๕ : คืนดวงตา
Chapter 5
‘คืนดวงตา’
"เรือนนอนข้าเอง"
คำพูดของอู๋เซียนลี่มันทำให้เจียงซิงเยี่ยนรีบลุกขึ้นยืนในทันทีเพราะไม่คิดว่านางจะพาเขาเข้ามาในเรือนนอน ยังไงเสียเขาก็เป็นบุรุษ สตรีกับบุรุษไม่ควรอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องเช่นนี้
"ข้าว่ามันไม่เหมาะนัก ข้าขอตัวก่อนขอรับ"
"ไม่เหมาะอันใด?" นางรีบคว้าแขนของเขาเอาไว้
"บุรุษกับสตรีไม่ควรอยู่ด้วยกันลำพัง" เขาพยายามดึงแขนกลับแต่อู๋เซียนลี่ก็จับเอาไว้แน่นกว่าเดิมก่อนจะกระชากเขาเข้าหาจนเขาต้องรั้งตัวเอาไว้ก่อน
"ทะ… ท่านหญิง" เขาร้องเรียกอีกฝ่ายที่ยังคงจับแขนเขาไม่ปล่อย
"ดูแขนเจ้าสิมีแต่รอยแผลเป็น ข้าทำหรือ?" นางลูบมือไปตามรอยแผลเป็นบนแขนของเขา
เขารีบดึงแขนกลับในทันทีก่อนจะทำท่าจะหันตัวเดินหนีออกจากเรือนจนอู๋เซียนลี่ต้องใช้พลังสกัดเขาเอาไว้ นางดันบานประตูให้ปิดลงพร้อมลงดาลก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาหาชายหนุ่มแล้วใช้นิ้วจิ้มสกัดจุดของเขาตามที่ได้อ่านมาในตำราฝึกยุทธ์
เจียงซิงเยี่ยนพยายามจะขยับตัวแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาถูกสกัดจุดเสียแล้ว ว่ากันตามตรงพลังของเขาน้อยกว่าอู๋เซียนลี่จึงไม่สามารถคลายจุดเหล่านั้นได้ ได้แต่ยืนนิ่งแข็งทื่อขยับไม่ได้อยู่แบบนั้น แม้แต่พูดยังพูดไม่ได้ด้วยซ้ำไป
"ข้าก็ใช้ได้นะเนี่ย" อู๋เซียนลี่ยิ้มร่ายามใช้วิชาสกัดจุดได้สำเร็จ ความรู้สึกเหมือนเด็กเพิ่งหัดเขียนหนังสือเลยทั้งที่ความจริงร่างกายนี้อยู่ในขั้นตี้เซียน แต่นางกลับใช้พลังได้ไม่เต็มที่เพราะใช้ไม่เป็นเลย
หญิงสาวรีบหันไปยังชั้นวางของก่อนจะคว้ากล่องไม้ดวงตาของเจียงซิงเยี่ยนมา นางเดินกลับมายืนตรงหน้าของเขาก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วคลายจุดให้จนอีกฝ่ายขยับได้ "เจ้าอยู่เฉย ๆ ห้ามขยับไปไหน ห้ามถามด้วย"
นางค่อย ๆ เอื้อมมือที่สั่นเทาของตัวเองขึ้นไปยังผ้าสีแดงที่ปิดตาของเขาอยู่ เมื่อเปิดออกก็เห็นว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เปลือกตาของเขาปิดลงมาแนบสนิทจึงค่อย ๆ เอื้อมมือขึ้นไปลูบอย่างแผ่วเบาแต่มันกลับทำให้เจียงซิงเยี่ยนสะดุ้งเฮือก ก้าวถอยหลังหนีนางด้วยความหวาดระแวงจนล้มก้นจ้ำเบ้าไปกับพื้น
"เจียงซิงเยี่ยนระวัง!" นางรีบใช้พลังดันชั้นวางของที่กำลังจะล้มทับเจียงซิงเยี่ยนเอาไว้ แล้วใช้อีกมือปล่อยพลังไปดึงตัวเขาออกมา
"อึก!" ร่างสูงถูกดึงออกมาจากชั้นวางของก่อนจะล้มกลิ้งไปกับพื้นตามมาด้วยเสียงโครมครามของชั้นทั้งชั้นที่หล่นลงมาจนข้าวของกระจัดกระจายไปทั่วห้อง เสียหายไปไม่น้อยเหมือนกัน
"ท่านหญิง ท่านเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ?" เจียงซิงเยี่ยนรีบคลานเข้ามาหาอู๋เซียนลี่ในทันที
"เจ้าต่างหากเป็นอันใดหรือไม่ บาดเจ็บตรงไหนไหม?" นางรีบหันไปดูเขามองไปทั่วร่างกายของชายหนุ่มเพื่อสำรวจหาร่องรอยบาดเจ็บ
"ไม่ขอรับ ข้าไม่เป็นอันใด"
"แล้วไยเจ้าถอยหนีข้าเช่นนั้นเล่า?"
"ขะ… ข้าเพียงตกใจที่ท่านจับดวงตาข้า ภาพเก่า ๆ มันย้อนให้นึกถึงขอรับ"
ท่าทางของเจียงซิงเยี่ยนดูหวาดกลัวจริง ๆ ใบหน้าของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อจนน่าสงสาร อู๋เซียนลี่อดไม่ได้ที่จะสงสารเขาเลยค่อย ๆ เลื่อนมือไปลูบแก้มหนาแผ่วเบาอย่างอ่อนโยน "ไม่เป็นไรนะ ข้าจะไม่ทำอันใดเจ้าหรอก อย่ากลัวข้าเลย"
เจียงซิงเยี่ยนนึกย้อนไปถึงวันที่โดนควักลูกตาด้วยสองมือที่กำลังจับแก้มของเขาอยู่ตอนนี้ สัมผัสมันอ่อนโยนแตกต่างจากตอนนั้นสิ้นเชิง ยามนั้นเขาทั้งขอร้องอ้อนวอนแต่นางก็ไม่สนใจ สกัดจุดของเขาจนขยับไม่ได้แล้วจัดการควักดวงตาออกทั้งที่เขายังมีสติครบถ้วนรับรู้ทุกอย่างแต่ไม่สามารถขยับร่างกายได้เลย มันเจ็บปวดจนเขาแทบขาดใจตาย ตอนนั้นไม่รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานมันจบลงตอนไหนเพราะเขาหมดสติไปเสียก่อน ฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นคนตาบอดไปเสียแล้ว
"ข้าจะคืนดวงตาให้เจ้า"
"ทะ… ท่านพูดจริงหรือขอรับ?"
"ใช่"
"แต่พลังหยางในตัวท่านยังไม่สมบูรณ์ถ้าทำเช่นนั้นอาจจะทำให้ท่านยิ่งบาดเจ็บนะขอรับ"
"ช่างเถิด ข้าไม่สนใจ ไว้ข้าค่อยปิดด่านบำเพ็ญตนก็ได้"
เจียงซิงเยี่ยนรู้ดีว่าถ้าอู๋เซียนลี่ใช้พลังรักษาดวงตาของเขา จะทำให้ภายในของนางยิ่งบาดเจ็บเพราะพลังหยางยังไม่สมบูรณ์ อาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้สร้างพิษภายในตัวนาง แต่ยังไม่ได้รับการขับออกมาทำให้ลมปราณยังไม่คงที่ ตอนนี้อู๋เจียกำลังเดินทางไปคุนหลุนซานเพื่อขอโอสถทิพย์มาขับพิษในกายของนางออก แต่การหลอมโอสถต้องใช้เวลาคงอีกหลายราตรีกว่าจะกลับมา
"นั่งเฉย ๆ นะ" อู๋เซียนลี่จับใบหน้าของเจียงซิงเยี่ยนให้หันมาสบตากันก่อนจะหันไปเปิดกล่องไม้แล้วรวบรวมสมาธิของตนเอง ตั้งจิตว่าจะคืนดวงตาให้กับเขาแล้วใช้พลังของตนหล่อหลอมไปที่ดวงตาจนมันลอยขึ้นมาจากกล่องไม้มุ่งตรงกลับไปยังเจ้าของที่แท้จริง แสงสว่างปรากฏขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะดับลง
เจียงซิงเยี่ยนสัมผัสได้ถึงดวงตาของเขาที่ตอนนี้มันไม่ว่างเปล่าอีกแล้ว เขาสัมผัสได้ถึงแสงสว่างเบื้องหน้าจนต้องค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ภาพเบื้องหน้าปรากฏขึ้นเลือนรางและค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น สิ่งแรกที่เขาอยากมองคือดวงหน้าอันงดงามของอู๋เซียนลี่ ไม่ได้เห็นมานานแต่ยังคงงดงามเหมือนเดิมเลย งดงามไม่เสื่อมคลายลงสักนิด
"เจ้าเห็นข้าหรือไม่ เจ้าเห็นแล้วสินะ ดีจัง" นางกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะกระอักเลือดออกมากองโต
"อึก!"
"ท่านหญิง!"
อู๋เซียนลี่กระอักเลือดกองโตออกมาก่อนที่ร่างกายจะทรุดลงไปนอนกับพื้น บิดเร้าด้วยความเจ็บปวดทรมานเส้นเลือดสีดำปรากฏขึ้นบนร่างกายจากพิษจิ้งจอกภายในตัวที่มันกำลังกัดกินนางจากภายในจนน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมา นางเอื้อมมือขึ้นไปหมายจะจับแขนของเจียงซิงเยี่ยนแต่ภาพตรงหน้าก็พร่ามัวขึ้นเรื่อย ๆ และภาพสุดท้ายที่นางเห็นคือรอยยิ้มของเขา
นี่เจียงซิงเยี่ยนกำลังยิ้มหรือ?
"อึก… "
อู๋เซียนลี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า เปลือกตาที่มีแพขนตางดงามขยับขึ้นจนภาพในสายตาชัดเจนขึ้นจึงรับรู้ได้ถึงความเย็นที่สัมผัสลงบนแขนของนางจึงหันไปมองก่อนจะพบว่าเจียงซิงเยี่ยนกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดแขนให้นางอยู่
"จะ… เจียงซิงเยี่ยน"
"ท่านฟื้นแล้ว ข้าตกใจแทบแย่ตอนท่านหมดสติขอรับ" เขารีบหันไปรินชาให้นางในทันที
"ขอบใจ" นางรับน้ำมาดื่มเพื่อแก้กระหายก่อนจะมองดูแขนของตนที่เคยมีเส้นสีดำยามนี้มันจางหายไปแล้ว "นี่ข้าเป็นอะไรไป?"
"ท่านคงรู้มาแล้วว่าตนเองโดนพิษจิ้งจอก ทำให้พลังหยางไม่สมบูรณ์ ปราณในร่างกายยังไม่คงที่พอใช้พลังมากไปทำให้ร่างกายรับไม่ไหวแล้วพิษกำเริบขึ้นมา ก่อนหน้านี้ที่ท่านไม่เป็นอะไรเพราะท่านพี่รองใช้พลังของตนผนึกพิษในกายท่านไว้แต่เมื่อท่านใช้พลังทำให้ผนึกแตกออกจนพิษแล่นไปทั่วกายเช่นนี้"
อู๋เซียนลี่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจเพราะเรื่องนี้อู๋เจียเล่าให้นางฟังแล้ว แต่ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าห้ามใช้พลัง "แล้วนี่เจ้าช่วยข้าไว้หรือ?"
"ข้าช่วยท่านได้ไม่มากหรอก ทำได้เพียงผนึกพิษไว้อีกครั้ง คงต้องรอโอสถทิพย์จากท่านพี่รอง"
"นี่นางก็เดินทางไปสามราตรีแล้ว"
"คุนหลุนซานไม่ได้ขึ้นกันง่าย ๆ ไหนจะต้องหลอมโอสถทิพย์จากเลือดพิษของท่านอีกคงต้องใช้เวลามากเสียหน่อย ตอนนี้เลยทำได้เพียงผนึกพิษเอาไว้ขอรับ"
"อืม ขอบใจเจ้ามาก" นางคลี่ยิ้มให้เขาเล็กน้อยแม้ภายในใจจะยังมีคำถามอยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าจะเอ่ยออกไป คำถามที่ว่าก่อนหน้าที่จะหมดสตินางเห็นเขายิ้มและมั่นใจว่าตาไม่ฝาดแน่นอน
แล้วเจียงซิงเยี่ยนยิ้มทำไมกัน?
"ท่านหิวหรือไม่ข้าจะไปเตรียมสำรับให้ขอรับ"
"ตอนนี้ข้าอยากซดแกงจืดร้อน ๆ เสียหน่อย"
"ได้ขอรับ งั้นรอข้าเดี๋ยวจะรีบไปเตรียมให้ขอรับ"
อู๋เซียนลี่พยักหน้ารับเจียงซิงเยี่ยนเลยหันตัวเดินออกจากห้องไป เมื่ออยู่เพียงลำพังนางก็ขยับตัวลุกขึ้นนั่งดี ๆ ก่อนจะหมุนวนมือไปมาเพื่อตรวจการโคจรของลมปราณก็พบว่ามันตีรวนไปหมด มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่ามีบางอย่างที่แปลกไปจึงยกนิ้วขึ้นสองนิ้วแล้วปล่อยพลังไปด้านหน้าแต่พลังนั้นกลับแผ่วเบามาก มันน้อยกว่าในคราแรกเสียอีกหรือว่าการใช้พลังในการรักษาดวงตาของเจียงซิงเยี่ยนจะส่งผลให้ลมปราณในตัวนางอ่อนกำลังลงมากกว่าเดิมกันนะ
แม้แต่ตอนนี้นางจะสู้เจียงซิงเยี่ยนได้หรือเปล่าเถอะ แล้วดันอยู่กันสองคนเสียด้วย ถ้าเกิดเขาอาฆาตแค้นแล้วคิดจะสะสางเอาคืนตอนนี้นางจะไปสู้อะไรได้ นอกจากบอบบางแล้วยังอ่อนแอเพราะพิษจิ้งจอกเสียอีก หรือบางทีอาจจะถึงเวลาชดใช้กรรมแล้วแต่กรรมนี้นางไม่ได้เป็นคนก่อนะโว๊ย แต่ทำไมต้องมาชดใช้แทนด้วย
เหมือนสวรรค์จะส่งนางกลับมาตายอีกรอบยังไงไม่รู้
