พ่อหนูคือใครหนอ

39.0K · จบแล้ว
ข้าวสีทอง
26
บท
742
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"ระริน" เป็นเด็กในบ้านของ "สิงห์" ดาราหนุ่มรูปหล่อมานาน เธอเป็นคู่นอนของเขาจนชายหนุ่มเลือกคบคนอื่น เธอจึงตัดสินใจหนีจากเขาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกชายฝาแฝด "ศิรา" "ธารา" ที่ความหมายเหมือนแม่แล้วตัดขาดจากพ่อโดยสมบูรณ์

พาลูกกหนีนิยายรักโรแมนติกนิยายปัจจุบันนิยายรักเศรษฐีจีบเมียเก่าตั้งครรภ์

บทนำ (๑)

บทนำ

ความเหนื่อยล้าจากการทำขนมรีดพลังจากหล่อนแทบหมดในทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน ร่างแบบบางเอนกายลงบนโซฟาขณะที่ฟังเสียงร้องตะโกนของเด็กน้อยวัยหนึ่งขวบหกเดือนทั้งสองซึ่งกำลังทะเลาะกันเรื่องแย่งของเล่น หากอยู่ในช่วงปกติที่สามารถใช้เสียงเพื่อยุติการวิวาทได้ก็คงทำไปแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงทั้งยังอยากพักผ่อนจึงปล่อยให้ลูกทะเลาะกันไปก่อน

อย่างไรฟังเสียงเด็กทะเลาะกันก็ยังดีกว่าความเงียบนั่นแหละ

เพราะสำหรับหล่อน...ความเงียบคือหายนะ

ถ้าลูกยังเสียงดังก็แสดงให้เห็นว่าปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างใด จึงสามารถหลับตาลงเพื่อพักผ่อนชั่วคราวได้

การย้ายจากเมืองหลวงมุ่งสู่จังหวัดเล็กๆ ห่างไกลความวุ่นวายแถมยังมีธรรมชาติสวยงามให้ชื่นชมถือเป็นเรื่องหนึ่งที่คิดว่าตัวเองตัดสินใจถูก ทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลังอุ้มท้องที่ตนก็เพิ่งทราบว่าเป็นลูกแฝด ทำให้การหาเงินต้องเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

ตอนแรกยังหาทางออกไม่เจอว่าจะหาเงินมากมายจากไหน แม้จะพอมีเงินเก็บบ้างแต่ถ้าไม่หาเพิ่มอีกไม่นานก็หมดไปอยู่ดี จึงใช้ความสามารถในการทำขนมของตัวเองขายให้แก่บ้านใกล้เรือนเคียง จนขยายไปขายที่ตลาดแล้วหมดเร็วภายในเวลาสองชั่วโมงด้วยซ้ำ

เป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วทุกคนก็บอกปากต่อปาก กลับมาซื้อทุกวันจนเธอทำแทบไม่ทัน เพิ่งเริ่มรับทำแบบจัดเบรกหรือตามงานแต่งเมื่อไม่นาน ถึงจะเหนื่อยเพิ่มแล้วยังต้องหาคนช่วยทำงานแต่รายได้ก็มากตามจำนวนงาน สร้างความดีใจแก่เธอเป็นอย่างมาก

“เสียงดังเจี้ยวจ้าวอะไรกัน ได้ยินไปสามบ้านแปดบ้านแล้วมั้งเนี่ย” คนเพิ่งเข้ามาใหม่เอ่ยเหมือนรำคาญแต่แววตากลับเปี่ยมความเอ็นดูยามมองไปที่หลานตัวน้อยซึ่งนั่งเล่นในคอกกั้นเด็กขนาดหกฟุต ไม่สามารถออกมาข้างนอกได้เพราะถูกมารดาล็อคทางออกเอาไว้ เปิดเองก็ไม่ได้จึงต้องอยู่ในนั้นก่อน

เล่นสนุกสองคนแต่ชวนให้คนรอบข้างเริ่มปวดหัวกับเสียงที่ดังจนแสบแก้วหู ถ้าไม่ใช่ว่ารักลูกคงได้กลายเป็นนางยักษ์ไปร้องบ่นให้หยุดพูดแล้ว

“แม่แม่ขังไว้เหรอลูก” คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่เป็นน้าสาวของเธอเอง

ไม่ใช่ว่าการย้ายมาอยู่ต่างจังหวัดจะทำได้ในทันที ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอีกมากมาย โชคดีมีญาติอยู่ที่นี่จึงมาพักกับท่านซึ่งทำงานเป็นครูสอนโรงเรียนประจำจังหวัด มีบ้านพักส่วนตัวอยู่ด้านหลังไม่ห่างจากโรงเรียนมากนัก ถือว่าอยู่เขตใกล้ตัวเมืองพอสมควร การเดินทางไปห้างสรรพสินค้าก็ใช้เวลาน้อยนิด ที่สำคัญคือมีรถยนต์ส่วนตัวขับไปมาสะดวก

แต่ส่วนใหญ่เธอมักใช้รถพ่วงในการขนขนมไปขายที่ตลาดมากกว่า ประหยัดเวลาทั้งยังไม่เปลืองน้ำมันเหมือนรถยนต์ด้วย

“ยายา ยายา หม่ำๆ” เด็กยังพูดไม่รู้เรื่องแต่ขยันพูดกันทั้งสองคน ถ้าคนหนึ่งได้เอ่ยปากอีกคนก็จะใช้เสียงตามทันที อย่างเช่นตอนนี้ที่พากันมายืนเกาะคอกกั้นแล้วพยายามจะอ้อนคุณยายวัยใกล้เกษียณให้อุ้มตนเองออกไปข้างนอก

“ยายา ฮือ เปี๊ยะๆๆๆ แก้ง แก้งงงง” คนเล็กรีบฟ้องทันทีพร้อมทำท่าทางด้วยการตบลงบนพื้นให้ดูพร้อมชี้ไปทางพี่ชายที่ยืนใกล้กัน

หญิงสาวที่นอนหลับตาบนโซฟาฟังแค่เสียงไม่ได้เข้าไปห้ามทัพ ต้องยอมรับว่าเหนื่อยจากงานจึงไม่อยากลุกไปไหนทั้งสิ้น ทำขนมตั้งแต่สายถึงบ่ายแล้วก็ออกไปขายช่วงตลาดเย็นก่อนวกไปซื้อวัตถุดิบเพื่อเตรียมมาทำขนมพรุ่งนี้อีก

ยังดีที่สามารถฝากลูกไว้กับคุณยายข้างบ้านได้ จึงไม่ต้องพาเด็กแสบทั้งสองตะลอนไปที่อื่นให้ตนปวดหัวมากกว่าเดิม

“ทะเลาะอะไรกันอีกล่ะสองคนนี้ เป็นพี่น้องก็ต้องรักกันไว้สิอย่าทะเลาะกัน” สอนเด็กที่ตอนนี้ตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก เริ่มเลียนแบบท่าทางคำพูดได้แล้วจึงต้องระวังยิ่งกว่าเดิม ย่อกายเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับ เอื้อมไปลูบหัวหลานทั้งสองด้วยความเอ็นดู

รู้ว่าเด็กแฝดดื้อเป็นอย่างมาก ถ้าปล่อยออกมาตอนนี้ข้าวของในบ้านคงเสียหาย เอาไว้ให้เล่นในคอกกั้นก่อนแล้วกันค่อยปล่อยออกตอนพลังหมดแล้ว แบบนั้นดูเหมือนจะเข้าท่ามากกว่า

“ไม่ ยุ่ง ยุ่งๆ” เมื่อน้องชายพยายามเข้ามาเพื่อขย้ำแขนพี่เอาไว้ คนที่เกิดก่อนไม่กี่วินาทีจึงรีบขยับห่างพลางบอกเสียงหลง แต่ก็ไม่ได้แกล้งน้องคืนอย่างใด

“ม่ายอาว ม่ายอาวววว” ร้องโวยวายแข่งกันจนคุณครูถึงกับส่ายหัวไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร

หญิงสาวที่นอนหลับตาบนโซฟาค่อยเปิดเปลือกตาแล้วยันกายลุกนั่ง เธอเหนื่อยจากงานแต่ก็ยังเกรงใจคุณน้าผู้ให้ที่พักอาศัย ท่านครองตัวโสดมาเกือบห้าสิบปีไม่มีชายใดสามารถเอาชนะใจได้เลย แล้วยังตั้งปณิธานว่าจะเป็นสาวแก่ขึ้นคานแบบมีคุณภาพอีกต่างหาก

ตอนแรกก็อยู่คนเดียวในบ้านสองชั้นหลังใหญ่แม้จะเหงาบ้างก็มักจะออกไปหากิจกรรมทำกับเพื่อนร่วมอาชีพ แต่ตอนนี้ไม่ต้องเหงาแล้วเพราะมีเหลนตัวน้อยให้ดูแลถึงสองคนพร้อมกัน เรียกว่าชีวิตมีสีสันเกินกว่าที่คิดเอาไว้

“เอาไว้นั่นแหละน้า ทะเลาะกันเดี๋ยวก็ดีกันเองนั่นแหละ น้ามาดื่มน้ำกินขนมพักผ่อนให้สบายดีกว่า” ว่าแล้วก็ลุกไปหยิบน้ำเย็นกับขนมที่ทำใส่ไว้ในตู้เย็นให้น้าโดยเฉพาะมาเสิร์ฟ อยู่บ้านท่านก็พยายามช่วยเรื่องอาหารการกินและทำความสะอาดเท่าที่พอทำได้

แต่น้าก็ดีจนนึกเกรงใจ บางครั้งยังซักเสื้อผ้าให้เธอกับลูกโดยไม่บ่นสักคำ ยังซื้อของสดมาใส่เต็มตู้แทบไม่เคยพร่องอีกต่างหาก ทั้งผ้าอ้อมกับนมผงก็ซื้อมาตุนเอาไว้ ส่วนเสื้อผ้าเด็กก็ได้จากบ้านใกล้เรือนเคียงบ้างหรือซื้อเองบ้าง ส่วนใหญ่ก็ได้รับจากเพื่อนบ้านที่ลูกโตกันหมดแล้วไม่รู้จะเก็บเสื้อผ้าไว้ทำไมก็เอาให้เด็กแฝดสวมใส่

“อยากเล่นกับหลานนี่น่า หน้าตาก็น่าเกลียดน่าชังเหลือเกิน หล่อได้พ่อ...น้าว่าได้แม่ซะเยอะดูสิหน้าหวานเชียวหลานยาย” เดินมานั่งที่โซฟาหน้าจอโทรทัศน์ กดเปิดเพื่อดูข่าวบันเทิงในช่วงเย็นพลางหยิบน้ำเย็นขึ้นดื่มชื่นใจ

“เราไปอาบน้ำอาบท่าเถอะ ดูสิหน้าตาดูไม่จืดเลยเพิ่งกลับมาจากตลาดใช่ไหม” เห็นหลานสาวก็นึกสงสาร

เคยเจอกันตอนอีกฝ่ายยังเด็กมากแล้วก็ไม่ได้ติดต่ออีกเลย พี่สาวของตนไปทำงานที่เมืองหลวงแล้วพบรักกับสามีซึ่งเป็นคนเหนือ ได้ข่าวว่าย้ายไปอยู่เชียงรายแต่ไม่ทราบเป็นมาอย่างไรจึงไปทำงานที่กรุงเทพฯ ได้ มาพบกันอีกทีเธอก็อุ้มท้องลูกแฝดมาขออยู่แล้วด้วย

ไม่ได้ถามถึงพ่อของเด็กซึ่งยังเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้