บท
ตั้งค่า

๙ : สาววัยร้อยสองปีอยากงอแง

Chapter 9

‘สาววัยร้อยสองปีที่อยากงอแง’

 

"แค่หยิบของเองนะ ทำไมของตกกระจายเกลื่อนเช่นนี้เล่า" อู๋เซียนลี่หันไปเก็บข้าวของให้กับเจียงซิงเยี่ยนหลังช่วยรักษาแผลบนมือของเขาเสร็จแล้ว

"เดี๋ยวข้าเก็บเองขอรับ" เจียงซิงเยี่ยนรีบลุกมาห้าม

"เก็บคนเดียวเมื่อไหร่จะได้นอนกัน" นางยังคงช่วยเขาเก็บ

ทั้งสองคนช่วยกันเก็บข้าวของภายในห้อง จนเหลือเพียงไม่กี่ชิ้นอู๋เซียนลี่เลยตั้งท่าจะลุกขึ้นยืนเพื่อให้เจียงซิงเยี่ยนจัดการที่เหลือแต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเส้นผมสีแดงเข้า สีแดงหรือ? มือเรียวหยิบมันขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณาก่อนจะหันไปมองเจียงซิงเยี่ยนเพ่งมองผมของเขาที่มองยังไงมันก็สีดำไม่ใช่แดงแน่นอน

"มีอันใดหรือขอรับ?" เจียงซิงเยี่ยนที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นว่านางกำลังมองเขาก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยในทันที

"อ๋อ มะ… ไม่มีอะไรหรอก" นางรีบเก็บเส้นผมสีแดงไว้ในกำมือทันทีก่อนจะทำเนียนลุกเดินออกมานั่งที่โต๊ะ มองดูชายหนุ่มกำยำน่าฟัดกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บของ

'เส้นผมสีแดงมันของใครกันนะ ไป๋เซี่ยซานแห่งนี้ก็ไม่มีผู้ใดผมสีแดงนี่นา แล้วอีกอย่างจีนโบราณแบบนี้คงยังไม่มีน้ำยาย้อมผมหรอกมั้ง สีแดงนี่ต้องกัดผมด้วยนะ แล้วผมใครกันหรือว่าไม่ใช่มนุษย์?'

เจียงซิงเยี่ยนเดินเข้ามานั่งตรงข้ามกับอู๋เซียนลี่แต่อีกฝ่ายกลับเหม่อลอยเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจ้องมองดวงหน้างดงามที่ตราตรึงใจมานานแสนนานด้วยรอยยิ้มอย่างควบคุมตนเองไม่ได้เลย แต่ยิ่งมองกลับยิ่งดูแปลกตาไปอย่างบอกไม่ถูก ปกตินางไม่เคยเหม่อลอยมักจะมีสติอยู่กับตัวเสมอพร้อมใบหน้าที่เรียบตึงตลอดเวลา รอยยิ้มเป็นสิ่งที่นับครั้งได้สำหรับนาง แต่ตั้งแต่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บกลับดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ใบหน้างดงามนั้นแทบจะไม่เรียบตึงเลย มันมีแต่รอยยิ้มไม่มากก็น้อยแต่ยิ้มแทบจะตลอดเวลา ไหนจะอาการเหม่อลอยที่ไม่ระวังตัวแบบนี้อีก

เขาเอื้อมมือไปหานางช้า ๆ ก่อนจะจับลงบนไหล่เล็กจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกหันมามองหน้าเขาด้วยท่าทางตกใจ แปลก? ปกตินางเป็นคนระวังตนอยู่เสมอ ไม่เคยปล่อยให้ใครเข้าถึงตัวได้ง่าย แค่เพียงยื่นมือไปหาก็อาจจะมือหักได้เลย ไม่มีทางหรอกที่จะจับเนื้อต้องตัวนางได้ง่ายดายเช่นนี้

"เจ้าจะจับไหล่ข้าอีกนานหรือไม่?" อู๋เซียนลี่มองมือของเขาที่ยังคงจับไหล่นางจนต้องรีบปล่อยออกแล้วก้มหัวลงเล็กน้อย

"ขออภัยที่ล่วงเกินขอรับ"

"ไม่เป็นไร งั้นข้าต้องขอตัวก่อน ชักจะง่วงแล้วสิ" นางยกมือขึ้นป้องปากหาวก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาทางประตู "เจ้าก็นอนได้แล้วเป็นเด็กเป็นเล็กต้องรีบนอนแต่หัวค่ำ นอนดึกจะไม่โตเอานะ"

ว่าจบนางก็หันตัวเดินออกมาพร้อมปิดประตูให้เขาด้วย แต่เมื่อพ้นเรือนออกมารอยยิ้มบนใบหน้าก็จางหายไป นางหยิบเอาเส้นผมสีแดงออกมาจากแขนเสื้อก่อนจะยกขึ้นสูดดมก็ได้กลิ่นหอมเหมือนดอกไม้เลย แต่ใครกันล่ะที่มีผมสีแดงแบบนี้ มั่นใจว่าที่นี่ไม่มีแน่นอนแต่จะให้ถามเจียงซิงเยี่ยนตรง ๆ อีกฝ่ายคงไม่ยอมบอกหรอก

 

สามวันถัดมา

"ข้าต้องแต่งชุดเช่นนี้จริงหรือ?"

อู๋เซียนลี่มองดูอาภรณ์สีแดงสดอย่างกับชุดแต่งงานที่สาวรับใช้นำออกมาก็รู้สึกท้อแท้ใจเพราะมันใส่หลายชั้นไม่พอยังเต็มไปด้วยเครื่องประดับจัดหนักจัดเต็มอีกต่างหาก แค่เครื่องหัวที่ใส่อยู่ตอนนี้ก็นึกว่าจะไปเล่นงิ้วอยู่แล้วเนี่ย

"ท่านเป็นถึงตี้เซียนผู้ดูแลแดนเหนือจะน้อยหน้าผู้อื่นได้เช่นไร ปกติท่านหญิงก็แต่งเช่นนี้ตลอดนะเจ้าคะ"

สาวรับใช้จัดการจับอู๋เซียนลี่มาสวมใส่ชุดประจำตำแหน่งในทันทีเพราะมันเป็นชุดทางการที่ไว้ใช้ประชุมหรือร่วมงานสำคัญของเหล่าเซียนถึงจะไม่อยากใส่ก็ต้องใส่เพื่อแสดงอำนาจของตนเองให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้อื่นให้สมฐานะของตน ฉะนั้นมีอะไรก็ต้องประโคมใส่เข้าไป ทั้งทองคำไข่มุกเพชรนิลจินดาเอาให้ระยิบระยับจนใครมองก็ต้องหลี่ตาไม่สามารถมองตรง ๆ ได้

หลังจากแต่งตัวเสร็จอู๋เซียนลี่ก็ลากชุดหนักเป็นกิโลเดินออกมาด้านนอกเพื่อเตรียมจะเดินทางไปร่วมงานประชุมเซียนที่ต้องไปตลอดเพื่อรายงานสถานการณ์ในเขตการดูแลของตน แน่นอนว่ามันเป็นครั้งแรกที่นางจะต้องออกไปพบปะผู้คนมากมายหลังจากมาอยู่ในร่างนี้

ตอนนี้มีแต่ความประหม่าไปหมด อากาศหนาวเช่นนี้แต่น่าแปลกที่นางกลับร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟเผาจะบอกว่าชุดมันหนาก็ไม่น่าใช่ถ้าเทียบกับอุณหภูมิของยอดเขาหิมะแห่งนี้แล้วด้วย จะไม่ให้ประหม่าได้อย่างไรก็ในเมื่อนางไม่รู้จักใครสักคน เกิดไปโป๊ะแตกกลางที่ประชุมจะไม่ถูกสงสัยเอาหรือเกิดโดนจับได้ว่าไม่ใช่ยัยเจ๊ลี่คนเก่าจะโดนกล่าวหาว่าเป็นปีศาจมาสิงสู่จนถูกลากออกไปประหารไหมเนี่ย

"ได้เวลาแล้วขอรับ" เจียงซิงเยี่ยนเดินเข้ามาหานาง

"ไปยังไง?" นางกางมือออกพร้อมยกไหล่เล็กน้อยอย่างขอคำตอบเพราะมองไปทางไหนก็ไม่เห็นรถม้าเลย

"ขี่กระบี่ไปขอรับ" เจียงซิงเยี่ยนโยนกระบี่ของตนขึ้นไปบนฟ้า

"ห๊ะ!" นางร้องอุทานเสียงหลงจนเหล่าสาวรับใช้พากันตกใจรีบนั่งคุกเข่าลงกับพื้นทันทีเพราะนึกว่านางจะระเบิดลง

"พวกเจ้า เจ้า เจ้า แล้วก็เจ้า" อู๋เซียนลี่ชี้หน้าทุกคนก่อนจะมาหยุดที่เจียงซิงเยี่ยนด้วยท่าทางขึงขังก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกอดอกของตน "พวกเจ้าให้ข้าแต่งตัวเสียเต็มที่ ชายผ้ายาวลากพื้น เครื่องประดับผมอย่างกับองค์หญิง มิหนำซ้ำชุดนี้ทั้งหนาทั้งหนัก แต่จะให้ข้าขี่กระบี่ไปหรือ กว่าข้าจะไปถึงผมเผ้าข้าไม่ยุ่งเหยิงหรือไงกัน"

นางทำท่าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด สองแขนยังคงยกขึ้นกอดอกตนเองแน่น ดูชุดที่นางสวม ดูทรงผมที่นางทำ แต่งตัวเสียเต็มยศขนาดนี้แล้วจะให้นางขี่กระบี่ไปเนี่ยนะมันก็เหมือนขี่มอเตอร์ไซค์นั่นแหละ

"แต่เราต้องรีบไปขอรับ ขี่กระบี่ไปไวกว่าใช้รถม้า" เจียงซิงเยี่ยนกล่าว

"ถ้ารีบขนาดนั้น ไยไม่ไปตั้งแต่เมื่อวาน"

นางยังคงกอดอกแน่นด้วยท่าทางฟึดฟัด ก่อนจะแบมือออกเพื่อพยายามเรียกกระบี่ของตนเองออกมาแต่ก็ทำไม่สำเร็จ เจ้ากระบี่ตัวดีดันไม่ยอมปรากฏขึ้นเสียอย่างงั้นยิ่งทำให้นางกระฟัดกระเฟียดเหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจมากกว่าเดิม

"แค่จะเรียกกระบี่ออกมาข้ายังไม่มีพลังมากพอเลย นับประสาอะไรกับการขี่กระบี่เล่า" นางเอนตัวไปพิงผนังเรือนก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอกแน่นแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

"ข้าไม่ไปแล้ว"

"ห๊ะ!" ทุกคนถึงกับร้องอุทานออกมาพร้อมกันหันมองหน้าท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ของตนที่ตอนนี้กำลังแสดงอาการเอาแต่ใจออกมาเหมือนเด็กสาวแรกรุ่นไม่มีผิด ทั้งที่ความจริงอายุก็ปาไปร้อยปีแล้ว

"โธ่! ข้าป่วยอยู่นะ ข้าความจำเสื่อม ข้าโดนพิษ ข้าใช้พลังไม่ได้แล้วพวกเจ้าทุกคนยังจะให้ข้าออกไปข้างนอกอีกหรือ ถ้าศัตรูข้าใช้โอกาสนี้ลอบสังหารขึ้นมาจะทำเช่นไร"

คำพูดของนางทำให้เจียงซิงเยี่ยนและสาวรับใช้ต่างหันมองหน้ากันคล้ายจะเห็นด้วยเพราะในยามนี้อู๋เซียนลี่ไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่ ไหนจะความจำเสื่อมอีกการให้ออกไปข้างนอกคงไม่ส่งผลดีเท่าไหร่นักถ้าเกิดมีคนคิดปองร้ายจริง ๆ อีกอย่างเรื่องที่นางป่วยและความจำเสื่อมจะให้แพร่งพรายออกไปไม่ได้เพราะมันไม่ส่งผลดี

"ข้าไม่ไป ข้าไม่อยากไปแล้ว บอกพวกเขาให้มาหาข้าเองแล้วกัน" นางกล่าวขึ้นเมื่อเห็นทุกคนเงียบ

"ละ… แล้วจะให้บอกเหตุผลว่าอย่างไรล่ะเจ้าคะ?" สาวใช้คนหนึ่งถามขึ้น

"โอ๊ย! ข้ารู้สึกเวียนหัวเหมือนจะเป็นลม"

อู๋เซียนลี่แกล้งทำท่าทางเซไปเซมาคล้ายคนเวียนหัวก่อนจะล้มไปทางเจียงซิงเยี่ยนจนเขาต้องรีบรับตัวนางเอาไว้ในอ้อมแขน นางเซียนหันไปมองทางข้ารับใช้ก่อนจะยกมือขึ้นจับที่ขมับของตนเองแสร้งทำท่าทางอ่อนเพลียจนจวนเจียนจะล้ม

"ข้ารู้สึกไม่สบาย เวียนหัวเหลือเกิน จะยืนให้ตรงยังยืนมิได้พวกเหล่าเซียนผู้ทรงคุณธรรมคงไม่ใจอำมหิตให้ข้าที่ป่วยขนาดนี้แบกสังขารไปร่วมประชุมด้วยหรอกนะ"

"คะ… คุณชายสาม" สาวรับใช้หันไปขอความช่วยเหลือจากเจียงซิงเยี่ยน

"โอ๊ย! ข้าจะเป็นลม" อู๋เซียนลี่เลือกจะเล่นละครฉากใหญ่ด้วยการทิ้งน้ำหนักตัวลงเต็มที่เพื่อแกล้งหมดสติให้รู้แล้วรู้รอดไปจนเจียงซิงเยี่ยนต้องรีบช้อนตัวนางขึ้นมาอุ้มก่อนจะล้มพับลงไปกองกับพื้น

"เจ้าส่งสารเวทไปบอกพวกเขาแล้วกันว่าอาการบาดเจ็บของท่านหญิงยังไม่หายดีจึงไม่สะดวกไปร่วมประชุม ไว้จะส่งรายงานตามไปให้ที่หลัง"

"เจ้าค่ะ"

สุดท้ายสาวรับใช้ก็ต้องยอมเพราะท่านหญิงของพวกนางเล่นใหญ่เสียขนาดนี้ เจียงซึงเยี่ยนอุ้มตัวนางกลับเข้ามาในเรือนนอนเมื่อได้ยินเสียงประตูปิดลงอู๋เซียนลี่ที่แกล้งหมดสติก็ลืมตาขึ้นในทันทีก่อนจะยื่นหน้าออกไปมองทางด้านหลังด้วยรอยยิ้มร่าที่แผนการสำเร็จไปได้ด้วยดี อู๋เซียนลี่การละครก็ไม่แย่เท่าไหร่หรอกนะ

"ร้ายกาจนะขอรับ"

"ร้ายกาจอันใด ข้าป่วยจริง ๆ หาได้แกล้งเล่น จะให้คนความจำเสื่อมเช่นข้าไปนั่งอยู่ท่ามกลางเหล่าเซียนหรือ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ บอบบางเช่นข้าก็คงไม่พ้นโดนรังแกเป็นแน่"

นางซบใบหน้าลงบนอกกว้างของเจียงซิงเยี่ยนอย่างลืมตัวเพราะยังคงถูกเขาอุ้มเอาไว้จนเขายกยิ้มด้วยความเขินอาย ใบหน้าแดงก่ำจนถึงใบหูยามใบหน้านุ่มนิ่มกำลังซุกบนตัวของเขา มันให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบอย่างอธิบายไม่ถูก ท้องน้อยเริ่มมวนจนเหมือนจะยืนไม่ไหวเสียแล้วสิ

"อ๊ะ! โอ๊ย!" นางร้องอุทานออกมาเสียงหลงเมื่อโดนเจียงซิงเยี่ยนโยนลงบนเตียงแบบไม่ทันตั้งตัวเล่นเอาเจ็บหลังไปหมดเลย ไอ้เด็กคนนี้นี่ทำอะไรเกรงใจสังขารนางบ้างสิโว๊ย

"เจ้าลูกหมานึกจะโยนก็โยนเกรงใจอายุข้าหน่อยสิ ข้าอายุร้อยสองปีแล้วนะไม่ใช่ยี่สิบแบบเจ้า!"

นางเงยหน้าขึ้นตวาดลั่นใส่เจียงซิงเยี่ยนแต่เมื่อเห็นท่าทางของเขาก็ต้องหยุดฝีปากของตนเองในทันทีเพราะตอนนี้เจ้าลูกหมาลงไปนั่งคุกเข่าที่พื้นแล้วหรือเกิดสำนึกผิดขึ้นมาทันทีทันใด แต่น่าแปลกทำไมหน้าเขาถึงได้แดงซ่านขนาดนั้นไหนจะตัวที่งอแปลก ๆ อีก รู้สึกเหมือนมือจะกุมเป้าตัวเองด้วย เมื่อมองตามสายตาของเขาก็มาบรรจบที่เรียวขาอันงดงามของนางที่โผล่พ้นออกมาจากชายผ้าจึงรู้ได้ทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น

"เจ้าลูกหมานี่กล้าคิดเรื่องต่ำทรามกับข้าเชียวหรือ!"

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel