๓ : เหตุเกิดที่หอตำรา
Chapter 3
'เหตุเกิดหอตำรา'
อู๋เซียนลี่ยกมือขึ้นปิดปากตนเองขณะแอบอยู่หลังชั้นตำราพยายามทำตัวเองให้เงียบที่สุดขณะที่สายตาก็มองดูเจียงซิงเยี่ยนที่กำลังเดินคลำไปทั่วห้อง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะเดินเข้าไปหาหอกที่ถูกวางไว้บนที่เก็บถ้าเดินไม่ดีโดนแทงแน่ ๆ จึงรีบพุ่งออกมา เอื้อมมือไปคว้าแขนของชายหนุ่มแล้วดึงถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ!" เจียงซิงเยี่ยนร้องอุทานออกมาเบา ๆ ก่อนจะรีบลนลานผละตัวถอยจากนางแล้วยกมือขึ้นประสานกัน "คารวะท่านหญิงใหญ่ขอรับ ไม่คิดว่าท่านจะอยู่ที่นี่ด้วย ขออภัยที่ข้ามารบกวนท่านจะออกไปเดี๋ยวนี้ขอรับ"
"ไม่ได้รบกวนข้าหรอก" อู๋เซียนลี่กล่าวเมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของอีกฝ่ายแต่ชายหนุ่มกับทำท่าทางเหมือนจะกลัวและระแวงกว่าเดิม ลืมไปเสียสนิทเลยว่าอู๋เซียนลี่คนเก่ามีจิตใจโหดเหี้ยมคงไม่พูดเช่นนี้เป็นแน่ ต้องสวมคาแรคเตอร์ของนางเสียหน่อย
"ข้าหมายความว่าคนแบบเจ้าก็ไม่ได้อยู่ในสายตาข้า ต่อให้ยืนอยู่ตรงนี้ข้าก็หาได้มองเห็นไม่เพราะข้าไม่ใส่ใจเจ้าแม้เพียงแต่น้อย"
คำพูดของนางทำให้เจียงซิงเยี่ยนถึงกับลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ รู้สึกพูดไม่ออกเลยทำได้เพียงแสร้งยิ้มออกไป "ถ้าเช่นนั้นข้าขออนุญาตถามไถ่บางเรื่องกับท่านได้หรือไม่ขอรับ?"
"ว่ามาสิ ข้าก็พอจะมีเวลาอยู่บ้างเล็กน้อย"
"ท่านพี่รองบอกข้าว่าท่านความจำเสื่อมจริงหรือขอรับ?"
"ใช่ อาการบาดเจ็บทำให้ข้าความจำเสื่อม ตอนนี้กำลังหาวิธีรักษาอยู่ แต่ไม่นานคงจะกลับมา"
"เช่นนี้นี่เองแล้วพลังหยางในตัวท่านเป็นเช่นไร"
"ตอนต่อสู้ข้าใช้พลังไปเยอะ ทำให้ตอนนี้พลังหยางในตัวไม่สมบูรณ์เลยต้องบำเพ็ญตนนี่ก็เข้ามาหาตำราความรู้อ่านเผื่อจะมีวิธีอื่นบ้าง แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไปยังไงเสียสุดท้ายพลังของข้าก็กลับมาสมบูรณ์แค่ต้องใช้เวลาเท่านั้น"
"ข้าขออวยพรให้ท่านหายไว ๆ ขอรับ"
เขาก้มหัวลงอย่างนอบน้อมมองดูแล้วก็ช่างเป็นเด็กดีมีมารยาท อ่อนน้อมถ่อมตนจะตายไป เหตุใดอู๋เซียนลี่คนเก่าจะต้องทำร้ายเขาขนาดนี้ด้วย ช่างน่าสงสารยิ่งนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะนางต้องคีพคาแรคเตอร์จะแหกมากไม่ได้เดี๋ยวคนอื่น ๆ จะสงสัยเอาว่าทำไมอยู่ดี ๆ นางผู้เหี้ยมโหดถึงกลายเป็นคนดีมีเมตตาไปได้
"แล้วเจ้ามาทำอันใดที่หอตำรา?"
"ข้าเข้ามาทำความสะอาดขอรับ"
"แต่เจ้าตาบอดมิใช่หรือจะทำได้เยี่ยงไร?"
"เพราะท่านเป็นคนสั่งให้ข้าทำขอรับ"
ข้าอีกแล้ว?
นางแทบจะยกเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากตนเอง หญิงสาวหันไปมองทางเงาสะท้อนของตนเองผ่านเครื่องทองเหลืองภายในห้องทันทีก่อนจะชี้หน้าเงาสะท้อนนั้นด้วยใบหน้าดุดัน แล้วแปรเปลี่ยนมาเป็นยืนเท้าสะเอวเพื่อคุยกับเงาของตนเองแทนด้วยท่าทางถึงพริกถึงขิงประหนึ่งว่าเงานั้นเป็นอีกคนหนึ่ง
"เจ้านี่มันโหดเหี้ยมนัก เขาตาบอดก็ยังจะใช้แรงงานทาสได้ลงคออีก"
"อะไรนะขอรับ?" เจียงซิงเยี่ยนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินในสิ่งที่นางพูด
"อ๋อเปล่าหรอก เจ้าแค่หูฝาด" นางหันมาส่งยิ้มหวานให้เขา แต่ลืมไปเขามองไม่เห็น โธ่ ๆ ชีวิตรันทด พ่อคุณเอ๊ย! อยากจะจูบปลอบลงบนหน้าผากขาว ๆ นั้นเสียจริง
ยัยลี่คนเก่าคิดอะไรอยู่กันนะ ทำไมต้องทำร้ายเขาถึงขนาดนี้ด้วย ทั้งควักลูกตา ทั้งทำร้ายทุบตี นี่ยังใช้แรงงานเยี่ยงทาสอีก ถ้าไม่ติดว่าเขาสวมใส่อาภรณ์ที่ทำจากผ้าไหม มีหยกชิ้นใหญ่ห้อยที่เอว ไหนจะสวมกวานลายหงส์ไว้อีกคงคิดว่าเป็นข้ารับใช้ก้นเรือนเป็นแน่ ยังไงเสียเขาก็เป็นคุณชายสามสกุลอู๋เชียวนะถึงจะเป็นลูกบุญธรรมก็เถอะแต่การทำเช่นนี้ไม่เหยียดหยามเกียรติไปหน่อยหรือ
นอกจากจะทำร้ายเขาแล้วยังเหยียบย่ำให้ตกต่ำอีก
ยัยลี่คนชั่วช้า คนต่ำทราม!
โว๊ย! ด่าไปก็เหมือนด่าตัวเองยังไงก็ไม่รู้
“ท่านหญิงเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ?”
เจียงซิงเยี่ยนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอู๋เซียนลี่เงียบไป ไม่พอเขายังได้ยินอีกฝ่ายบ่นพึมพำเหมือนพูดกับตัวเองถึงจะตาบอดแต่ประสาทหูของเขาแม่นยำขึ้นมาก แปลกมากจริง ๆ อาจจะเพราะนางความจำเสื่อมเลยทำอะไรแปลกประหลาดออกมาเช่นการพูดคนเดียว ตั้งแต่รู้จักกับนางมาอู๋เซียนลี่เป็นคนพูดน้อย สุขุม มักจะพูดเฉพาะยามจำเป็นเท่านั้นและแต่ละคำที่ออกมาก็ล้วนแต่จะเป็นคำด่าทอเหยียดหยามเสียมากกว่า จึงแปลกไม่น้อยที่ตอนนี้นางพูดจานุ่มนวลถึงจะติดดุในคำพูดไปเสียหน่อยแต่ก็ละมุนกว่าแต่ก่อนมากโขเชียว
“เปล่า ข้ามิเป็นอันใด” อู๋เซียนลี่เงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะระบายยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเอ็นดูเพราะเจ้าเด็กคนนี้ช่างเป็นเด็กดีเหลือเกิน ดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ ยัยลี่คนเก่าทำถึงขนาดนี้แต่ก็ยังมาคุยมาถามไถ่อย่างห่วงใยอีก
“เจ้าเนี่ยเป็นคนประเภทเจ็บแล้วไม่จำสินะ”
มือเล็กเอื้อมไปลูบหัวชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่านางแต่ดันสูงกว่าด้วยความเอ็นดูจนเก็บอาการไม่อยู่ มองยังไงมันก็เหมือนลูกหมาตัวน้อย ๆ ทำไมถึงได้ใจร้ายใจดำกับเขาได้ลงคอนะ แต่เหมือนการกระทำของอู๋เซียนลี่จะทำให้เจียงซิงเยี่ยนตกใจจนยืนตัวแข็งทื่อเพราะไม่คิดว่าพี่สาวบุญธรรมผู้นี้จะลูบหัวของเขาอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนในทุกสัมผัสจนรู้สึกได้ว่ามันล้วนเต็มไปด้วยความใส่ใจภายใต้มือนุ่มนวลนั้น
ผมเขานุ่มชะมัด เหมือนกำลังลูบลงบนเส้นไหมเลย ใช้ยาสระผมอะไรนะมะกรูดเหรอรู้สึกจะได้กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ตอนลมตีเข้ามา มันก็หอมแปลก ๆ ดีเหมือนกัน ถ้าสมัยใหม่คงให้อารมณ์หอมแบบคนเฒ่าคนแก่ นัยน์ตาคู่สวยเลื่อนลงมามองยังใบหน้างดงามราวกับหยกพิสุทธิ์ของเขา แต่เมื่อเลื่อนลงมาถึงริมฝีปากก็ต้องสะดุดเพราะเขากำลังยิ้มอยู่
นี่เขายิ้มเพราะนางลูบหัวหรือ?
เวรแหละ! รู้สึกเหมือนจะฉีกคาแรคเตอร์!
ผลั่ว!
"โอ๊ย!"
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอฉีกคาแรคเตอร์เดิมเข้าให้แล้วเลยเปลี่ยนจากลูบหัวอย่างอ่อนโยนเป็นตบลงบนหัวทุยนั้นแทนและมั่นใจว่าตบแรงมากด้วยจนเจียงซิงเยี่ยนร้องออกมาเสียงหลง ผละถอยออกไปในทันที แต่เหมือนแค่นี้มันจะยังไม่พอเพราะยัยลี่คนเก่าดันสันดานเหี้ยมโหดเกินมนุษย์ นางเลยต้องสวมบทบาทให้แนบเนียนด้วยการยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่หน้าท้องของชายหนุ่มเต็มแรงจนเซถอยออกไป
"อึก!" เจียงซิงเยี่ยนยกมือขึ้นกุมหน้าท้องของตนเองด้วยสีหน้าที่ฉายชัดถึงความเจ็บปวด
อยากจะเข้าไปหอมหัวแล้วกอดปลอบแรง ๆ
"ขวางหูขวางทางข้าเสียจริง!" นางขึ้นเสียงเข้มพูดออกไป
น้องชายพี่ขอโทษ แต่พี่ต้องคีพคาแรคเตอร์
"ไสหัวไปทำงานของเจ้าได้แล้ว อย่ามาขวางหูขวางตาข้าเห็นเจ้าแล้วข้าอยากจะควักลูกตาตนเองทิ้งไปอีกคน"
ว่าจบนางก็เลือกจะหันตัวเดินออกมาจากตรงนั้นแต่เมื่ออยู่ในระยะที่คิดว่าไกลแล้วนางก็ทรุดฮวบลงกับพื้นทันทีมือไม้รีบคว้าโต๊ะเอาไว้เพื่อพยายามพยุงขาที่กำลังสั่นเทาของตัวเอง ลมหายใจหอบจนอกกระเพื่อมขึ้นลงแต่ต้องพยายามตั้งสติของตัวเองเอาไว้ ให้ตายสิเมื่อกี้นางทำอะไรลงไป ทั้งถีบทั้งตบ ทั้งสาดวาจาทำร้ายจิตใจใส่เขา
หญิงสาวหันกลับไปมองด้านหลังก็เห็นว่าเจียงซิงเยี่ยนกำลังก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดด้วยการบรรจงใช้ผ้าเช็ดไปตามชั้นตำราอยู่ โธ่! พ่อคุณทูนหัวช่างเป็นคนดีอะไรแบบนี้ แต่ทำไมหนอคนที่ควรเหนื่อยจนเหงื่อออกจากการทำความสะอาดควรเป็นเขาไม่ใช่หรือ แต่ทำไมกลายเป็นนางที่เหงื่อท่วมเช่นนี้
ข้างนอกหิมะตก แต่ข้างในนี้เหมือนไฟไหม้
เจียงซิงเยี่ยนใช้ผ้าเช็ดไปตามชั้นหนังสือที่แทบจะไม่มีฝุ่นเลยเพราะเขาเข้ามาทำความสะอาดอยู่สม่ำเสมอที่นี่เป็นที่โปรดปรานของอู๋เซียนลี่ เขาเลยเต็มใจที่จะทำให้มันสะอาดสะอ้านอยู่เสมออยากให้นางมีความสุขในสิ่งที่ชอบเขาก็สุขใจไปด้วยถึงแม้จะมองไม่เห็นตอนนางยิ้มก็ตาม
มือขาวดั่งหยกแต่กลับมีรอยแผลเป็นพาดผ่านเอื้อมไปหยิบตำรามาเรียงใหม่ให้เข้าที่เข้าทาง ตอนนั้นจมูกก็ได้กลิ่นเหมือนยาหอมลอยมาตามลมอ่อน ๆ จึงหันไปมองตามกลิ่นก็เดาว่าน่าจะมาทางหน้าต่างเพราะเมื่อหันไปก็รู้สึกว่ามีลมเย็นลอยมาตีหน้ากว่าส่วนอื่น เขาคงหันตรงกับหน้าต่างพอดี
"ท่านหญิงใหญ่ขอรับ" เขาเปล่งเสียงนุ่มนวลเรียกอีกฝ่าย
"มีอันใด" เสียงนิ่งเรียบเอ่ยตอบกลับมาจากทิศทางที่เขากำลังยืนประจันหน้าอยู่ งั้นก็เดาถูกแล้วว่าอีกฝ่ายคงยืนอยู่ริมหน้าต่างพร้อมดมยาหอมไปด้วย
"ท่านดมยาหอมทำไมหรือขอรับ"
"เพราะข้าจะเป็นลม"
"ท่านไหวหรือไม่ขอรับ ให้ข้าพาไปเรือนดีหรือไม่?"
เขารีบเดินเข้ามาหานางแต่เพราะรีบร้อนเกินไปทำให้ตัวเองนั่นแหละที่เตะเข้าที่มุมโต๊ะอย่างแรงจนล้มทรุดลงไปกองที่พื้นด้วยท่าทางเจ็บปวดจนอู๋เซียนลี่ตกใจโยนยาหอมในมือทิ้งแล้วรีบวิ่งเข้ามาดูเขาในทันที
"เจียงซิงเยี่ยนเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง ลืมหรือว่าตนเองตาบอด"
"ขะ… ขออภัยท่านหญิงใหญ่ ข้าเพียงเป็นห่วงท่านเลยรีบร้อนไม่ทันระวังตัวขอรับ" เขารีบยกมือขึ้นประสานกันก่อนจะก้มหัวลงเล็กน้อย
"มิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด เจ้าแค่โง่เขลามากไปหน่อยเท่านั้น"
อู๋เซียงลี่ลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าเขาไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็ไม่ลืมจะผลักหัวของอีกฝ่ายไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้เคล้าขุ่นเคืองใจเล็กน้อย รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองตาบอดยังจะสะเหล่อเดินพล่านไปทั่วอีก มันไม่น่าผลักหัวหรอกน่าจะตบให้หัวหมุนรอบทิศไปเลย ทำไมเริ่มชักจะเข้าใจแล้วว่าทำไมยัยลี่คนเก่าถึงได้ชอบทุบตีเขานัก ก็มันน่าทุบจริง ๆ ถ้ามีไม้เรียวในมือแม่จะฟาดให้เนื้อแตก
"เจ้ากลับไปเถิด วันนี้พอแค่นี้" นางเอ่ยไล่เขาที่ชักเริ่มจะขวางหูขวางตาขึ้นมาเสียแล้ว
"ขะ… ข้าทำให้ท่านหญิงไม่พอใจหรือขอรับ?"
"ใช่ข้าไม่พอใจเจ้า" อู๋เซียนลี่บีบลงบนคางหนาก่อนจะช้อนใบหน้าสลักดั่งหยกพิสุทธิ์ของเขาให้เงยขึ้นมองหน้านาง
"ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าทำอะไรหักโหม เจ้าตาบอดหาใช่คนตาดี"
"ท่านหญิงเป็นห่วงข้าหรือขอรับ"
หลุดคาแรคเตอร์อีกแล้ว!
"เปล่า" อู๋เซียนลี่รีบดึงมาดของตนเองกลับมาก่อนจะผลักหัวของเจียงซิงเยี่ยนจนล้มหน้าทิ่มลงไปกับพื้น
"ข้าห่วงคนอื่นที่จะต้องมาลำบากดูแลเจ้ามากกว่า โดยเฉพาะเสี่ยวเจีย ถ้าเจ้าบาดเจ็บน้องสาวของข้าก็ต้องดูแลเจ้าเพราะฉะนั้นรักษาตัวหน่อย อย่าให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะคนตาบอดโง่เขลาเช่นเจ้า"
"แล้วข้ามิใช่น้องชายท่านหรือ?"
น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยถามทำเอาหัวใจของอู๋เซียนลี่เจ็บแปล๊บขึ้นมา อยากจะบอกเหลือเกินว่านางเอ็นดู สงสาร เวทนาเขาสุด ๆ ไปเลยแต่ก็ทำไม่ได้เพราะถ้าแสนดีเกินไปผู้อื่นจะไม่สงสัยหรือ ยัยลี่คนเก่าเหี้ยมโหดขนาดควักลูกตาคนได้ อยู่ดี ๆ จะกลับมาแสนดี อ่อนหวานแค่ชั่วข้ามคืนมีหวังโดนจับได้พอดี ผู้อื่นจะหาว่ามีปีศาจมาสิงสู่ร่างนี้อีกไม่อยากโดนลากไปเผาไฟทั้งเป็นหรอกนะ
"เจ้ารู้คำตอบนั้นดีเจียงซิงเยี่ยน แต่เจ้าก็ยังโง่เขลาที่จะถามออกมา เพื่ออันใดเล่า เพื่อให้เจ้าได้คำตอบเดิมและเจ็บปวดซ้ำซากหรือ บางทีควักลูกตาของเจ้าคงไม่พอ คราหน้าข้าคงต้องควักหัวใจของเจ้าด้วย"
