๘ : เรื่องในม่านมุ้ง
Chapter 8
'เรื่องในม่านมุ้ง'
ละอองสีแดงลอยผ่านเข้ามาภายในเรือนนอนของเจียงซิงเยี่ยนที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ภายในห้อง ปรากฏเป็นหญิงสาวนางหนึ่งภายใต้อาภรณ์สีแดงเดินทอดกายเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มหวานก่อนจะวางมือลงบนลาดไหล่กว้างด้วยรอยยิ้มเย้ายวนใจชวนให้ใจบุรุษสั่นไหวได้ง่าย ๆ แต่ไม่ใช่กับเจียงซิงเยี่ยนที่เลือกจะปัดมือของนางออกไป
"เย็นชากับข้าจริงนะ ใช่สิข้าไม่ใช่ท่านหญิงของเจ้า"
"หุบปากของเจ้าเสียนางจิ้งจอกแดง"
นางจิ้งจอกแดงแสยะยิ้มขณะเดินอ้อมมานั่งบนตั่งเตียงของเขาด้วยท่าทางยั่วยวนยามสองขาเรียวยกขึ้นจนชายกระโปรงถกรั้งเผยให้เห็นขาเรียวขาวที่ติดจะซีดเซียวแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความงามลดน้อยลงสักนิดเดียว
"เจ้าขอให้ข้าช่วยทำให้นางติดพิษ ข้าก็ทำแล้วนี่ไงและเมื่อไหร่เล่าข้าจะได้กินเจ้า?" ลิ้นเรียวแหลมตวัดเลียริมฝีปากของตนยามมองเจียงซิงเยี่ยน
"เมื่ออู๋เซียนลี่ตกเป็นของข้า"
"ถ้าอยากได้ขนาดนั้นให้ข้าใช้มนต์เสน่ห์จิ้งจอกดีหรือไม่ มนต์เสน่ห์จิ้งจอกใครหน้าไหนก็มิอาจจะต้านทานได้ ข้าทำให้นางคลานขึ้นเตียงมาพลีกายให้เจ้าได้เลย"
"ข้าไม่อยากทำร้ายนางไปมากกว่านี้"
"แต่ก็ทำให้นางโดนพิษของข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าพิษจิ้งจอกมันเจ็บปวดเพียงใด ถ้าไม่รีบรักษานางจะกลายเป็นจิ้งจอกแบบข้า กลายเป็นปีศาจและสุดท้ายก็จะถูกพวกเซียนลากคอไปประหาร"
เจียงซิงเยี่ยนนิ่งเงียบไม่ได้พูดอันใด เขาเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่มีเพียงแสงจันทราและดาราเท่านั้น ยามนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ที่อู๋เซียนลี่ต้องถูกพิษมันก็เป็นแผนการของเขาเองที่สั่งให้จิ้งจอกแดงไปเป็นศัตรูคู่แค้นกับนางเพื่อจะได้สู้กันแล้วใช้โอกาสนี้ทำให้อู๋เซียนลี่โดนพิษอย่างที่เห็น
"เหม่ออันใดหรือ?" นางจิ้งจอกพุ่งตัวเข้ามาหาเจียงซิงเยี่ยนก่อนจะดึงเสื้อของเขาลงจนเกาะหมิ่นเหม่ที่หัวไหล่
"ออกไป" เสียงแข็งเอื้อนเอ่ยขึ้นจนนางจิ้งจอกทำท่าไม่พอใจแต่ก็ยอมล่าถอยออกไป
"อย่าลืมว่าข้ามีความลับของเจ้าอยู่ มันจะเป็นยังไงถ้านางรู้ว่าเจ้ามีสายเลือดของจิ้งจอกอยู่ในตัว อย่าลืมสิว่าปีศาจที่สังหารแม่ของนางก็คือจิ้งจอกและนางเกลียดจิ้งจอกเข้ากระดูกดำ"
โครม!
ร่างของนางจิ้งจอกลอยกระเด็นออกไปในทันทีหลังพูดจบ แผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังจนเกิดเสียงดังข้าวของตกกระจัดกระจาย ตามมาด้วยเสียงโอดครวญแผ่วเบา เจียงซิงเยี่ยนเดินเข้ามาก่อนจะใช้พลังบีบคอจิ้งจอกแดงเอาไว้จนนางดิ้นด้วยความทรมาน ใบหน้าเริ่มซีดเซียวกว่าเก่ายามลมหายใจเริ่มติดขัด
"เจ้าคิดว่าจะข่มขู่คนเช่นข้าได้หรือ ข้าอยู่ที่นี่มาเป็นสิบปีโดยที่ไม่มีผู้ใดจับได้ว่ามีสายเลือดปีศาจจิ้งจอกในกาย คิดว่าคนแบบข้าจะสังหารเจ้าไม่ได้หรือ เป็นข้าต่างหากที่เจ้าต้องกลัว"
"ปะ… ปล่อยข้า เมตตาข้าด้วย"
"หรือข้าจะสังหารเจ้าเสียตอนนี้ดี"
เขาเพิ่มแรงบีบมากขึ้นจนนางปีศาจจิ้งจอกแดงดิ้นพล่านด้วยความทรมาน ดวงตาเบิกโพลง เมื่อลมหายใจเริ่มขาดห้วงภาพตรงหน้าเริ่มเลือนรางจากน้ำตาที่เอ่อล้นคลอเบ้าตาทั้งสองข้าง
"เจียงซิงเยี่ยนเจ้าอยู่ในห้องหรือไม่?"
เสียงของอู๋เซียนลี่ดังขึ้นจนเจียงซิงเยี่ยนตกใจคลายพลังออกทำให้นางจิ้งจอกแดงรีบใช้โอกาสนี้ หลบหนีออกไปในทันที เซียนหนุ่มไม่ได้สนใจนางปีศาจเลือกจะรีบเดินไปยังหน้าประตูแล้วเปิดมันออกก็พบพี่สาวบุญธรรมกำลังยืนอยู่
"มีอันใดหรือขอรับ?"
อู๋เซียนลี่เตรียมจะอ้าปากพูดแต่สายตากลับเลื่อนไปเห็นเสื้อของเจียงซิงเยี่ยนที่มันไม่เรียบร้อย ห้อยหมิ่นเหม่ตรงลาดไหล่ของเขาจนเห็นแผงอกขาวที่ชวนให้ใจสั่นเสียจริง ๆ เล่นเอานางพูดไม่ออกเลยทีเดียวจะละสายตาไปทางอื่นก็ไม่ได้เหมือนโดนมนต์สะกดอย่างบอกไม่ถูก
เขาช่างมีเสน่ห์อะไรขนาดนี้
"ท่านหญิง"
"ห๊ะ! วะ… ว่าไง?" นางรีบเลื่อนสายตากลับขึ้นมามองใบหน้าของเขาอย่างเลิ่กลั่ก อยากจะเอาหัวโขกกำแพงนักจะมองอะไรก็แค่ผู้ชายหุ่นแซ่บ ขาว กล้ามแน่น โคตรหล่อคนหนึ่งเอง
"ท่านหญิงมาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือขอรับ?"
"ข้าได้ยินเสียงโครมครามดังไปถึงเรือนนอนจึงมาดู"
"อ๋อ พอดีข้าจะหยิบของแล้วพลาดจนของบนหลังตู้หล่นลงมาหมดขอรับ ขออภัยที่รบกวนการพักผ่อนของท่านยามดึกดื่นเช่นนี้" เขายกมือขึ้นประสานกันพร้อมคำนับนางอย่างนอบน้อมแบบเช่นทุกครั้ง
"แล้วไยเสื้อผ้าเจ้าหลุดลุ่ยเช่นนั้น?"
นางชี้นิ้วไปยังเสื้อหมิ่นเหม่ของเขา เหมือนเจียงซิงเยี่ยนจะเพิ่งรู้ตัวจึงรีบดึงแขนเสื้อขึ้นในทันทียิ่งทำให้นางรู้สึกไม่ไว้วางใจสักนิด เสียงดังโครมครามออกมาพร้อมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ทำไมนางคิดดีไม่ได้เลยเนี่ย จินตนาการไปถึงเรื่องในม่านมุ้งเสียแล้ว
"ขะ… ข้า" เจียงซิงเยี่ยนคิดหาคำแก้ตัวไม่ทัน
หรือว่าเขาจะซุกสตรีไว้ในห้อง?
"เอาเถิดเจ้าเองก็อายุยี่สิบปีแล้ว ข้าก็ไม่ได้ว่าอันใดหรอกถ้าเจ้าอยากจะหาประสบการณ์กับแม่นางคนไหน แต่เบาหน่อยเถิด ข้าตกอกตกใจหมด"
"หาประสบการณ์หรือ?" เขาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
"เจ้าอย่ามาทำไขสือ ก็ประสบการณ์เรื่องในม่านมุ้งอย่างไรเล่า เอาน่าเจ้าก็ยี่สิบปีแล้วถ้าอยากจะหาสาวใช้อุ่นเตียงสักคนสองคนหรือสามข้าก็มิว่าอันใดหรอก"
อู๋เซียนลี่ยกมือขึ้นกำหมัดแล้วต่อยลงบนอกของเจียงซิงเยี่ยนเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่เจ้าลูกหมาโตเป็นหนุ่มเต็มตัวเสียแล้ว แต่เหมือนเขาจะไม่ยิ้มด้วยเพราะนางกำลังเข้าใจผิดไปมากโขทีเดียว คนเช่นเขาน่ะหรือจะมีสาวใช้อุ่นเตียง จะหาสตรีนางใดมาคลายกำหนัด ไม่มีทางเสียหรอก
สตรีนางเดียวที่อยากลากขึ้นเตียงมุดเข้าม่านมุ้งด้วยกันก็มีแต่นางตรงหน้าตอนนี้เท่านั้น
"ข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว เชิญทำธุระของเจ้าต่อเถิด"
นางตัดสินใจจะกลับเรือนของตนเพราะเหมือนความเป็นห่วงเป็นใยของนางจะมาขัดจังหวะความสุขเขาเสียแล้วแต่ยังไม่ทันจะเดินออกไปพ้นก็ถูกมือใหญ่คว้าแขนเอาไว้แล้วดึงตัวนางเข้าไปหาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวจึงฝังลึกเข้าไปในอ้อมแขนใหญ่เต็มแรง ใบหน้าซบลงบนอกกว้างจนได้กลิ่นเนื้อบุรุษเต็มปอด
"ข้าไม่ได้มีใคร ไม่ได้ทำอันใดกับผู้ใดทั้งนั้น ข้าไม่เคยร่วมเตียงกับสตรีนางไหน ข้ายังคงบริสุทธิ์ ท่านโปรดเชื่อข้า"
เจียงซิงเยี่ยนสวมกอดอู๋เซียนลี่แน่นจนนางไม่เข้าใจว่าเขาจะทำเช่นนี้ทำไม ไยจะต้องบอกนางด้วยว่าตนเองไม่เคยนอนกับผู้ใด แล้วทำไมต้องมากอดนางแน่นขนาดนี้ด้วย อึดอัดจนจะหายใจไม่ออกแล้ว
"ปะ… ปล่อยข้าก่อน ข้าหายใจไม่ออก" นางดันตัวเขาออก
"ขะ… ข้าไม่มีใครจริง ๆ ข้าไม่ได้หลับนอนกับผู้ใด ข้ายังบริสุทธิ์"
เขายอมคลายอ้อมแขนออกแล้วรีบพูดอธิบายให้นางฟังด้วยสายตาเว้าวอนคล้ายจะร้องไห้จนอู๋เซียนลี่อดจะสงสารไม่ได้ เลื่อนมือขึ้นไปลูบใบหน้าของเจ้าเด็กน้อยเอาไว้ ก็เรียกเด็กน้อยได้แหละนะนางแก่กว่าตั้งแปดสิบสองปี
"ใจเย็นก่อน ข้าเชื่อแล้วเด็กดี เชื่อว่าเจ้ามิได้พาผู้ใดมาร่วมหลับนอน เชื่อแล้วว่าเจ้ายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไยต้องร้องไห้ด้วยเล่า?"
"ข้ากลัวว่าท่านจะไม่เชื่อขอรับ" เจียงซิงเยี่ยนยกมือขึ้นปาดคราบน้ำตาบนใบหน้าลวก ๆ นั่นทำให้อู๋เซียนลี่เห็นบาดแผลที่มือของเขาจึงรีบคว้ามาดู
"เจ้าไปโดนอันใดมา ทำไมแผลลึกเช่นนี้?"
"ขะ… ข้า ข้าโดนหินทิ่มขอรับ"
"หินทิ่มหรือ ตอนไหน?"
"เมื่อตอนกลางวันขอรับ"
พอได้ฟังเช่นนั้นอู๋เซียนลี่ก็นึกออกในทันที เมื่อตอนกลางวันเขาอยู่กับนาง สุดท้ายนางก็เผลอทำร้ายเขาอย่าบอกนะว่าได้แผลนี้มาจากฝีมือของนาง แต่คงไม่ใช่อย่างอื่นแน่เพราะตรงนั้นมีแต่หิน "ข้าเป็นคนทำใช่หรือไม่ บอกความจริงข้ามาห้ามโป้ปด"
เจียงซิงเยี่ยนไม่กล้าพูดจึงได้แต่พยักหน้ารับแทน อู๋เซียนลี่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจดันตัวเขากลับเข้าไปในห้องโดยมีนางตามเข้ามาด้วย ประตูถูกปิดลงอย่างง่ายดายด้วยพลังของนางที่เพียงดีดนิ้วไม่ว่าจะประตูหรือหน้าต่างก็ปิดฉับพลัน
"บุรุษกับสตรีมิควรอยู่ด้วยกันลำพังในห้องหับเช่นนี้นะขอรับ"
"ก็คิดเสียว่าข้าเป็นบุรุษเหมือนเจ้าแล้วกัน"
นางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนักเพราะมาจากยุคสมัยใหม่ ไม่ได้โบราณคร่ำครึเลยไม่ได้สนใจเรื่องความไม่เหมาะสมอันใด อีกอย่างมืดค่ำดึกดื่นเช่นนี้ใครจะมาเห็นกันว่านางเข้าห้องผู้ชายนอกจากผีในห้อง แต่ที่นี่ก็คงไม่มีผีอีกแหละ เอาเป็นว่าผู้ที่จะรู้ก็มีแค่นางกับเขาและฟ้าดินเท่านั้น
"นั่งลง" นางดันตัวเขาไปที่เตียงจนเจียงซิงเยี่ยนตกใจ
"นะ… นั่งทำไมขอรับ ขะ… ข้า ข้ายังไม่พร้อมนะขอรับ" เขากล่าวเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าก็แดงซ่านจนถึงใบหูเห็นเช่นนั้นอู๋เซียนลี่เลยระเบิดหัวเราะออกมาอย่างขบขันในท่าทางของเด็กน้อย
"ฮ่ะ ๆ"
"นะ.. นี่เจ้าคิดอันใดของเจ้าเนี่ย ข้าจะทำแผลให้เจ้าต่างหาก หาใช่จะขึ้นเตียงมุดเข้าใต้ผ้าห่มกับเจ้าเสียหน่อย"
ยิ่งนางพูดแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเขินอายจนตอนนี้มันแดงไปทั่วทั้งหน้าและลำคอเสียแล้ว แดงอย่างกับแต้มชาดยิ่งทำให้อู๋เซียนลี่เอ็นดูจนนึกมันเขี้ยวเอื้อมมือไปหยิกแก้มแดง ๆ ด้วยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี
"เจ้านี่ช่างน่ารักน่าฟัดยิ่งนักเจ้าลูกหมาน้อยของข้า"
