๒ (๔)
“คุณมันน่ารำคาญ พูดไม่รู้เรื่องสักอย่าง!” พูดจบก็สตาร์ทรถขับออกไปทันที ไม่รอให้เขาได้มาขวางเอาไว้อีกเพราะแค่นี้ก็สายมากแล้ว ชายหนุ่มไม่อาจห้ามปรามเธอได้นอกจากมองตามไปจนลับสายตา เพิ่งคิดได้ว่าตัวเองต้องขับรถตามไป
แต่ตัวเปียกเหมือนหมาตกน้ำแบบนี้คงต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน
เมื่อได้สวมชุดปกติที่ไม่ต้องทนกับความชื้นแฉะค่อยสบายตัวหน่อย รีบขับรถไปยังตลาดคิดว่าหล่อนต้องขายของที่นั่น ซึ่งไม่ต่างจากคาดการเอาไว้ ร่างบางเริ่มตั้งโต๊ะเตรียมของทุกอย่างออกมาวางหน้าร้าน ใบหน้าซีดเซียวจนนึกสงสารอยากเข้าไปช่วยก็ต้องชะงักฝีเท้า
เขายังห่วงหน้าตาตัวเอง...
ด้วยความที่เป็นคนดังมีชื่อเสียง เพียงแค่ปรากฏตัวก็คงมีภาพถ่ายหลุดว่อนเน็ต ต่อจากนั้นก็จะเกิดคำถามมากมายตามมา ซึ่งเขายังไม่พร้อมตอบในตอนนี้ ทำให้จำต้องอยู่ในรถต่อไปเพื่อมองภรรยาทำงานหนักพร้อมกับรอยยิ้มจืดเจื่อนยามส่งให้ลูกค้า รู้ดีว่าเธอกำลังเหนื่อยแต่ก็ยังฝืนตัวเองออกมาขายของเหมือนเดิม
“ขายขนมจะไปพอใช้ได้ยังไงล่ะ...” พึมพำกับตัวเองแล้วก็ร้อนรนอยากออกไปช่วยเธอขายของ ถ้าเขาเป็นคนธรรมดาไม่เป็นที่รู้จักก็คงดี
นั่งมองร่างบางอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วพบว่าขนมของหล่อนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ไม่นานก็หมดไปกว่าครึ่งทำให้รอยยิ้มของระรินกลับมาสดใสอีกครั้งจนคนมองนึกหวง ทั้งที่เมื่อก่อนเขาได้ครอบครองเพียงผู้เดียว แต่ตอนนี้เธอกลับไม่ไยดีกันสักนิด
เห็นแล้วก็นึกหงุดหงิดจนต้องพึมพำกับตัวเองอย่างน้อยใจ
“ยิ้มให้คนอื่นไม่เห็นยิ้มให้กันบ้างเลย” มองเธอขายของเพลินจนไม่ได้ดูเวลา รู้ตัวอีกทีหญิงสาวก็ขายขนมจนหมดแล้ว
“ขายหมดเลยเหรอ เมียใครทำไมเก่งจัง...” พูดชมเพียงลำพังแล้วรีบเปิดประตูลงจากรถในทันที ไม่ลืมสวมแว่นกับหมวกเพื่อบดบังใบหน้าของตัวเอง แม้ว่าความจริงมันแทบจะไม่ได้ช่วยเลยก็ตาม ตรงดิ่งไปยังร้านขายขนมที่แม่ค้าคนสวยกำลังเก็บของ
“กลับบ้านแล้วใช่ไหม ไปกันเดี๋ยวพี่ไปส่ง” รอยยิ้มหวานส่งให้เธอก่อนถูกหญิงสาวปฏิเสธในทันที ไม่ยอมรับความช่วยเหลือที่แสนจริงใจจากเขา
“ไม่ต้อง ฉันมีรถขับกลับเองได้ ไม่ต้องรบกวนคุณให้ไปส่งหรอกค่ะ” สะบัดหน้าหนีแล้วรีบเก็บของใส่รถโดยเร็ว กลัวคนแถวนี้หันมาให้ความสนใจเขาแล้วเธอจะซวยไปด้วย ยังไม่อยากดังทั้งที่เรื่องของเรายังไม่เคลียร์
ถ้าจะให้ดีเขาควรไปใช้ชีวิตของตัวเอง ปล่อยเธอกับลูกไว้ที่นี่ดีกว่า
หล่อนเริ่มปรับตัวได้แล้ว กำลังจะลืมแล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่รู้สิงห์จะกลับมารื้อฟื้นให้เจ็บปวดอีกทำไม คำว่ารักที่ออกจากปากเขามันไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด ได้แต่คิดแล้วก็เม้มปากเอาไว้ไม่อยากพูดในสิ่งที่คิดไปซะหมด
“อย่าโกรธกันเลยนะ...พี่ขอโทษแล้วไง” ไม่เคยง้องอนใครนานเท่านี้มาก่อน เพียงแค่ส่งสายตาหวานก็ได้รับการให้อภัยแล้ว
ต่างจากคราวนี้ที่ตื้อก็แล้ว บอกรักไปก็โดนเมินเฉยกลับมา หมดหนทางจะทำให้เธอยอมอภัยจนได้แต่นึกสงสัยว่าหัวใจของระรินทำจากหินหรือไง
ช่างแข็งเสียเหลือเกิน...
“ขอโทษแล้วมันหายในทันทีเลยเหรอ ความรู้สึกของฉันที่ผ่านมามันไม่สำคัญเลยหรือไง แค่คุณบอกขอโทษแล้วฉันต้องยกโทษให้ทันทีเลยใช่ไหม” หันมาเหวใส่เสียงดังจนคนเดินผ่านไปมาต้องเหลียวมองด้วยความสนใจ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อระงับความโกรธ พยายามนับหนึ่งถึงสิบบอกตัวเองให้ใจเย็นมากกว่านี้
แต่เพียงเห็นหน้าเขาก็หงุดหงิดแล้ว อิทธิพลของเขาที่มีต่อเธอมันช่างมากมายเสียเหลือเกิน
“เปล่า พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้น” บอกเสียงอ่อนแต่ตอนนี้หล่อนไม่คิดสนใจแล้ว
“คุณหมายความแบบนั้นค่ะ”
“พี่ไม่ได้ตั้งใจ” คิดหาคำเพื่อให้เธอหายโกรธกัน เขาคงใจร้อนเกินไปหน่อยการสื่อสารจึงผิดเพี้ยน กลายเป็นเพิ่มความยากลำบากให้ตัวเองมากกว่าเดิม จนเธอต้องมองเขาตาแข็งไม่ยอมแพ้เหมือนในอดีต
ระรินคนใหม่ที่เข้มแข็งจนเขาไม่คุ้นเคย แต่กลับหลงรักมากกว่าเดิมจึงมองแม่ของลูกตาเป็นประกาย
“กลับบ้านคุณไปเถอะอย่ามายุ่งกับฉันอีกเลย ไม่มีคุณฉันกับลูกก็อยู่กันได้” ที่ผ่านมาเธอก็อยู่โดยไม่มีเขาแม้มันจะยากสักหน่อยที่จะลืม ก็เชื่อว่าสักวันจะต้องทำได้
“แต่พี่อยู่ไม่ได้...พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีน้ำ” เปลี่ยนสรรพนามพร้อมใช้ลูกอ้อนเพื่อทำให้หล่อนใจอ่อน ซึ่งหญิงสาวก็เค้นหัวเราะคล้ายฟังเรื่องตลก จ้องเขานิ่งแล้วก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิมเล็กน้อย เอ่ยคำพูดแสนเจ็บแสบที่ทำเอาร่างหนานิ่งอึ้ง
“ที่ผ่านมาก็อยู่ได้สบายดีนี่คะ เห็นมีความสุขดีไม่ใช่เหรอ ก่อนจะพูดอะไรก็ช่วยคิดด้วยว่าฉันเป็นคนไม่ใช่ควายจะได้กินหญ้าทุกครั้งที่คุณยื่นมาให้” ไม่ฟังคำแก้ตัวหรืออธิบายใดก็เลือกจะขึ้นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงขับกลับบ้าน ปล่อยสิงห์ยืนมองพลางเอ่ยชมในใจ
“เมียปากดีแบบนี้พี่ยิ่งชอบ”
เขาไม่คิดยอมแพ้กลับยิ่งเพิ่มความอยากเอาชนะมากกว่าเดิม
ต้องทวงคืนเธอกลับมาสู่อ้อมอกอีกครั้งให้ได้!
