บท
ตั้งค่า

6 - เพื่อนพี่คราม (1)

พอกินชาบูเสร็จ ยังไม่ทันเดินออกจากร้าน เสียงโทรศัพท์ของครามก็ดังขึ้น

เป็นเมฆเจ้าของอู่รถที่โทรเข้ามา แต่พอครามกดรับสาย คนที่ส่งเสียงกลับเป็นไจ๋

“ไอ้คราม มึงว่างปะ พี่เมฆบอกให้มึงมาช่วยเปลี่ยนสายพานให้หน่อย เดี๋ยวลูกค้าจะมาเอารถตอนหนึ่งทุ่ม”

“แล้วทำไมมึงไม่ทำ” ครามตอบกลับ เขาขมวดคิ้วแล้วเอื้อมมือไปดึงต้นแขนเด็กเกี๊ยวที่เกือบจะเดินนำไปก่อน

“กูปะยางอยู่ไอ้สัส มอไซค์จอดเรียงเป็นตับ”

“พี่เมฆล่ะ”

“พี่เมฆดูซิตี้อยู่ มันสตาร์ตไม่ติด ไม่รู้เป็นที่ไดชาร์จหรือแค่สายไฟขาด ไอ้เหี้ยนี่ สรุปมึงจะมาหรือไม่มา พี่เมฆให้ถาม”

ไจ๋ถามซ้ำ ขณะที่ครามถอนหายใจ เกี๊ยวที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินบทสนทนาที่ดังเล็ดลอดออกมา ก็พอจะเดาออกว่าที่อู่กำลังยุ่ง และพวกเขาต้องการให้พี่ครามไปช่วย แต่เพราะพี่ครามมากับเธอ เขาคงเป็นกังวลเรื่องนี้

“พี่ครามไปเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูกลับเองก็ได้”

“หยุด” ครามรีบออกคำสั่งเพราะเด็กเกี๊ยวทำท่าจะเดินหนีไปอีกแล้ว จากนั้นก็เอ่ยถามไอ้ไจ๋อีกรอบ “มีใครอยู่ที่อู่บ้าง”

คนถูกถามนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยตอบล่กๆ

“อ่อ ก็มีแค่กูกับพี่เมฆ”

“เออ เดี๋ยวกูไป” ครามที่ได้ยินแบบนั้นจึงไม่ปฏิเสธ เขาชอบช่วยงานที่อู่ของพี่เมฆเพราะสนใจเกี่ยวกับเครื่องยนต์เป็นทุนเดิม

ครามเลือกเรียนวิศวกรรมเครื่องกลก็เพราะชอบศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบ การควบคุมการใช้งานระบบทางกลของเครื่องจักร อุปกรณ์ยานยนต์และระบบทางพลังงาน วิชาภาคที่เขาเรียนไม่ได้สอนให้ซ่อมรถโดยตรง แต่การมาคลุกคลีอยู่ในอู่ของพี่เมฆทำให้เขาได้ฝึกฝีมือไปในตัว

ชายหนุ่มหันมามองเด็กเกี๊ยวอีกครั้ง เห็นเธอทำหน้ายุ่งและจดจ้องอยู่ตลอด หญิงสาวอยากกลับห้องด้วยตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าครามจะไม่อนุญาต

ครามไม่ได้ไปส่งเธอที่หอ เขาพาเธอมาที่อู่ด้วยเพราะคิดว่าการเปลี่ยนสายพานรถยนต์นั้นใช้เวลาไม่นาน รวมถึงไอ้ไจ๋ก็บอกว่าที่อู่ที่แค่มันกับพี่เมฆ เพราะฉะนั้นหากจะปล่อยให้เด็กเกี๊ยวนั่งรอสักพักคงไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่ดูเหมือนเขาจะคาดการณ์ผิด…

เพราะตอนที่มาถึง นอกจากพี่เมฆกับไอ้ไจ๋แล้ว เขาก็ยังเจอไอ้เป้กับไอ้ฉายอยู่กันพร้อมหน้า พอรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ของเขาจอดสนิทหน้าอู่ พวกมันก็ส่งเสียงทักทายจนครามรำคาญ

“มาแล้วเหรอออ”

เป็นไอ้เป้ที่เอ่ยทักเสียงดัง มันยังอยู่ในชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ท่าทางไม่ได้กลับหอเลยตั้งแต่ตื่นขึ้นมา

หญิงสาวปีนลงจากรถคันสูง ขณะที่อีกฝ่ายที่ก้าวพรวดไปหาเพื่อน แล้วล็อกคอไอ้ไจ๋ไว้ทันที

“ไหนมึงบอกว่ามีแค่มึงกับพี่เมฆ”

“ไอ้คราม ไอ้สัส กูเจ็บ” ไจ๋ร้องเสียงดังลั่น กับเพื่อนกับฝูง ไอ้ครามไม่เคยยั้งมือ “ก็ถ้าบอกว่าพวกมันอยู่ด้วย มึงก็ไม่มา”

“เออ” ครามตอบรับตามตรง

ถ้ารู้ว่าอยู่กันครบขนาดนี้ เขาก็คงไปส่งยัยเด็กเกี๊ยวก่อนแล้ว ไม่ปล่อยให้มาถึงนี่หรอก

“แล้วไอ้เหี้ยเป้ก็อยู่เนี่ย ทำไมมึงไม่ไปเปลี่ยนสายพาน”

คนถูกพาดพิงรีบยกมือบอกปัด

“กูยังไม่สร่างเลยครับเพื่อน มึงนั่นแหละทำๆ ไป”

ครามถอนหายใจอย่างหงุดหงิด หันไปมองเด็กเกี๊ยวที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาข้างกายเขา แล้วก็หันไปเอ่ยบอกเพื่อนตัวเอง

“เดี๋ยวกูไปส่งน้องก่อน”

ครามบอกแบบนั้น แต่คนที่บอกว่าตัวเองยังไม่สร่างเมาก็รีบโพล่งออกมา

“ไม่ต้องหรอกน่า แหม พวกกูก็อยู่ เดี๋ยวดูให้ มึงไม่ต้องเป็นห่วง”

“อยู่กับพวกมึงนี่แหละ น่าเป็นห่วงที่สุดแล้ว” ครามเถียงทันควัน

แต่ไอ้เป้เถียงกลับรวดเร็วยิ่งกว่า

“ใช่เปล่า...” ว่าพลางยักคิ้วหลิ่วตาอย่างกวนตีน “อยู่กับมึงไม่น่ากลัวกว่าเรอะ”

เป้พูดแค่นั้น แต่เกี๊ยวที่ยืนฟังอยู่ถึงกับหลุดขำ ทว่าเสียงหัวเราะแผ่วเบาของเธอกลับทำให้พี่ครามหันมามอง เขาทำตาขวางจนเธอต้องรีบหลบสายตา

“เห็นปะ น้องเขากลัวมึงที่สุดแล้วไอ้ควาย”

เป้ตอกย้ำออกมาอีก ครามจึงถอนหายใจ ยัยเด็กเกี๊ยวจะกลัวอะไรเขานักหนา เท่าที่จำได้ เขายังไม่เคยทำอะไรให้หวาดกลัวเลยไม่ใช่เหรอวะ...

“มึงไปได้ละ พี่เมฆรออยู่ จะทุ่มแล้ว เดี๋ยวลูกค้าจะมาเอารถ”

แล้วไจ๋ก็เอ่ยสั่ง ครามขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงด้วยจึงพยักหน้ารับอย่างยินยอม ระหว่างนั้นก็หันมาหาเกี๊ยวและเอ่ยสั่งเหมือนกัน

“นั่งรอตรงนี้” เขาบอกเสียงดุ “อย่าไปไหน และอย่าคุยกับพวกมันมาก”

“ค่ะ...” หญิงสาวตอบรับเสียงเบา ก่อนนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนอย่างเชื่อฟัง

แต่ครามที่ทำท่าจะเดินไปยังลานซ่อมรถหยุดชะงักชั่วครู่ เขาเห็นเด็กเกี๊ยวนั่งลงแล้ว แต่เพราะเธอใส่กางเกงขาสั้น ตอนที่นั่งลงมันก็เลยโชว์ท่อนขาเรียวจนมองเห็นชัดเจนไปหมด

ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วจัดการถอดเสื้อของตัวเองออกจนท่อนบนเปลือยเปล่า จากนั้นก็เอาไปวางบนตักของเธอเพื่อปกปิดท่อนขาไว้ พวกไอ้ไจ๋และคนอื่นๆ พากันโห่ร้องเสียงดังที่ครามดูจะหวงน้องเกี๊ยวเป็นพิเศษ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel