๒ (๓)
“แต่ฉันไม่อยากอยู่ใกล้คุณ ฉันไม่ชอบที่จะเห็นหน้าคุณ เกลียดที่จะได้ยินเสียง แล้วก็ไม่อยากอยู่ใกล้เข้าใจหรือเปล่า” โป้ปดคำโตหมายให้เขาออกห่างจากตน ใส่อารมณ์ลงไปในคำพูดที่ตรงข้ามกับหัวใจของตัวเอง
เธอไม่ได้เกลียดเขา...ยังอยากเห็นเขาอยู่ตรงหน้า
เพียงแต่ความเจ็บช้ำที่ได้รับในอดีตหล่อหลอมให้ต้องเข้มแข็งเพื่อตัวเองและลูก
ไม่รู้ว่าการที่เขามาอยู่ตรงหน้าเพราะต้องการพรากลูกทั้งสองไปจากอกเธอหรือเปล่า การป้องกันความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ดีที่สุด
ไม่อยากตกหลุมพรางรักอีกแล้ว...
“ไม่เข้าใจ แล้วก็ไม่คิดจะหนีไปไหนด้วย เราโตกันแล้วพูดกันให้รู้เรื่องเถอะ” ท่าทีเหมือนเหนื่อยใจยามเห็นหญิงสาวดื้อ ยอมรับเลยว่าไม่เคยง้อหญิงคนใดเท่านี้มาก่อน ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววเศร้าจนเธอเกือบใจอ่อนแล้วหากไม่คิดว่าการกระทำตรงหน้าอาจเป็นการแสดงละครก็ได้
เขาเป็นถึงพระเอกละครดัง แค่แสร้งทำตัวให้น่าสงสารทำไมจะไม่ได้
“ไม่” ปฏิเสธเสียงแข็งในทันที
“งั้นฉันก็จะไปพร้อมเธอ เอาให้รู้ไปเลยว่าเธอมากับดาราสุดหล่ออย่างฉัน คนก็จะสงสัยในความสัมพันธ์ของเรา ส่วนฉันก็จะบอกทุกคนว่าเราเป็นผัวเมีย...” ไม่พูดเปล่ายังเดินมาหมายจะนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์อีกต่างหาก
เธอเห็นอย่างนั้นก็รีบดับเครื่องยนต์แล้วผลักอกกว้างให้ออกห่าง ตะโกนเสียงดังเพื่อหยุดประโยคที่ชายหนุ่มกำลังเอ่ย นึกหงุดหงิดกับการกระทำของอีกฝ่าย มือบางกำเข้าหากันแน่นจ้องเขาตาแทบถลน แต่มันกลับน่ารักในสายตาคนมองเสียเหลือเกิน
ไม่ว่าเธอจะทำอะไรดูดีไปหมดทุกอย่าง
“หยุดนะ! พูดบ้าอะไรของคุณ”
“พูดความจริง ฉันพูดไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้!” พูดเสียงดังใส่หน้าเขาเสียเลย ชายหนุ่มก็ยังไม่คิดยอมแพ้เพียงแต่สงสัยว่าหล่อนไปเอาเสียงมาจากไหนมากมาย เหมือนก่อนพูดน้อยโอนอ่อนผ่อนตามตลอด บัดนี้กลับแผดเสียงใส่ไม่ยอมลงให้กันบ้างเลย
หรือพอมีลูกแล้วแข็งแกร่งขึ้นหรือไงนะ...
“ถามจริงนะระริน ตะโกนบ่อยขนาดนี้ไม่เจ็บคอบ้างเหรอ ฉันยังเจ็บแทนเลยเนี่ย” นึกรำคาญกับความกวนประสาทของเขาจึงไม่คิดพูดคุย เลือกจะบิดแฮนด์เพื่อไปขายของกลับถูกชายหนุ่มเข้ามาขวางทางไว้จนเกือบเหยียเบรกไม่ทัน
อยากตายหรือไง!
“ระริน...รอด้วยสิ คุยกันก่อนได้ไหม”
เว้าวอนด้วยสีหน้าเศร้ากับแววตาที่เหมือนลูกสุนัขถูกทิ้งจนหล่อนเกือบใจอ่อนแต่เรื่องในอดีตก็ผุดขึ้นมาจนเธอตีหน้านิ่งบอกตัวเองให้กลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม ห้ามคล้อยตามเขาเป็นอันขาด
“ไม่ต้องตามมา กลับไปอยู่ในที่ของคุณเถอะ เล่นสนุกพอแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันก็ถอยออกมาแล้วคุณยังต้องการอะไรอีก” จ้องเขาแววตาสั่นเครือทำให้คนมองยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิม เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเมื่อก่อนตนทำร้ายจิตใจของระรินมากแค่ไหน
จึงไม่แปลกที่หญิงสาวจะกลัวจนสร้างเกราะกำบังขึ้นมาปกป้องตัวเองเอาไว้ แต่ตอนนี้เขาจะเป็นคนทำลายเกราะนั้นพร้อมทวงคืนหญิงสาวกลับสู่อ้อมกอดอีกครั้งด้วยตัวเอง ถึงเธอจะไม่เต็มใจให้อยู่ใกล้ก็ตาม
“ต้องการให้เธอกลับไปอยู่ด้วย...ฉันเพิ่งรู้ตัวตอนที่เธอออกมาว่า...ฉันรักเธอ” เลือกจะบอกความจริงเพื่อแสดงความจริงใจ ซึ่งดูเหมือนเธอจะนิ่งอึ้งในทันทีที่ได้ยิน ไม่มีประโยคใดออกมาจากปากของหญิงสาวนอกจากจ้องเขาเพียงอย่างเดียว คล้ายได้ยินเรื่องขบขันมากสุดในชีวิต
ดับเครื่องยนต์จนเสียงรอบข้างเงียบลง สบดวงตาคมคล้ายต้องการค้นหาถึงความจริงข้างใน โดยที่เขาก็ยอมนิ่งเงียบให้เธอมองเหมือนเป็นการวัดใจกัน หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นหวังได้รับการอภัยในเร็ววันทั้งที่ตัวเองเพิ่งจะมาไม่ถึงวันด้วยซ้ำ
เธอจะเอาสิ่งใดมาเชื่อในน้ำคำของเขาได้...
“มาพูดตอนนี้มันก็สายไปแล้วล่ะ ความรู้สึกที่เสียไปเรียกกลับมาให้ได้หรือเปล่า” การปฏิเสธของเธอไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย คิดไว้แต่แรกอยู่แล้วเพียงแค่ไม่นึกว่าจะได้ยินเธอเอ่ยออกมาเร็วเช่นนี้ แววตาที่มองมาก็ไร้ซึ่งความศรัทธาในคำว่ารักที่เขาเอ่ยออกไป
“งั้นเรามาสร้างความทรงจำใหม่ดีไหม...” ยังคงเว้าวอนต่อไป
“ไม่ ฉันไม่ต้องการสร้างความทรงจำหรือความสัมพันธ์ไหนกับคุณทั้งสิ้น เราต่างคนต่างอยู่แบบที่ผ่านมาก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ คุณเองก็อยู่ในที่ของคุณ ส่วนฉันก็อยู่ในที่ของฉัน...สัญญาว่าจะไม่เรียกร้องให้คุณรับผิดชอบหรือพาลูกไปให้คุณเห็นหน้า” การตัดขาดที่เขาไม่ต้องการเลยสักนิด ร่างหนาจึงพยายามจะคว้าทุกอย่างเอาไว้ไม่ให้ตนสูญเสียไปทั้งแม่ของลูกและเด็กน้อยสองคน
“แต่ฉันอยากอยู่กับเธอ อยากอยู่กับลูก” ข้อเสนอของเธอถูกปัดตกในทันที
หญิงสาวขมวดคิ้วไม่พอใจที่เขายังดึงดัน หัวใจของเธอไม่ได้ลืมความรักเพียงแต่มันไม่อยากเจ็บปวดเหมือนครั้งนั้นอีกต่อไปแล้ว ทางที่ดีคือรีบเดินหนีออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อตัวเองจะได้ไม่ต้องเจอกับความบอบช้ำเหมือนเดิมอีก
พอแล้ว...ไม่เอาอีกแล้ว
