ”
หมอแสงส่งสายตาหาจันทร พยักเพยิดแทนการถามว่าจะเอายังไง
หญิงสาวไม่ได้สะทกสะท้าน ด้วยใจเชื่อมั่นนักหนาว่าหมอแสงนี่แหละที่ทำ
“พ่อหมอต้องไปถอนของไอ้กล่ำให้ฉัน”
“ข้าบอกว่าข้าไม่ได้ทำ” หมอแสงยืนยันความบริสุทธิ์ตนเอง “ข้าบอกเอ็งรอบที่ร้อยแล้ว ว่าข้าไม่ได้ทำ”
“ถ้าพ่อหมอไม่ได้ทำแล้วใครจะทำ” ทั่วทั้งคุ้งแควสุพรรณบุรีใครก็รู้ว่าน้ำมันพรายของหมอแสงได้ผลที่สุด ตำหนักอื่นปลอมบ้าง ฤทธิ์อ่อนบ้างทั้งนั้น
“จะไปรู้เหรอวะ” นังนี่ ใส่ร้ายป้ายสีไม่รู้เรื่อง
“พ่อหมอทำเสน่ห์ยาแฝดให้นังเดือน พ่อหมอต้องแก้”
“ก็ข้าบอกว่าข้าไม่ได้ทำ ข้าจะไปแก้อะไรวะ” ได้แต่แก้ผ้านั่นแหละ คนไม่ได้ทำก็จะให้ไปแก้อยู่ได้
“ข้าบอกว่ามันไม่ได้โดนเสน่ห์” หรือถ้าจะโดนก็คงเป็นแม่เดือนโน่นโดนยาเสน่ห์ไอ้กล่ำ
“ถ้ามันไม่โดนเสน่ห์ มันจะไปแต่งงานกับนังเดือนได้ยังไง”
“ก็นังเดือนมันสวย” มันจะไปคิดยากอะไรนักหนา หมอแสงคิดแบบผู้ชายด้วยกัน เจอคนไหนสวยก็พร้อมจะเลี้ยวไปหาได้ทั้งนั้น แล้วคนพ่อรวยแบบไอ้กล่ำ มันจะไปสนใจความสัตย์ซื่ออะไรนักหนา มันเห็นใครดีกว่าก็พร้อมจะเปลี่ยนใจง่าย ๆ อยู่แล้ว
“พ่อมันเป็นถึงท่านหมื่น แล้วพ่อเอ็งเล่าเป็นใคร”
พูดเรื่องพ่อแววตาหญิงสาวก็วาววาบขึ้นมา
เจ้าของเรือนชะงัก เพิ่งนึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นกำพร้า ชุมชนริมน้ำแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตขนาดเขาจะจำใครไม่ได้เลย แล้วหญิงสาวผู้อยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยปลงศพของวัดก็มีคนเดียว หมอแสงจึงรู้จักมักจี่จันทรอยู่บ้าง อย่างน้อย ๆ ก็ตอนพ่อเขาตายผู้หญิงตรงหน้าก็ช่วยปลงศพให้นี่แหละ
“พ่อฉันตายไปแล้ว”
“เออ บางทีไอ้กล่ำมันคงอยากได้เมียที่พ่อยังไม่ตาย” หมอแสงพูดอ้อมแอ้ม เผลอหลุดปากไปแล้วจะขอโทษขอโพยก็ศักดิ์ศรีค้ำคอ ทำได้แค่เบาเสียงให้ได้เท่านั้น
“ถ้ามันอยากได้เมียที่พ่อไม่ตายมันจะมาขอฉันแต่แรกทำไม” ทุกคนรู้ คนในหมู่บ้านรู้ จันทรกำพร้าพ่อกำพร้าแม่มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
“จะไปรู้เหรอวะ เอ็งไปถามไอ้กล่ำโน่นไป ข้าไม่รู้”
มันเกี่ยวกับเขาที่ไหนกัน
จะมาคาดคั้นเอาอะไรเล่า ตอนจะตบจะแต่งไปตกลงกันที่ไหนไม่รู้ ครั้นเลิกร้างเลิกรามาอ้างว่าเป็นเพราะน้ำมันพรายเขา อย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหน
“ไอ้กล่ำมันไม่ยอมมาเจอฉันนี่ พวกบ่าวในเรือนมันบอกว่ามันหลงนังเดือนจนโงหัวไม่ขึ้น ถ้าไม่เพราะน้ำมันพรายของพ่อหมอ มันจะเป็นอย่างนั้นรึ”
“โอ้ย !” หมอแสงอยากจะกัดลิ้นตายเกิดมาไม่เคยเจอคนดื้อด้านขนาดนี้มาก่อน
จะให้เขาต้องบอกอย่างไรอีก พูดตรงไปตรงมาขนาดว่าเพราะหญิงสาวอีกคนสวยกว่าก็ไม่ฟังไม่รับอย่างนี้ เห็นทีจะพูดกันไม่รู้เรื่อง
ชายหนุ่มเจ้าของตำหนักหน้ายุ่งเสียยิ่งกว่ายุงตีกัน มองจันทรตาขวาง หญิงสาวขอบตาร้อนผ่าว ๆ ก็ใช่ว่าอยากจะแบกหน้ามาที่นี่นักหนา แต่มันยอมรับความจริงไม่ได้ จึงต้องตะแบงให้ตัวเองไม่รู้สึกเจ็บปวดผิดหวังจากการถูกปัดทิ้งไปมากกว่านี้
ครั้นจะให้ยอมรับว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติเป็นที่ต้องการของผู้ชายคนไหนในหมู่บ้านก็ยากเหลือจะทน
จันทรเป็นกำพร้าตั้งแต่แปดขวบ บิดามารดาถูกปล้นฆ่าตายหมดทั้งเรือน หนีรอดมาได้ด้วยการเดินเท้าจากอยุธยามาถึงสุพรรณบุรี อาศัยข้าววัดบ้าง ขอข้าวชาวบ้านบ้าง เอาน้ำลูบท้องแก้หิวจนมาถึงที่นี่ รอนแรมไปอยู่ในวัด ได้สัปเหร่อเชยอุปถัมภ์ช่วยเหลือตามมีตามเกิด
หน้าตาหรือก็ไม่ได้สะสวย ยิ่งไม่มีเงินไม่มีวาสนาผู้ชายยิ่งไม่ชายหางตามาแล คิดไปต่าง ๆ นานา ว่าเอามาก็เป็นภาระเปล่า ๆ
ยกเว้นก็แต่ไอ้กล่ำ ลูกชายหมื่นกล้า ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ตาลึก คิ้วรุงรังไม่เป็นระเบียบ จมูกงุ้มปากเบะโดยธรรมชาติ ใบหน้าใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย สีหน้าท่าทางเหมือนคนหวาดกลัวระวังภัยตลอดเวลา
ถึงพ่อจะเป็นถึงท่านหมื่น แต่ไอ้กล่ำไม่เอาอ่าวเอาเสียเลย เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ งานการไม่ทำ บิดาต้องจ่ายเบี้ยแทนการให้ลูกชายเข้าทำงานราชการ เป็นที่รังเกียจของชาวบ้านจนไม่มีใครอยากยกลูกสาวให้สักคน
ก็เหลือแค่จันทรคนเดียวที่ยอมตกลงแต่งงานกับมัน
แต่สุดท้ายไอ้กล่ำก็ทรยศด้วยการไปเลือกคนอื่น ทิ้งจันทรให้มาโวยวายโหวกเหวกหาทางลงให้ตัวเองไม่ได้อยู่อย่างนี้
#พ่อหมอ #พ่อครู #พีเรียดชายหญิง #รัก #รักหวาน #ท้องทุ่ง #นิยายพีเรียด
