๒ (๑)
๒
ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่ เพียงแต่ได้ยินแค่เสียงคนคุยกันดังขึ้นเรื่อยๆ จนต้องลืมตาตื่นมองเพดานสีขาวที่คุ้นเคย เริ่มประติดประต่อเรื่องราวทีล่ะน้อย แล้วภาพก่อนหมดสติก็เริ่มชัดโดยหล่อนไม่มั่นใจว่ามันเป็นเพียงจินตนาการของตัวเองหรือเปล่า
“อย่าเพิ่งกวนแม่สิลูก ให้แม่เขานอนก่อนนะ ตอนนี้เล่นกับพ่อก่อนดีไหม...” เสียงดังข้างหูพร้อมกับความกลัวที่เริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้วงแห่งความฝันเหมือนทุกคืนที่คิดว่ายังมีเขาข้างกายในฐานะสามีและพ่อของลูกหรือเปล่า
มันคือความฝันที่หล่อนพยายามปฏิเสธอยู่ทุกค่ำคืน บอกตัวเองแล้วยังย้ำอยู่อย่างนั้นให้ผ่านคืนวันซึ่งชวนหวนคิดถึงอดีต
“ปาปา ปาปา หยั่มๆๆ” เด็กเล็กที่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายพยายามคลอเคลียกับคนมาใหม่
“ป่าป๊าเหรอ รู้จักป่าป๊าด้วยเหรอ” น้ำเสียงมีความยินดีจนต้องขยับเข้าไปใกล้คนพี่ที่ยิ้มหวานให้ผู้ชายซึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ไม่สนใจว่าเป็นคนแปลกหน้าหรือเปล่า สิ่งเดียวที่รู้ก็คือการได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายที่รูปร่างแข็งแกร่ง ดูแล้วสามารถพาเล่นสนุกได้จึงติดหนึบไม่ยอมขยับไปไหน
“หนม หนม หยั่มๆๆ” คนหนึ่งร้องขออีกคนก็ร้องตาม สมกับเป็นพี่น้องเสียจริงจนเขาต้องเผยรอยยิ้มแทบตลอดเวลา เจอหน้ากันเพียงครู่เดียวก็สนิทสนมเหมือนรู้จักมาเนิ่นนาน สร้างความอบอุ่นในหัวใจแก่ดาราหนุ่มเป็นอย่างมาก
ไม่คิดว่าจะถูกต้อนรับอย่างดีกับลูกชายวัยหนึ่งขวบกว่า น่าเสียดายที่ไม่เห็นตอนทั้งสองออกจากท้องแม่ แต่ต่อจากนี้คงต้องเลี้ยงดูลูกให้ดีแล้วล่ะ
เขามั่นใจว่าตัวเองจะต้องเป็นพ่อที่ดีแน่นอน...
“มาได้ยังไง ออกไป แค่กๆ ออกไปไง”
แต่ก่อนจะเป็นพ่อที่ดีต้องง้อแม่ของลูกให้สำเร็จก่อน...ซึ่งเขายังคงห่างไกลจากคำนั้นพอสมควร
เพียงแค่เธอตื่นก็ลุกขึ้นมาคว้าแขนเขาแล้วดึงออกจากคอกกั้นเด็กทันที ถึงแรงน้อยนิดก็ยังฝืนกายเพื่อให้ร่างสูงออกไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามาที่นี่ได้อย่างไร แล้วจุดประสงค์ของการมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่ ทุกอย่างดูสับสนไปหมดจนเธอจับต้นชนปลายไม่ถูก ยอมรับว่าค่อนข้างตกใจพอสมควรผสมกับอาการป่วยจากหวัดทำให้หมดสติในทันที
ถึงจะเจอหน้าเขาอยู่จอโทรทัศน์บ่อยแค่ไหนก็ไม่เหมือนได้เจอตัวจริง ช็อคจนไม่อยากเชื่อว่าเป็นความจริงด้วยซ้ำ
คนที่อยู่ในฝันกลับมาปรากฏตัวตรงหน้า แต่เธอไม่ต้องการให้เป็นเช่นนี้เลยสักนิด!
“เธอไม่สบายอย่าขยับเยอะสิ นอนไปเถอะ” เขาดึงอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้จนเธอเซถลาล้มลงบนตักแกร่งที่นั่งเล่นอยู่กับลูกชาย เป็นท่าประจำที่เขามักจับเธอนั่งบนตักยามอยู่ด้วยกัน หวนให้เธอนึกถึงความเจ็บปวดที่ได้รับจนต้องพยุงกายลุกรวดเร็ว
ดวงตาร้อนผ่าวไม่เข้าใจว่าเขาจะมาที่นี่ทำไม คิดว่าทุกอย่างจบลงไปแล้วตั้งแต่หล่อนจากมา ไม่เคยนึกจะทำร้ายเขาทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ยินดีออกมาใช้ชีวิตกับลูกเพียงลำพังไม่ร้องขอหรืออ้อนวอนความรักจากสิงห์อีก
เราอยู่กันคนละโลกด้วยซ้ำ เหตุใดเขาจึงต้องโผล่มาให้เห็นหน้า สร้างความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแก่กันด้วย
เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด...
“ไม่ต้องมายุ่ง! ออกไป!” ตะโกนใส่ชายหนุ่มเสียงดังจนลูกที่นั่งอยู่ด้วยถึงกับสะดุ้ง น้ำตาปริ่มขอบพร้อมขยับเข้ามากอดขามารดาเอาไว้ทั้งคนพี่และคนน้อง ทำให้เธอต้องสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อระงับโทสะ ไม่อยากให้ลูกเห็นด้านไม่ดีของตัวเอง แม้จะดุเด็กน้อยบ่อยก็ไม่เคยขึ้นเสียงใส่มาก่อน
เพราะเขาคนเดียวที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นนางยักษ์ในสายตาเด็กแฝด แววตาที่มองเขาจึงยิ่งดุมากกว่าเดิม
“แม่แม่ดุ ดุๆ” ว่าเสียงสั่นจนหล่อนต้องย่อกายลงมาเพื่อแกะมือเด็กน้อยออกจากขา กำลังจะเอ่ยปลอบกลับถูกร่างสูงตัดหน้าไปก่อน แถมยังแทนตัวเองด้วยสถานะซึ่งเธอไม่คิดจะให้เขาได้ใช้เพราะอีกฝ่ายทิ้งสิทธิ์นั้นไปตั้งแต่สองปีก่อนแล้ว
เขาไม่ใช่พ่อของเด็กแฝดแล้วเราก็ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก มือบางจึงกำเข้าหากันแน่นระหว่างมองเขาดวงตาเป็นประกาย
ด้วยความโกรธไม่ใช่เสน่หา!
“ใช่ แม่ดุมากเลยนะดูสิป่าป๊าโดนดุจนร้องไห้ไปหมดเลย สงสารป่าป๊าหรือเปล่า” น้ำตาไม่มีสักหยดแต่เขากลับเรียกร้องความสนใจจากลูกจนเธอกำหมัดแน่น ตัดสินใจบิดหูชายหนุ่มเพื่อลากออกมาข้างนอก ซึ่งดูเหมือนจะได้ผลเพราะเขาตามออกมาทันทีไม่สามารถยื้อแรงไว้ได้เหมือนเคย
เจ็บจนหูแทบหลุดเพราะนอกจากดึงแล้วยังบิดอีกต่างหาก คิดว่าหูเขาเป็นแฮนด์มอเตอร์ไซค์หรือไง
ก่อนออกมาก็ปิดคอกกันเด็กไว้เพื่อกันไม่ให้ลูกออกมาข้างนอกได้ ความโกรธส่งผ่านสายตาจนแทบเป็นเปลวเพลิงแต่มีหรือที่ร่างสูงจะนึกสะท้าน เขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะพาเธอกลับไปพร้อมกัน ไม่สนว่าหญิงสาวจะโกรธหรือเกลียด
รู้เพียงอย่างเดียวว่าเขารักเธอก็พอแล้ว...
“มาทำไมต้องการอะไร ออกไป บอกให้ออกไปไง!” ลากหูเขาออกจากบ้านแล้วตะโกนไล่เสียงดังอย่างไม่อาย โกรธจนหลงลืมไปว่าชายหนุ่มเป็นถึงดาราดัง ถ้าคนแถวบ้านมาเห็นคงเรื่องใหญ่เป็นแน่ ทางที่ดีคงต้องรีบไล่เขาออกห่างจากหน้าบ้านเสียก่อน
“น้ำ เรามาคุยกันดีๆ เถอะนะ” ยังคงปักหลักยืนอยู่ที่เดิมแต่เธอกลับไม่ต้องการจะเอ่ยคำใดกับเขา ยืนกรานชัดเจนพร้อมตะคอกใส่ดวงหน้าหล่อในทันที
“ไม่!” นอกจากไม่ยอมคุยแล้วยังเดินไปหยิบของบางอย่างมาจากพื้นก่อนสาดโครมเข้าที่ร่างสูงจนเขาไม่ทันได้หลบ
ซ่า
เปียกจนเสื้อแนบกับลำตัว...
ทำได้เพียงยืนนิ่งค้างอยู่หน้าบ้านเธอ ไม่เคยมีใครสาดน้ำใส่เขามาก่อนถึงมันจะเป็นแค่น้ำเปล่าไม่ได้สกปรกก็ตาม ชายหนุ่มถึงกับทำตัวไม่ถูกอยู่เกือบนาทีแล้วจ้องหญิงสาวที่พูดเสียงแข็งใส่หน้าตน เธอกลายเป็นคนละคนกับเมื่อสองปีก่อน
ซึ่งไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ตนจะโดนโกรธ ทำกับเธอเอาไว้มากก็ต้องรับผลของการกระทำเป็นเรื่องธรรมดา
