บท
ตั้งค่า

๖ : ฟานไป๋ตี้เซียน

Chapter 6

'ฟานไป๋ตี้เซียน'

เจียงซิงเยี่ยนเดินเข้ามาภายในเรือนนอนของอู๋เซียนลี่พร้อมถ้วยยาก่อนจะตรงไปยังเตียงที่นางยังคงนอนอยู่ "ท่านหญิงได้เวลาดื่มยาแล้วขอรับ"

อู๋เซียนลี่ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะค่อย ๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่งโดยมีเขาช่วยประคองนางไม่ห่าง มือขาวเล็กรับเอาถ้วยยามาดื่มอย่างว่าง่ายแต่มันก็ขมปี๋จนต้องชักสีหน้าเหยเกรีบชี้นิ้วไปทางกาน้ำชา เจียงซิงเยี่ยนก็รู้หน้าที่รีบรินชาให้ทันที

"ขมชะมัดเลย"

"ยาก็ต้องขมสิขอรับ"

"แล้วนี่เจ้าได้กินอะไรบ้างหรือยัง?"

"ท่านคงความจำเสื่อมไปเสียหมดจริง ๆ"

"หมายความเช่นไร?"

"ท่านคงลืมไปแล้วว่าตัวท่านเองสั่งไม่ให้ข้ากินข้าวเย็นขอรับ" เจียงซิงเยี่ยนช้อนสายตามองอู๋เซียนลี่แต่มันช่างเป็นแววตาที่ดูเย็นเยือกกว่าปกติเสียมากจนนางรู้สึกไม่ไว้วางใจเท่าไหร่นักได้แต่ฝืนยิ้มแห้ง ๆ กลบเกลื่อนออกไป

"งะ… งั้นข้าขอยกเลิกคำสั่ง เจ้ากินข้าวเย็นได้" นางกล่าวเสียงตะกุกตะกัก

"ตอนนี้ข้าเริ่มชินกับการไม่กินข้าวเย็นเสียแล้วขอรับ"

เขาลุกขึ้นนั่นทำให้นางตกใจจนต้องผละถอยออกมาเขยิบร่างกายไปชิดมุมเตียงด้านในตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในตอนนี้ที่หวาดระแวงเขาเหลือเกิน แต่ท่าทางนั้นกลับทำให้เจียงซิงเยี่ยนไม่เข้าใจนักว่าทำไมจะต้องหนีเขาจนไปสุดขอบเตียงแบบนั้นด้วย

"ท่านเป็นอันใดไปขอรับ ข้าเพียงแค่จะลุกขึ้นยืนเพื่อไปจุดกำยานให้ท่านเท่านั้น"

"อะ… เออ" อู๋เซียนลี่ถึงกับตอบไม่ถูก จะให้บอกยังไงว่าที่ลุกหนีมาเนี่ยเพราะกลัวเขานั่นแหละ อยู่ดี ๆ ลุกพรวดขึ้นมาก็นึกว่าจะลุกมาตบเสียอีก

"หรือว่าท่านหญิงกลัวข้า?"

เขาก้าวขาข้างหนึ่งขึ้นมาบนเตียงก่อนจะโน้มตัวมาหาอู๋เซียนลี่ที่ยังคงนั่งขดอยู่ที่มุมเตียงจนนางเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกหันมองซ้ายมองขวาราวกับหนูติดจั่นจนเจียงซิงเยี่ยนนึกขำในใจ มือเล็กยกขึ้นผลักอกของเขาให้ถอยห่างก่อนจะอาศัยความตัวเล็กรีบลุกขึ้นแล้วรอดลงมาตรงด้านข้าง แต่เพราะความร้อนรนจนเกินไปมันทำให้นางเผลอเหยียบชายกระโปรงตนเองจนเสียหลักล้มหน้าคะมำ

โครม!

"อะ… โอ๊ย!" เสียงวัตถุตกกระแทกพื้นอย่างแรงดังสนั่นไปทั่วทั้งเรือนตามมาด้วยเสียงร้องโอดครวญที่หวานนุ่มแต่เจ้าของเสียงคงเจ็บไม่น้อย

"เป็นอะไรหรือไม่ขอรับ?" เจียงซิงเยี่ยนรีบเข้ามาดูนาง

อู๋เซียงลี่ที่กำลังโมโหเอื้อมมือขึ้นมาคว้าคอเสื้อของเขาเอาไว้ก่อนจะกระชากเข้าหาด้วยแววตาดุดันเพราะอีกฝ่ายมีวรยุทธ์แค่คว้าตัวนางในระยะใกล้แค่นี้เขาย่อมทำได้แต่เลือกจะไม่ทำเอง แต่การกระทำนั้นมันทำให้ร่างกายของเจียงซิงเยี่ยนโถมทับลงบนตัวของนางเพราะอีกฝ่ายไม่ทันได้ขืนตัวก็ถูกกระชากลงมาเต็มแรง

หัวของอู๋เซียนลี่โขกกับพื้นอีกรอบเมื่อเอนหน้าจะหลบจนนางนอนนิ่งยกมือขึ้นจับหัวตัวเองที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนมีดาวนับล้านดวงบินวน ได้ยินเสียงวิ้ง ๆ ในหูจนน่ารำคาญ เจียงซิงเยี่ยนมองดูภาพของคนที่เขามีใจให้กำลังนอนทอดกายอยู่ภายใต้อาณัติมันก็ให้ความรู้สึกวาบหวามบางอย่างแล่นแปล๊บขึ้นมาในอก ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบไปตามแก้มนวลจนเจ้าของร่างสะดุ้งเฮือก

"จะ… เจียงซิงเยี่ยน"

"ขอรับ" น้ำเสียงนุ่มเอ่ยกลับมาใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว

"อะ… ออกไป" นางกัดฟันพูดออกไปอย่างยากลำบากเพราะร่างกายถูกทาบทับจนรู้สึกอึดอัด

"ถ้าข้าไม่ออกล่ะขอรับ?"

อู๋เซียนลี่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยยามร่างกายใหญ่ถาโถมทาบทับบนตัวของนางแบบนี้ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอให้ร้อนวูบวาบขึ้นมา นางไม่รู้ว่าร่างกายนี้เคยผ่านมือชายหรือยัง แต่ตัวนางในยุคปัจจุบันเคยผ่านมาแล้วทำให้ตอนนี้สิ่งที่เขาทำเหมือนจะเริ่มปลุกอารมณ์วาบหวามในจิตวิญญาณของนางให้ลุกโชนขึ้นมา

แต่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้

เขาเป็นน้องชายบุญธรรมของนาง

"ขะ… ข้าบอกให้ลุกออกไป!"

โครม!

อู๋เซียนลี่ตัดสินใจผลักเจียงซินเยี่ยนออกไปด้วยพลังปราณของตนจนร่างใหญ่ลอยกระเด็นไปกระแทกเข้ากับผนังด้านหลังจนข้าวของตกกระจายที่พื้นส่งเสียงโครมครามออกมา เจียงซิงเยี่ยนกระอักเลือดออกมาเมื่อโดนพลังเข้าเต็ม ๆ จนนั่งตัวงอด้วยความเจ็บปวด

แต่อู๋เซียนลี่เองก็ไม่ต่างกันนางกระอักเลือดสีดำกองโตออกมาพร้อมพิษจิ้งจอกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายจนเจ็บปวดทุกข์ทรมานราวกระดูกในกายกำลังถูกบด ภายในราวกับถูกบีบรัดจนน้ำตาหยดใสเอ่อล้นคลอเบ้าตาทั้งสองข้างก่อนที่สติจะดับวูบก็รู้สึกได้ว่าร่างกายลอยสูงขึ้นเหมือนถูกช้อนอุ้ม ภาพตรงหน้าพร่ามัวแต่ก็พอจะมองออกว่าเจียงซิงเยี่ยนกำลังอุ้มนางพาไปที่เตียง

เจียงซิงเยี่ยนยกอ่างไม้ที่ใส่น้ำเอาไว้มาภายในเรือนนอนของอู๋เซียนลี่ที่ตอนนี้นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง มือใหญ่บิดผ้าชุบน้ำให้หมาด ๆ ก่อนจะเช็ดลงบนใบหน้าและลำคอขาวเพื่อทำความสะอาดคราบเหงื่อ ใจอยากจะพาไปอาบน้ำชำระกายเสียเลยแต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้เพราะมันจะไม่งามเกินไป ตอนนั้นเองก็มีสารเวทปรากฏขึ้นกลางห้องเขาจึงละมือจากอู๋เซียนลี่เพื่อไปดูสารเวทนั้นแทนเมื่อเปิดออกก็ปรากฏข้อความจากอู๋เจีย

‘ท่านพี่ใหญ่ท่านเป็นเช่นไรบ้าง ตอนนี้ข้าถึงคุนหลุนซานแล้ว ท่านพ่อกำลังนำเลือดพิษของท่านไปหลอมโอสถทิพย์ คงใช้เวลาในการหลอมสักสามราตรีแล้วข้าจะรีบเร่งเดินทางกลับไป๋เซี่ยซาน’

เขาถือวิสาสะตอบสารนั้นแทนเจ้าตัวที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่เพราะถ้าไม่ตอบอู๋เจียจะต้องเป็นห่วงจนกระวนกระวายใจแน่นอน พี่น้องสองคนนี้มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นต่อกันอย่างยิ่ง รักใคร่ปรองดองกันเสียจนเขายังอิจฉา ไม่ได้อิจฉาที่สองคนรักกันแต่ดันอิจฉาอู๋เจียที่ได้รับความรักอันล้นเปี่ยมจากอู๋เซียนลี่ ตั้งแต่เล็กจนโตนางเลือกจะมอบความรักทั้งหมดให้อู๋เจียแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่เขาก็อยากได้เช่นกันแต่ไม่เคยได้แล้วเช่นนี้จะไม่ให้อิจฉาพี่รองได้อย่างไร

แต่ตอนนี้เขาเติบโตแล้วไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้วและจะแย่งเอาความรักของพี่ใหญ่มาเป็นของตัวเองให้หมด ชายหนุ่มหันตัวกลับมานั่งที่เตียงก่อนจะยกมือขึ้นลูบไปตามดวงหน้างดงามที่หลับพริ้มไม่ได้สติด้วยรอยยิ้มและแววตาทอประกายลึกซึ้ง “นับจากนี้ทุก ๆ อย่างของท่านพี่จะต้องเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว จะไม่มีใครได้มันนอกจากข้า”

“ขออนุญาตเจ้าค่ะคุณชายสาม” เสียงหนึ่งดังขึ้นหน้าห้องจนเจียงซิงเยี่ยนหยุดมือลงก่อนจะหันไปมองก็เห็นเงาของข้ารับใช้ยืนอยู่

“มีเรื่องอันใด?”

“ฟานไป๋ตี้เซียนมาขอพบท่านหญิงเจ้าค่ะ”

“ให้เขาไปรอที่เรือนรับรองก่อน”

“เจ้าค่ะ”

เจียงซิงเยี่ยนเดินมายังเรือนรับรองด้วยท่าทางสงบนิ่ง ในยามนี้อู๋เซียนลี่ไม่ได้สติ อู๋เจียไม่อยู่ ผู้ที่ต้องดูแลที่นี่จึงกลายเป็นเขาหน้าที่การรับแขกก็เช่นกันถึงแขกคนนี้เขาจะไม่อยากต้อนรับนักก็ตาม ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องที่หอมไปด้วยกลิ่นกำยานจากไม้จันทน์

"เจียงซิงเยี่ยนขอคารวะฟานไป๋ตี้เซียนขอรับ"

เขาโค้งหัวคำนับ 'ฟานไป๋' ตี้เซียนประจำทิศบูรพาอย่างนอบน้อม อีกฝ่ายเป็นสหายคนสนิทของอู๋เซียนลี่ บรรลุขั้นตี้เซียนเช่นเดียวกันกับนาง ว่ากันตามจริงคือเป็นสหายกันมาตั้งแต่เยาว์วัยฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมาด้วยกันจนบรรลุขั้นพร้อม ๆ กันจึงมีความสนิทสนมกันมากกว่าผู้ใด

"ทำไมถึงเป็นเจ้า?" ฟานไป๋เงยหน้ามองชายหนุ่มที่มีอายุอ่อนกว่าตรงหน้าแต่ก็ต้องประหลาดใจที่เห็นอีกฝ่ายมองเห็นแล้ว "เสี่ยวลี่คืนดวงตาให้เจ้าแล้วหรือ?"

"ขอรับ ท่านหญิงทำการรักษาดวงตาให้ข้าจนตนเองบาดเจ็บยามนี้ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนจึงออกมาพบท่านเซียนไม่ได้ขอรับ"

"น่าแปลกที่นางยอมรักษาดวงตาเจ้าจนตนเองบาดเจ็บ"

ฟานไป๋ที่รู้จักมักคุ้นกับอู๋เซียนลี่มาตั้งแต่เยาว์วัยเกิดความประหลาดใจไม่น้อยที่ได้ยินว่าสหายหญิงของเขาใช้พลังรักษาดวงตาให้เด็กกำพร้าผู้นี้จนตนเองบาดเจ็บ ถ้าบอกว่าใช้พลังทุบตีทำร้ายร่างกายจนตนเองพลาดได้รับบาดเจ็บยังจะน่าเชื่อมากกว่านี้เสียอีก ก็อู๋เซียนลี่ชิงชังเจ้าเด็กข้างถนนผู้นี้จะตายไป

"ตามที่ท่านเซียนเห็นขอรับ ข้าหาได้โป้ปดท่านก็เห็นแล้วว่าข้ามองเห็นและผู้ที่รักษาได้ก็มีเพียงท่านหญิงเท่านั้น"

"ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปเยี่ยมนางเสียหน่อย"

"ข้าคงจะให้ท่านเซียนทำเช่นนั้นไม่ได้ขอรับ"

"เจ้ากล้าขวางข้าหรือ?" ฟานไป๋มองดูเจียงซิงเยี่ยนที่ยืนขวางทางเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม

"หามิได้ ข้าผู้น้อยมิกล้าขวางทางท่านเซียนหรอกเพียงแต่ชายหญิงมิควรอยู่ด้วยกันลำพัง อีกอย่างเรือนนอนของสตรี บุรุษที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องหรือสามีมิควรเข้าขอรับ"

ฟานไป๋ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกัดฟันดังกรอดที่ต้องมายอมคนต่ำต้อยเช่นนี้ เขาหันไปคว้าถ้วยน้ำชาที่ยังไม่ทันได้ดื่มก่อนจะสาดเข้าใส่เจียงซิงเยี่ยนที่ไม่ได้หลบไปไหนและไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธเคืองใด ๆ ออกมา ร่างสูงในอาภรณ์หรูหราของตี้เซียนแห่งแดนบูรพาเดินมาหยุดตรงข้างเซียนผู้น้อย

"แค่เพียงเสี่ยวลี่ใจดีกับเจ้าแค่ครั้งเดียว อย่าหลงระเริงว่านางจะเอ็นดูเจ้าเพราะนางคงทำเพียงเพราะสงสารคนเช่นเจ้าเท่านั้น ยังไงเสียในสายตานางเจ้าก็ยังเป็นเพียงคนต่ำต้อย เด็กกำพร้าข้างถนน เมื่อเทียบกับข้าที่เป็นถึงตี้เซียนผู้ดูแลแดนบูรพาก็หาสิ่งใดมาเทียบไม่ติด ถ้าเจ้ากำลังเพ้อฝันอะไรอยู่ก็หยุดเสีย"

ว่าจบฟานไป๋ก็เดินจากออกไปในขณะที่เจียงซิงเยี่ยนยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาหันตัวกลับไปมองตี้เซียนผู้ยิ่งใหญ่ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เพ้อฝันหรือ? ใครกันแน่ที่เพ้อฝัน ตอนนี้อู๋เซียนลี่อยู่กับเขาต่างหากและนางก็ความจำเสื่อม สุดท้ายแล้วก็จะมีแค่เขาที่อยู่ในความทรงจำของนางส่วนบุรุษผู้อื่นเขาจะทำให้นางลืมให้หมดสิ้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel