บท
ตั้งค่า

๑๐ : โลกสวยด้วยมือพี่ ?

Chapter 10

‘โลกสวยด้วยมือพี่’

"เจ้าลูกหมานี่กล้าคิดเรื่องต่ำทรามกับข้าเชียวหรือ!"

“ขะ… ข้าอภัยขอรับ”

เจียงซิงเยี่ยนรีบก้มหัวลงกับพื้นในทันทีก่อนจะค่อย ๆ ช้อนสายตาไหววูบที่เต็มไปด้วยความสับสนมองอู๋เซียนลี่จนนางที่กำลังจะหยิบเอาหมอนปาอีกฝ่ายต้องหยุดมือลงเมื่อสบตาเข้ากับแววตาของเขา ดวงตาอันใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนว่าเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง

“จะ… เจ้าเคยเป็นแบบนี้มาก่อนหรือไม่?”

“บะ… แบบไหนขอรับ?”

“ก็แบบนั้นไง” นางเลื่อนสายตาลงไปมองที่กลางกายของเขาก่อนจะรีบดึงสายตากลับขึ้นมาในทันที

“มะ… ไม่เคยขอรับ”

“แต่เจ้าอายุยี่สิบปีแล้วนะ เจ้าไม่เคยโลกงดงามด้วยมือตนเองเลยหรือ?”

นางตัดสินใจถามออกไปตรง ๆ มันก็อายนั่นแหละที่ต้องถามอะไรเช่นนี้แต่ยังไงเสียนางก็โตกว่าเขา ถ้ามัวแต่เคอะเขินกันทั้งสองคนวันนี้จะไปได้ความอะไรกันในเมื่อเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องเป็นฝ่ายนำอีกอย่างในโลกยุคปัจจุบันตัวนางเองก็เคยผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้วอายุก็มากกว่าเจียงซิงเยี่ยนตั้งเจ็ดปีเพราะฉะนั้นก็คงอยู่ในฐานะผู้ใหญ่สอนเด็กให้รู้จักโลกกว้างได้

“ด้วยมือเหรอขอรับ?” เขาแบมือออกพร้อมทั้งทำหน้าสงสัย

นี่ซื่อหรือโง่กันแน่เนี่ย!

“ก็แบบว่า รูดขึ้นรูดลง” นางว่าพร้อมทำท่าทางให้อีกฝ่ายดูไปด้วยอย่างลืมตัว

“ขะ… ข้าไม่เคยทำขอรับ ข้าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ข้าไม่เข้าใจเลยว่ามันคืออะไร”

เขาคอตกด้วยท่าทางสับสนจนอู๋เซียนลี่รู้สึกสงสารขึ้นมา นางมองซ้ายมองขวาเพื่อหาตัวช่วยให้อีกฝ่ายหรือบางทีจะต้องไปหาสาวใช้สักคนมาอุ่นเตียงให้เขากันเล่า ยังไงเสียก็เป็นถึงคุณชายสกุลอู๋เป็นน้องบุญธรรมของนาง เจ้านายของที่นี่เหมือนกันจะหาสาวใช้สักคนมาอุ่นเตียงมันคงไม่ยากเท่าไหร่หรอกมั้ง นางตัดสินใจก้าวลงจากเตียงก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าของเขา

“ข้าจะหาสาวใช้ให้เจ้าสักคนแล้วกัน”

“ข้าไม่ต้องการสาวใช้ขอรับ” เขาเลื่อนมือมาจับแขนของนางพร้อมช้อนสายตามองอย่างอ่อนไหว

“ละ… แล้วเจ้าต้องการอันใดเล่า?” นางอยากจะสะบัดมือออกแต่พอเห็นสายตาลูกหมาของเขาก็ใจอ่อนระทวยอีกแล้ว

“ท่านสอนข้ามิได้หรือขอรับ?”

“ขะ… ข้าน่ะหรือ?” นางชี้นิ้วเข้าหาตัวเองหน้าตาเหลอหลา เขาก็พยักหน้ารับด้วยสายตาเว้าวอน

“ได้หรือไม่ขอรับ?”

อู๋เซียนลี่เตรียมจะอ้าปากปฏิเสธแต่เมื่อสบตาเข้ากับแววตาอ่อนไหวของเจียงซิงเยี่ยนก็นึกใจอ่อนไม่กล้าจะพูดออกไปขึ้นมาเสียอย่างงั้น ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกครั้งที่นางสบตาเขาจะต้องรู้สึกใจอ่อนระทวยทุกทีเหมือนต้องมนต์สะกดหรือจะหลงเสน่ห์บุรุษผู้นี้เข้าแล้ว ก็น่าหลงอยู่หรอกทั้งรูปงามหล่อเหลา ทั้งกำยำน่ากอด หน้าตาเช่นนี้ถ้าในยุคปัจจุบันคงไปเป็นนักแสดงได้สบาย ๆ เลย

“ก็ได้ ข้าจะช่วยสอนเจ้า คราหน้าจะได้ทำด้วยตนเองเป็น”

สุดท้ายก็ใจอ่อนจนได้ แล้วใจอ่อนกับเรื่องแบบนี้เนี่ยนะ

นางทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นเบื้องหน้าของเจียงซิงเยี่ยนก่อนจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปยังผ้าคาดเอวของอีกฝ่ายก็พยายามแล้วไม่ให้มือมันสั่นแต่ก็ทำไม่ได้เลย ตอนนี้ใบหน้าของนางร้อนผ่าวไปหมดเหมือนมันจะระเบิดตู้มออกมาเสียให้ได้ไม่กล้าเงยมองหน้าเจ้าเด็กบ้าเลยแฮะ ต้องบอกว่าเจ้าเด็กบ้าแกทำให้ฉันดูแย่สินะ ทำไมจะต้องมาสอนเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย มนุษย์โลกทุกคนควรรู้ปะในเมื่อมันคือสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดอะ ไยถึงไม่รู้วิธีปลดปล่อยด้วยตัวเองกันนะ

“ทะ… ท่านหญิง” น้ำเสียงนุ่มเอ่ยเรียกข้างหูของนางจนต้องเอียงคอหลบก่อนจะเงยมองใบหน้าของเจียงซิงเยี่ยนที่อยู่ห่างนางไม่มากนัก

“จำเอาไว้ว่าข้าทำให้เจ้าครั้งนี้ในฐานะผู้ใหญ่สอนเด็กเท่านั้น อย่าคิดลึกซึ้งไปมากกว่านี้” นางรีบพูดดักเอาไว้ก่อนเพราะกลัวว่าการกระทำในวันนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของนางกับเขาเกินเลยไปไกลมากกว่านี้เพราะยังไงเสียเจียงซิงเยี่ยนก็เป็นบุตรบุญธรรมของบิดานาง

“ขอรับ” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยตอบกลับมา

นางลอบถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะปลดผ้าคาดเอวออกแล้วแหวกสาบเสื้อของเขาให้ห่างออกจากกันเผยให้เห็นส่วนที่อยู่ภายในที่มันช่างล่อตาล่อใจเหลือเกิน ร่างกายขาวราวกับหิมะด้านนอกแต่เต็มไปด้วยรอยบาดแผลมากมายทั้งน้อยใหญ่ มองก็รู้ว่ามันมาจากฝีมือของยัยเจ๊ลี่คนเก่าอย่างแน่นอน ทุกครั้งที่มือของนางลากโดนรอยแผลเป็นเหล่านั้นเขาจะสะดุ้งผวาตลอดราวกับว่าภาพความทรงจำอันโหดร้ายมันฉายชัดเข้ามาในหัว จึงตัดสินใจดึงตัวเขาเข้ามาโอบกอดเพื่อปลอบประโลมให้หายหวาดหวั่น

“ไม่ต้องกลัวมันจะไม่เป็นอะไร ทุกอย่างมันจะดีเชื่อข้า”

นางเลื่อนมือต่ำลงมายังกลางกายของเขาก่อนจะกลั้นใจจับลงบนแก่นกายที่กำลังขืนสู้มือจนเจ้าลูกหมาในอ้อมแขนสะดุ้งเฮือกซบใบหน้าลงบนไหล่ของนาง เนื้อตัวอ่อนปวกเปียกราวกับคนไม่มีกระดูกเลยทีเดียวสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เริ่มหอบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จากแรงอารมณ์ในกายที่กำลังพลุ่งพล่านยามมือเรียวรูดรั้งไปตามความยาวของแก่นกายแข็งขืนที่ตื่นตัวเต็มที่

“อ๊ะ… อืม” เสียงครางเข้มดังอยู่ข้างใบหูจนอู๋เซียนลี่รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาเหมือนกัน ใบหน้าขาวในตอนนี้กลับแดงก่ำล่ามไปถึงใบหูเล็ก มือยังคงทำหน้าที่รูดรั้งไปตามหนังหุ้มที่ยืดหยุ่นได้ขึ้นลงในจังหวะที่เริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเรียกเสียงครางจากคนน้องได้มากกว่าเดิมเสียอีก รู้สึกได้ถึงวงแขนใหญ่ที่กำลังโอบกอดนางเอาไว้ตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

ลมหายใจอันหนักหน่วงของเขาคลอเคลียที่ซอกคอของนาง ดวงตาปรือมองความขาวตรงหน้าก็อดใจไม่ไหวเลื่อนริมฝีปากไปจูบฝากร่องรอยเอาไว้อย่างลืมตัวเพื่อหวังจะตีตราเป็นเจ้าของ อู๋เซียนลี่เองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้สึกได้ว่าอารมณ์ของเขากำลังจะถึงเลยปล่อยให้ทำตามใจในขณะที่มือก็เร่งเร้าจังหวะชักรูดมากขึ้นจนท่อนเนื้อแข็งกระตุกเกร็งปลดปล่อยสายธารแห่งการก่อกำเนิดออกมามากมายเลอะเต็มมือเล็ก

เสียงลมหายใจหอบระรัวดังขึ้นข้างหูเจียงซิงเยี่ยนซบใบหน้าลงบนไหล่เล็กอย่างเหนื่อยล้า ใบหน้าของเขาแดงก่ำแผ่ซ่านไปถึงลำคอ จริง ๆ ต้องเรียกว่าทั้งตัวเลยดีกว่าราวกับผิวขาว ๆ ไปโดนน้ำร้อนมาจนแดงซ่าน ความรู้สึกเมื่อครู่มันช่างรัญจวนใจ วูบวาบไปทั่วเรือนกายราวกับมีผีเสื้อนับร้อยนับพันบินวนในท้องเหมือนล่องลอยได้แต่โดยรวมแล้วช่างเป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน

"รู้สึกเช่นไรบ้าง?" นางคลายมือออกจากแก่นกายที่เริ่มสงบลง

"ดะ… ดี ดีมากขอรับ" เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นชวนให้หัวใจหวั่นไหว

เซ็กซี่แม้กระทั่งน้ำเสียง

"ทะ… ท่านเคยทำแบบนี้ให้ผู้อื่นไหมขอรับ?" ชายหนุ่มช้อนสายตามองนาง ใบหน้ายังคงแดงซ่านแลดูน่ารักน่าหยิกไม่น้อยเชียว

"มะ… ไม่ ขะ… ข้าไม่เคยหรอก" นางรีบพูดปฏิเสธในทันทีเพราะค่อนข้างมั่นใจว่าร่างกายนี้ไม่เคยผ่านเรื่องคาวราคีแบบนี้แต่วิญญาณนางอะเคยผ่านมาแล้ว

แต่นั่นมันอดีตไงปัจจุบันมั่นใจว่าเวอร์จิ้น!

"แต่ท่านดูชำนาญ"

"เอ้า! กะ… ก็ข้าโตแล้วไง ของแบบนี้โตไปมันก็ทำเป็นเอง สัญชาตญาณมันมีทุกคนนั่นแหละ"

ถ้าเป็นรถคงสีข้างถลอกแล้ว!

"งั้นข้าคงยังไม่โตถึงต้องลำบากท่านเช่นนี้"

เจ้าน่ะโตยิ่งกว่าควายแล้ว!

"มิเป็นอันใด สั่งสอนเด็กถือเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่เช่นข้าต้องกระทำอยู่แล้ว" นางผละตัวออกมาจากเขาก่อนจะลุกหันหลังให้ในทันทีเพราะตอนนี้เจียงซิงเยี่ยนใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย "เจ้าแต่งตัวให้เรียบร้อยเดี๋ยวข้าจะไปล้างมือก่อน"

"ขอรับ"

เจียงซิงเยี่ยนหันไปคว้าผ้าคาดเอวของตนก่อนจะสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย นิ้วเรียวยาวปาดคราบคาวน้ำรักที่หยดลงบนพื้นก่อนจะเดินมายังเตียงนอนของอู๋เซียนลี่แล้วป้ายมันลงบนหมอนของนางด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"ท่านเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว"

"แต่งตัวหรือยัง?" เสียงของอู๋เซียนลี่ดังขึ้นที่ด้านหลัง

ชายหนุ่มหันกลับมาหานางพร้อมรอยยิ้มใสซื่อ ดวงตาทอประกายแวววาวเหมือนตากวางตัวน้อย ๆ ในทันที สองแขนยกขึ้นประสานกันโค้งหัวลงเล็กน้อย "ขอบคุณท่านหญิงที่ช่วยอบรมสั่งสอนข้า วันนี้ข้าได้เรียนรู้แล้วถ้ามิได้ท่านคงแย่เป็นแน่"

"มิเป็นไร อย่างที่บอกสิ่งที่ข้าทำเพื่อสอนสั่งเจ้าเท่านั้น หาได้คิดอย่างอื่นไม่ เรื่องวันนี้ก็ขอให้รู้แค่เราสองคนเท่านั้น"

"ขอรับ ข้าจะไม่แพร่งพรายให้ท่านต้องเสื่อมเสียแน่ขอรับ"

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าออกไปก่อนเถิด ข้าอยากพักผ่อนเสียหน่อย"

"ขอรับ ข้าขอลา"

เจียงซิงเยี่ยนหันตัวเดินออกไปจากห้องอย่างว่าง่ายเมื่อได้อยู่ผู้เดียว จิตใจของอู๋เซียนลี่ก็กลับมาว้าวุ่นอีกรอบหนึ่งเพราะก่อนหน้านี้ต้องอดทนตั้งเท่าไหร่ พยายามสงวนท่าทีไม่ให้ออกนอกหน้าเกินไปทั้งที่ความจริงตื่นเต้นจะตาย

มือเล็กถูกยกขึ้นกะขนาดที่ได้สัมผัสมาเมื่อครู่ก่อนจะยกยิ้มกริ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก็บอกได้เลยว่าเจียงซิงเยี่ยน ไม่ธรรมดาออกจะน่าเลื่อมใสเสียด้วยซ้ำไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel