๔ : ห้วงฝันอู๋เซียนลี่
Chapter 4
'ห้วงฝันอู๋เซียนลี่'
"ทะ… ที่นี่ที่ไหนกัน?"
อู๋เซียนลี่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตัวก็พบว่าตนเองยืนอยู่กลางลานกว้างที่มีอากาศหนาวเย็น แต่เมื่อมองไปมองมาก็คุ้นตาว่าที่นี่เป็นยอดเขาไป๋เซี่ยของนางเองเพียงแค่ตอนนี้มันยังไม่มีหิมะปกคลุมภายในตัวเรือน
'ท่านพี่ใหญ่ ท่านพี่ใจเย็นก่อน!'
'เด็กเหลือขอ เจ้ามันน่ารำคาญ!'
'โอ๊ย! ฮึก… ฮือ… ฮือ!'
นางหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้นในทันทีก่อนจะเบิกตากว้างกับภาพที่เห็น ภาพของตัวนาง ไม่สิน่าจะเป็นยัยลี่คนเก่าที่กำลังใช้ไม้ตีไปตามเนื้อตัวของเด็กผู้ชายคนหนึ่งจนแดงช้ำโดยมีอู๋เจียพยายามห้ามแต่ก็เหมือนจะไม่เป็นผล เมื่อมองดี ๆ ก็พบว่าเด็กผู้ชายคนนั้นคือเจียงซิงเยี่ยนไม่ผิดแน่
"หยุดนะ! เขาเนื้อแตกแล้วนะ!" นางตะโกนออกไปและพยายามจะเข้าไปช่วยเจียงซิงเยี่ยนแต่กลับวิ่งชนอะไรบางอย่างจนกระเด็นออกมาเมื่อมองดูมันเหมือนกับมีกระจกใสกั้นนางไว้
ภาพตรงหน้าจางหายไปปรากฏภาพใหม่ขึ้นเป็นภาพที่เจียงซิงเยี่ยนกำลังตัดไม้อยู่ในป่าท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บจนสุดท้ายก็ล้มหมดสติไปเพราะความเหนื่อยล้า แต่เวลาผ่านไปจนพายุหิมะพัดผ่านมาก็ยังไม่มีใครมาช่วยเขาจนสุดท้ายร่างของเด็กน้อยก็ถูกหิมะฝั่งกลบไปแล้ว
"เจียงซิงเยี่ยน!"
นางตะโกนร้องเรียกอีกฝ่าย พยายามทุบทำลายกำแพงใสแต่ก็ไม่เป็นผลเลย ดวงตาคู่สวยเอ่อล้นไปด้วยคราบน้ำตาเพราะสงสารเด็กน้อยจับใจ จนภาพเลือนหายไปและปรากฏภาพใหม่ขึ้นมาอีก คราวนี้เป็นภาพของสองพี่น้องอู๋กำลังนั่งคุยกันในห้องของอู๋เซียนลี่เอง
'ท่านพี่มันไม่มากไปหน่อยหรือ ท่านให้เขาออกไปตัดไม้ทั้งที่รู้ว่าข้างนอกนั้นหนาวเหน็บเพียงใด'
'มันเป็นหน้าที่ของเขามิใช่หรือ เกิดเป็นขี้ข้า ชาติกำเนิดย่อมเปลี่ยนไม่ได้ถึงจะได้รับการชุบตัวเป็นคุณชายแต่สักวันมันก็ร่อนออก สุดท้ายขี้ข้าก็คือขี้ข้าวันยังค่ำ ข้าใช้เขามันผิดหรือ?'
'แต่เขาเป็นบุตรบุญธรรมของบิดา เป็นน้องบุญธรรมของเรา'
'ของเจ้าผู้เดียวเสี่ยวเจีย จำมิได้หรือว่าวันที่เด็กคนนั้นมายกน้ำชาทำความเคารพข้า ข้าสาดน้ำชาใส่หน้าเขามิพอยังเอาถ้วยชาทุบหัวเขาเสียจนแตก เพราะฉะนั้นข้ามิเคยรับเขาเป็นน้องบุญธรรมเจ้าอย่ามายัดเยียดให้ข้า'
'ท่านเกลียดเขา ชิงชังเขา แต่ยังไงเสียเขาก็เป็นบุตรบุญธรรมบิดา ท่านจะให้เขาออกไปตายเช่นนั้นมิได้'
'ถ้าเขาจะตายก็เพราะพายุหิมะ หาใช่ฝีมือข้าเสียหน่อย'
"ไยเจ้าต้องเกลียดชังเขาปานนั้นด้วย"
อู๋เซียนลี่ที่ได้ฟังในสิ่งที่ยัยลี่ใจเหี้ยมกล่าวก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะจางหายไปปรากฏภาพของอู๋เซียนลี่คนเก่าอยู่กับเจียงซิงเยี่ยน ในมือของยัยลี่ถือกระบี่เอาไว้แล้วพาดมันลงบนคอของเด็กหนุ่ม ใบหน้าดูเหี้ยมโหดคล้ายจะเอาจริงหาใช่หยอกเย้า
"เจ้าจะทำอันใดเขา หยุดนะนังคนใจเหี้ยม!"
'ทำไมท่านถึงเกลียดชังข้านักเล่าท่านพี่ใหญ่?'
'ข้าหาใช่พี่ของเจ้าไม่ ข้ามีน้องสาวผู้เดียว ไม่ได้มีน้องชายต่ำต้อยเช่นเจ้า'
'ท่านเกลียดชังเพราะข้าเป็นเพียงเด็กกำพร้าข้างถนนหรือขอรับ?'
'ข้าเกลียดชังทุกอย่างที่เป็นเจ้า แต่เกลียดชังบิดามากกว่า ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมท่านพ่อไม่มาเลี้ยงเจ้าเอง ไยจะต้องเก็บเจ้ามาฝากให้ข้าเลี้ยงดูด้วย ชีวิตของข้าต้องมีพันธะก็เพราะเจ้า ข้าไปไหนไม่ได้เพราะต้องคอยดูแลเด็กโง่เขลาเช่นเจ้า แต่ข้าก็ทำอันใดท่านพ่อไม่ได้เพราะฉะนั้นข้าจึงต้องมาระบายความโกรธกับเจ้า'
ดาบคมกริบบาดลึกลงบนคอของเจียงซิงเยี่ยนช้า ๆ จนเลือดไหลซึมอาบเนื้อขาวและอาภรณ์สีขาวของเด็กหนุ่มจนเด่นชัด
'บิดารักเจ้า เอาใจใส่เจ้านักหนา แต่กลับเอาเจ้ามาทิ้งไว้กับข้า ตั้งแต่เจ้าเข้ามาชีวิตของข้าก็วุ่นวาย ครอบครัวของข้ามีความสุขอยู่แล้วและไม่ต้องการผู้ใดเพิ่มถ้าเจ้าตายไปมันก็หมดเรื่องเสีย'
'ถ้าเช่นนั้นท่านก็สังหารข้าเถิด ถ้ามันทำให้ท่านมีความสุขข้ายินดีตายเพื่อท่านขอรับ'
'อย่าท้าทายข้าเชียวเจียงซิงเยี่ยน เจ้าไม่สำคัญกับข้าสักนิดมันง่ายมากที่ข้าจะสังหารเจ้า"
"หยุดนะ อย่าทำร้ายเขา หยุด!"
"ข้าบอกให้หยุดไง!"
อู๋เซียนลี่พยายามกระแทกตัวไปกับกำแพงใสเพื่อจะเข้าไปช่วยเจียงซิงเยี่ยนที่ยามนี้กำลังถูกยัยลี่ใจเหี้ยมใช้กระบี่ปาดลงบนคออยู่ ยัยนั่นเอาจริงเสียด้วยเพราะตอนนี้เลือดของเจ้าลูกหมาไหลจนอาภรณ์สีขาวของเขามันแดงฉานแล้ว
"เจ้าเด็กโง่! นั่งบื้อให้เขาปาดคออยู่ได้ ตัวก็ใหญ่ลุกขึ้นมาถีบทีเดียวยัยบ้านั่นก็กระเด็นแล้วโว๊ย!"
"อ๊ะ!"
อยู่ดี ๆ เจียงซิงเยี่ยนก็หันมามองทางนางจนหญิงสาวตกใจ ดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยคราบน้ำตานั้นกำลังจ้องมองมาทางนางจนต้องก้าวถอยหลังหนีเพราะแววตาของเขาในตอนนี้มันช่างน่ากลัวนัก จ้องเหมือนว่ามองเห็นกันเลยแต่ไม่ใช่หรอก ตอนนั้นเองร่างกายของอู๋เซียนลี่ก็หงายหลังตกลงไปในบ่อน้ำสีดำสนิทจมลึกสู่ห้วงลึกที่ไม่มีแสงใด ๆ เลยถึงแม้มือจะพยายามไขว่คว้าหาใครสักคนให้มาช่วยก็ตาม
เฮือกกกก!
อู๋เซียนลี่ลืมตาเบิกโพลงขึ้นมาท่ามกลางแสงสลัวของเชิงเทียนยามค่ำคืนที่ถูกจุดตามเอาไว้ หญิงสาวรีบลุกขึ้นนั่งแล้วมองสำรวจไปรอบ ๆ ทันทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงภายในเรือนนอน เมื่อครู่น่าจะฝันไปคงเป็นภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ บางทีมันอาจจะกลั่นออกมาจากจิตใต้สำนึกลึก ๆ ของร่างกายนี้ก็เป็นได้
หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วเดินมายังหน้าต่างเพื่อทอดมองจันทรากลมโตส่องแสงสีนวลลงมา สิ่งที่เจียงซิงเยี่ยนต้องเจอมาตั้งแต่เด็กจนโตก็คือความป่าเถื่อนใจเหี้ยมของอู๋เซียนลี่คนเก่าหรือ ในเมื่อโดนขนาดนั้นแต่ไยยังอยู่ที่นี่ ไยไม่มีท่าทางโกรธเคืองนางเลยเล่า ทั้งที่เจตนาจะฆ่าให้ตายชัดเจนเสียขนาดนั้นหรือว่าเขาเองก็ความจำเสื่อมเหมือนกันหรือเปล่านะ
แสงตะวันสาดส่องลงมาบนพื้นหิมะสีขาวแต่ก็ไม่ได้ทำให้อากาศอุ่นขึ้นแม้แต่น้อย ยอดเขาไป๋เซี่ยยังคงหนาวเย็นคล้ายจะแช่แข็งคนได้เหมือนเดิมก็คงมีแต่ยอดเซียนอย่างอู๋เซียนลี่ที่อาศัยอยู่ได้ เจ้าของยอดเขาในชุดสีแดงตัดกับสีของหิมะขาวเดินออกมายังด้านนอกตั้งแต่เช้าเพราะเมื่อคืนฝันร้ายเสียจนนอนไม่หลับทั้งคืนสุดท้ายวันนี้เลยว่าจะออกมาสำรวจรอบ ๆ เสียหน่อย
นางเดินออกมายังลานกว้างที่เคยเป็นสถานที่ที่เจียงซิงเยี่ยนถูกตีในฝันก่อนจะหันไปหยิบธนูขึ้นมายิง ดวงตาคู่สวยจับจ้องเป้าใหญ่ตรงหน้าขณะที่มือก็ดึงลูกธนูเอาไว้เมื่อได้จังหวะก็ปล่อยให้ลูกธนูพุ่งปักไปที่เป้าแต่เหมือนไม่เป็นดั่งใจหวังเพราะลูกธนูดันแฉลบพลาดเป้าไปปักที่พื้นด้านหลังแทน นางพยายามยิงไปหลายดอกผลก็ออกมาตามเดิมคือพลาดทุกเป้าประหนึ่งว่าที่พื้นมีแม่เหล็กดูดเอาไว้จนมันไปปักรวมกันอยู่ตรงนั้นทุกดอกแทน
"ให้ตายสิยิงธนูยังพลาด แล้วข้าจะสู้กับปีศาจได้หรือ เกิดนางจิ้งจอกคู่แค้นเก่าบุกมา คนแบบข้าที่สกิลการต่อสู้ติดลบจะเอาอะไรไปสู้ได้"
นางโยนธนูในมือทิ้งก่อนจะเดินเตะหิมะไปเรื่อยอย่างไม่มีสิ่งใดจะทำ นางไม่มีลูกศิษย์ให้สอนสั่งเคยถามอู๋เจียอีกฝ่ายบอกว่าเพราะนางไม่ชอบดูแลใคร ชอบอยู่สันโดษมากกว่าจึงไม่มีลูกศิษย์เช่นเซียนคนอื่น ก็เลยกลายเป็นว่าพอนางที่เป็นคนชอบพูดชอบคุยมาอยู่ในร่างนี้เลยไม่มีอะไรทำ มิหนำซ้ำยังต้องพยายามเก็บกดความรู้สึกอีกต่างหาก ต้องพยายามทำตัวเป็นอาลี่คนเก่าที่นิสัยตรงกันข้ามกับนางทุกอย่างอีก
การสวมหน้ากากเป็นคนอื่นมันไม่ง่ายเลย
"อ๊ะ! ว้าย!" เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลิน ๆ จึงไม่ทันได้มองตรงหน้าสุดท้ายก็เดินชนเข้ากับใครบางคนเข้าอย่างจังจนเซหงายหลังจะล้มแต่ก็ถูกวงแขนใหญ่คว้าเอาไว้เสียก่อนพร้อมดึงตัวนางเข้าหาจนใบหน้าทิ่มเข้าไปในอกกว้างเต็มแรง
"ท่านหญิง ท่านเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ?"
เสียงที่คุ้นเคยมันทำให้อู๋เซียนลี่ต้องรีบเงยหน้ามองเมื่อเห็นว่าเป็นเจียงซิงเยี่ยนก็ตกใจรีบผละตัวถอยออกมาในทันทีพร้อมผลักเขาออกไปด้วย
"มะ… ไม่เป็นอันใด"
"แน่ใจหรือว่าท่านมิเจ็บตรงไหน?"
"นะ… แน่ใจสิ นี่ตัวของข้า ข้าย่อมรู้ว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ"
"ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขออภัยด้วยที่เดินชนท่านขอรับ" เขายกมือขึ้นประสานกันพร้อมก้มหัวลงอย่างนอบน้อม
ข้าต่างหากที่เดินชนเจ้า
"ช่างเถิด แล้วนี่เจ้าจะไปไหน อากาศวันนี้หนาวนักไม่ควรออกมาเดินเช่นนี้เดี๋ยวจะเจ็บไข้เอาได้"
"ข้าจะออกไปหาไม้มาทำฟืนขอรับ"
"หาไม้หรือ กลางพายุหิมะเช่นนี้หรือ?"
"มันเป็นหน้าที่ของข้าขอรับ"
"อย่าบอกนะว่าข้าสั่งเจ้าอีก?"
"ขอรับ ท่านสั่งว่าถ้าวันไหนมีพายุหิมะให้ข้าออกไปหาไม้มาทำฟืนขอรับ วันนี้ข้าจึงต้องออกไป"
ข้าอยากจะเชือดคอตาย!
อู๋เซียนลี่ไยเจ้าโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้กะจะให้เขาตายกลางพายุหิมะหรือยังไงกันถึงได้ออกคำสั่งวิปริตบิดเบี้ยวเช่นนี้ออกมา จะใจร้ายก็ทำไม่ลงเพราะงั้นวันนี้ขอ OOC แล้วกันนะ สารภาพว่าไล่เขาออกไปหาไม้ข้างนอกนั้นไม่ได้จริง ๆ สุดท้ายเลยเลือกจะคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้
"เจ้าไม่ต้องออกไป มากับข้า"
"จะไปไหนหรือขอรับ?"
"ไม่ต้องถามตามมาก็พอแล้ว"
นางดึงแขนของเจียงซิงเยี่ยนให้เดินตามมาช้า ๆ เพราะเขาตาบอดกลัวว่าดึงแรงไปจะทำเขาล้มหน้าคะมำเอาเดี๋ยวใบหน้าหล่อเหลาจะเป็นรอยหมด ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นแผลเป็นบางส่วนไปแล้วก็เถอะ แต่ไว้รอพลังนางกลับมาเหมือนเดิมก่อนจะช่วยซ่อมแซมลบเลือนรอยแผลเป็นบนกายของเขาให้หมดทุกส่วนเลย
"ที่นี่ที่ไหนขอรับ?" เจียงซิงเยี่ยนถามเมื่อถูกจับให้นั่งลงบนพื้น เบื้องหน้ามีโต๊ะอยู่เพราะเขากำลังวางมือจับลงบนถ้วยชา
"เรือนนอนข้าเอง"
