บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 การทะเลาะกันของคุณหนูทั่งสอง

ตอนที่ 3

การทะเลาะกันของคุณหนูทั้งสอง

 

สามเดือนต่อมา

“เอาของข้าคืนมานะ”

“เจ้าจะหวงไปทำไม ข้าแค่ขอดูเพียงเท่านั้น”

“ก็ข้าไม่อยากให้ตุ๊กตาของข้าเปื้อนสิ่งสกปรกจากมือของเจ้านะสิ”

“เจ้า...นี้เจ้า...หาว่ามือของข้าสกปรกหรือ”

แควก!...

เสียงทะเลาะกันของคนสองคนดังมาจากลานกลางบ้าน ที่จัดตกแต่งเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ ทำให้เด็กหญิงวัยหกขวบในชุดผ้าฝ้ายสีเขียวอ่อนหยุดชะงักฝีเท้า จนเด็กหญิงในชุดสาวใช้ต้องหยุดตาม

“มีอะไรหรือเจ้าคะคุณหนู” เสี่ยวเถาเอ่ยถามคุณหนูน้อยของตนเอง

“ข้าได้ยินเหมือนเสียงของพี่รองกับพี่สามทะเลาะกัน พวกเราแวะไปดูกันสักหน่อยเถิด”

หากนางจำไม่ผิด ชาติก่อนพี่สาวทั้งสองของนางยื้อแย่งชิงตุ๊กตาผ้าที่ฮูหยินใหญ่ทำให้พี่สาม จนตุ๊กตาผ้าฉีกขาดออกเป็นสองท่อน เป็นเหตุทำให้ทั้งสองทะเลาะกันอย่างหนัก

นางในตอนนั้นก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แค่บังเอิญผ่านมาเหมือนในวันนี้ แล้วเลือกที่จะเชื่อทุกคำพูดของพี่สาวคนรองจนหมดใจ

‘พี่เห็นตุ๊กตาตัวนี้วางทิ้งอยู่ที่พื้น นึกว่าถูกใครนำมาทิ้งหรือเปล่า ถึงได้หยิบขึ้นมาดู แล้วอยู่ ๆ น้องสามก็โผล่มา กล่าวหาว่าพี่เป็นขโมย เข้ามาแย่งตุ๊กตาจากพี่ จนมันขาดออกจากกัน น้องสามโมโหมาก หาว่าพี่ทำขาดอีก จึงเข้ามาทำร้ายร่างกายพี่’

ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางยังเด็ก หรือเพราะไม่เคยคิดว่า พี่สาววัยแปดขวบของนาง จะพูดจาเป็นตุเป็นตะได้หน้าตาเฉยเยี่ยงนี้ นางเลยหันไปต่อว่าพี่สามที่ทำไม่ดีกับพี่รอง

‘พี่สาม ทำไมถึงได้ทำตัวเหมือนอันธพาลเช่นนี้’

พี่สามของนางในยามนั้นใบหน้าดำมืดสลับแดง ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาจิ้มที่หน้าผากของนาง พร้อมกับต่อว่าออกมา

‘ก็เพราะเจ้ามันโง่เชื่อคนง่ายเหมือนท่านพ่อแบบนี้อย่างไรเล่า ถึงได้ถูกสองแม่ลูกหลอกเอาได้ พวกนางพูดอะไรก็เชื่อ พวกนางเลี้ยงให้เจ้าเป็นเบาะรองให้นางเหยียบปีนป่ายขึ้นที่สูงยังไม่รู้ตัวอีก คอยดูเถอะ ในอนาคตชีวิตของเจ้าตกต่ำ อย่ามาโทษหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน’

 

“นั่นสินะ ทำไมตอนนั้นข้าถึงคิดไม่ได้กัน”

เสวี่ยหลินเฟยคิดถึงเหตุการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นในชาติก่อน ผลจากเหตุการณ์นั้น ทำให้พี่สาวกับนางถูกบิดาสั่งลงโทษนั่งคุกเข่าอยู่ในหอบรรพชนถึงสองวันหนึ่งคืน โดยที่อดข้าวอดน้ำไปด้วย ส่วนพี่รองที่เป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุ กลับลอยตัวไม่ต้องรับโทษสถานใดเลยสักนิด กลับได้รับคำชื่นชมจากบิดาเสียอีก ว่าคอยห้ามน้อง ๆ ไม่ให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน

‘ครั้งนี้แหละ ข้าจะทำให้พี่สาวคนดีของข้า ลิ้มรสชาติของการนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นเย็นเฉียบบ้าง’

เด็กหญิงตัวน้อยก้าวเท้าอย่างมั่นคง ท่าทีสงบนิ่งตรงไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้ง พอไปถึงก็เห็นส่วนหัวของตุ๊กตาอยู่ในมือของพี่สาวคนโต ส่วนท้ายอยู่ในมือของพี่สาวคนรองแล้ว

เสวี่ยซินหยูเห็นน้องสาวคนเล็กเดินตรงเข้ามาหา ก็รีบบีบน้ำตาเข้ามาโอบกอดน้องสาวเอาไว้

“ฮือ ๆ น้องสี่ พี่เสียใจ พี่ถูกน้องสามใส่ร้ายอีกแล้ว พี่แค่หยิบตุ๊กตาที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาดูเท่านั้น น้องสามก็เข้ามากระชากจนมันฉีกขาดเป็นสองท่อน หนำซ้ำยังกล่าวหาว่าพี่เป็นขโมยอีก”

“ใครใส่ร้ายเจ้ากัน เกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นใครโกหกหน้าตายได้อย่างเจ้าเลย เป็นเจ้าเองแท้ ๆ ที่เข้ามาแย่งตุ๊กตาไปจากมือของข้า พอข้าไม่ให้ก็ดึงอยู่นั่นแหละ จนตุ๊กตาที่ท่านแม่อุตส่าห์ทำให้ข้าขาดเป็นสองท่อนแบบนี้ ตัวเองทำผิดแท้ ๆ ยังมาพูดจากลับดำเป็นขาวอีก หรือว่านี้เป็นนิสัยที่ลูกอนุเขาทำกัน”

เสวี่ยจินหนิงโมโหจนตัวสั่น ที่พี่สาวพูดจาว่าร้ายนางแบบหน้าด้าน ๆ ทั้ง ๆ ที่สาวใช้เองก็เห็นกับตา ว่าใครกันแน่ที่ผิดหรือถูก แล้วยังรำคาญใจที่ทุกครั้งยามทะเลาะกัน พี่สาวจะต้องร้องห่มร้องไห้ราวกับมีใครตายอย่างนั้นแหละ

“คำก็ลูกอนุ สองคำก็ลูกอนุ ใช่พี่มันเป็นแค่ลูกของอนุต่ำต้อย ไหนเลยจะสู้กับน้องสามที่เป็นบุตรของฮูหยินใหญ่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เจ้าจะหาเรื่องรังแกพี่ต่าง ๆ นานา ดูหมิ่น หยามเกียรติพี่ได้”

เสวี่ยซินหยูล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา พูดจาตัดพ้อน้องสามจบ ก็หันมาทางน้องสาวคนเล็ก ที่เมื่อก่อนไม่ว่านางจะพูดอะไร ก็เชื่อฟังนางเสมอ

“น้องสี่ พี่จะไปขอความเป็นธรรมจากท่านพ่อ เจ้าช่วยเป็นพยานให้พี่ด้วย”

ว่าแล้วนางก็วางตุ๊กตาครึ่งท่อนลงบนโขดหิน ก่อนจะเดินก้มหน้าร้องไห้กลับเรือนทางปีกตะวันออกของตัวเองไป

ลานกลางจวนยามนี้ จึงเหลือเพียงคุณหนูสามกับคุณหนูสี่ รวมไปถึงสาวใช้ติดตามของทั้งสอง ที่ยืนเผชิญหน้ากัน

“พี่สาม...” เสวี่ยหลินเฟยยังไม่ทันจะได้กล่าวจบประโยค ก็ถูกเสียงตะคอกกลบคำพูดทั้งหมดไปเสียก่อน

“ทำไม จะต่อว่าข้าแทนพี่สาวคนโปรดของเจ้าหรืออย่างไร อยากจะมีเรื่องกันอีกใช่ไหม มาสิ ไหน ๆ ทุกครั้งก็เป็นข้ากับเจ้าที่ถูกท่านพ่อลงโทษอยู่แล้ว มาสิ...เข้ามาสิ”

เสวี่ยจินหนิงจ้องหน้าน้องสาว ที่ผ่านมานางไม่ได้รังเกียจหรือเกลียดชังน้องสี่แต่อย่างใด เพียงแค่ไม่ชอบใจในความโง่ของอีกฝ่ายเท่านั้น ที่ถูกพี่รองสนตะพายจมูกจูงไปทางนั้นทางนี้ ราวกับสัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์

นางยืนจ้องหน้าเฝ้ารอว่าน้องสาวจะต่อว่านางอย่างไรอีก พอเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมพูด ก็ก้มลงไปหยิบตุ๊กตาที่พี่รองวางเอาไว้ขึ้นมา

“ไม่พูดก็ดี เสียเวลา” เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบเดินกระทืบเท้าอย่างแรง ตรงไปที่เรือนหลัก เพื่อฟ้องมารดาเรื่องที่พี่สาวทำตุ๊กตาของนางพัง

เสวี่ยหลินเฟยมองตามแผ่นหลังของพี่สาว ปากเล็กพูดพึมพำกับตนเอง “ข้าแค่อยากจะเตือนท่านพี่ให้ใจเย็นลงบ้างก็เท่านั้น”

เสี่ยวเถา เห็นว่าเหตุการณ์หลังจากนี้คงวุ่นวายมากกว่าเดิมอีก จึงขยับเข้ามาหาคุณหนู

“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวว่าพวกเรากลับกันก่อนดีกว่า ไม่ต้องไปคารวะฮูหยินใหญ่แล้ว ทางนั้นอาจจะมีเรื่องวุ่นวาย”

“ไม่ละ ข้าจะไป หากเกิดเรื่องจริง พี่รองก็ต้องเอ่ยชื่อข้า เดี๋ยวก็ถูกท่านพ่อตามตัวมาอยู่ดี”

เด็กหญิงไม่ยอมทำตามคำแนะนำของสาวใช้ เดินตรงไปที่เรือนหลักแทนที่จะกลับไปยังเรือนของตนเอง ทางด้านเสี่ยวเถาที่เดินตามหลังมา หัวคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากัน สงสัยว่าทำไมคุณหนูของนางถึงพูดราวกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า...

 

โถงรับรองเรือนหลัก

ยามนี้ประมุขของจวนนั่งหน้าเครียดอยู่บนเก้าอี้แกะสลักตรงตำแหน่งประธาน ด้านขวามือเป็นฮูหยินใหญ่ที่นั่งอย่างไม่เป็นสุข ด้วยห่วงว่าบุตรสาวของตนจะถูกทำโทษอีก ถัดจากฮูหยินใหญ่ต่ำลงมา เป็นอนุเฉินที่นั่งร้องไห้ใช้ผ้าเช็ดหน้าคอยซับน้ำตาอยู่

เบื้องหน้าของประมุขจวนเสวี่ย มีเด็กหญิงทั้งสองนั่งคุกเข่าอยู่ข้างกัน คนหนึ่งนั้นนั่งหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์ ในขณะที่อีกคนก็เอาแต่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่ไหลออกมา

“ฮึก ๆ ท่านพ่อ ลูกถูกน้องสามใส่ร้าย ซ้ำยังถูกดูหมิ่นว่าเกิดมาต่ำต้อยเป็นเพียงลูกของอนุ พูดอันใดไปก็ไม่มีใครเข้าเชื่อ น้องสาวดูถูกลูกคนเดียวไม่เป็นไร ลูกทนได้ แต่บางคำยังลามปามไปถึงท่านแม่ ลูกเลยต้องบากหน้ามาขอความเป็นธรรมจากท่านพ่อ แล้วก็ฮูหยินใหญ่เจ้าค่ะ” ร่างของเด็กหญิงวัยแปดขวบสั่นระริก ตัวโยกไปเอนมาตามแรงสะอื้น เรียกคะแนนสงสารจากผู้เป็นพ่อได้เป็นอย่างดี

“จินเอ๋อร์ เจ้าพูดอย่างที่พี่สาวเจ้าพูดจริงหรือ” เสวี่ยเทียนฟงเอ่ยถามบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินใหญ่เสียงเครียดไม่ต่างจากสีหน้าแววตาในยามนี้

ยังไม่ทันที่เสวี่ยจินหนิงจะได้เอ่ยปาก ฮูหยินใหญ่ก็โพล่งขึ้นแก้ตัวแทนนางเสียก่อนแล้ว

“ท่านพี่อย่าไปเชื่อนังจิ้งจอกสองแม่ลูกนี้นะเจ้าคะ พวกนางกำลังเบี่ยงประเด็น ซินหยูนางนิสัยไม่ดี แย่งตุ๊กตาผ้าที่ข้าทำให้จินเอ๋อร์จนขาด ท่านพี่ต้องลงโทษพวกนางสองคนแม่ลูกถึงจะถูก”

เสวี่ยเทียนฟงหันขวับไปจ้องหน้าฮูหยินใหญ่ ดวงตาเริ่มแดงก่ำ “เรื่องนี้เป็นการทะเลาะกันของเด็ก ๆ เจ้าจะลากซีเหม่ยเข้ามาเกี่ยวข้องทำไม”

“ก็เพราะนางสอนลูกได้ไม่ดี ชอบบีบน้ำตาใส่ร้ายจินเอ๋อร์ของข้า”

อนุเฉินได้ยินฮูหยินใหญ่เอ่ยขึ้นมาเช่นนั้น ก็รีบลงจากเก้าอี้ไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าสามีและฮูหยินใหญ่ “ท่านพี่ หากการที่ข้าสอนให้ลูก ๆ พูดความจริง โดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจมืดเป็นสิ่งที่ผิด ก็ลงโทษข้าได้เลยเจ้าค่ะ ข้าแค่ท่านพี่คืนความเป็นธรรมให้กับซินเอ๋อร์ด้วย” ...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel