บท
ตั้งค่า

4 - คนที่น่ากลัวที่สุด (1)

ครามตั้งใจจะไปส่งยัยเด็กเกี๊ยวที่หอ แต่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานเขาจอดรถทิ้งไว้ที่อู่ หากจะปล่อยให้กลับเองหรือแม้แต่จะพานั่งรถสองแถวไปส่ง ก็เห็นว่าสภาพของเธอไม่สู้ดีนัก

เมื่อวานเด็กนี่ร้องไห้เยอะมาก ทั้งก่อนที่จะเจอเขา แล้วไหนจะตอนที่เธอพยายามเล่าเรื่องทั้งหมดนั่นอีก ดวงตาของคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงมันดูออกยากซะเมื่อไหร่

คนตัวสูงที่เป็นเจ้าของห้องหยุดชะงักอยู่ที่หน้าประตู เขามีสีหน้าลังเลอย่างเคร่งเครียดครู่หนึ่ง ก่อนหยิบหมวกแก๊ปสีดำใกล้มือสวมลงไปบนหัวของคนที่เดินตามมาและต้องหยุดอยู่ด้านหลังเพราะเขาไม่ยอมก้าวขาต่อ

“ใส่ไว้”

“คะ?”

เกี๊ยวเงยหน้ามอง แต่โดนอีกฝ่ายตวัดมือลงบนปีกหมวกเบาๆ จนหมวกที่หลวมโพรกอยู่แล้วบดบังวิสัยทัศน์ไปหมด เธอมองไม่เห็นเขา และแม้แต่ครามเองก็มองไม่เห็นใบหน้าเธอ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องการ

อย่างน้อยหมวกของเขาก็ช่วยปกปิดหน้าตาที่บอบช้ำของเธอจากสายตาคนอื่นไว้ได้

จากนั้นครามก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาจูงมือเธอออกจากห้อง พาเดินลงบันไดอย่างเชื่องช้าเพราะกลัวว่าคนที่สวมหมวกใบหลวมจะมองไม่เห็นทาง แต่เกี๊ยวไม่ได้มองไม่เห็นขนาดนั้น หมวกของเขาใบใหญ่มากก็จริง แต่ถ้าก้มหน้ามองทาง เธอก็สามารถเดินได้ปกติ แต่เพราะโดนเขาจูงมือต่างหาก พี่ครามไม่พูดอะไรเลยตอนที่คว้าข้อมือเธอไปกอบกุมไว้ การกระทำที่ไม่ได้รับอนุญาตของเขาทำให้เธอกระตุกวูบด้วยความหวาดหวั่น แต่เพราะเขาจับข้อมือเธอแผ่วเบา หรือแม้แต่ตอนที่พาเธอเดิน พี่ครามก็ไม่ได้ออกแรงดึงให้เธอรู้สึกกลัว

ในตอนนี้... เธอก็แค่รู้สึกอึดอัด

ครามไม่ได้ปล่อยมือจากเธอเลย แม้แต่ตอนที่พาลัดเลาะมาด้านหลังหอพัก และต้องเดินผ่านสะพานปูนแคบๆ เขาก็แค่เบี่ยงตัวเพื่อให้เธอเดินอย่างสะดวก หญิงสาวได้แต่ก้มหน้ามองพื้น จ้องมองสองขาตัวเองที่ก้าวเดินตามสองขายาวๆ ของเขาแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรเหมือนกัน

ครู่เดียวเท่านั้นพวกเขาก็มาถึงที่หมาย อู่ซ่อมรถที่มีลานกว้างเต็มไปด้วยรถยนต์ รอมอเตอร์ไซค์และจักรยานรอการซ่อมแซมเต็มไปหมด ด้านในสุดมีออฟฟิศเล็กๆ ที่ครามกับเพื่อนมักจะมารวมตัวที่นี่ มันกลายเป็นสถานที่ประจำของพวกเขาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง ตอนนั้นครามเอารถมาเปลี่ยนยาง พูดคุยกับเจ้าของอู่ไปมาจนรู้ว่าเขาเป็นรุ่นพี่ที่คณะแต่ออกกลางคันเพราะปัญหาส่วนตัว แต่ถึงอย่างนั้นครามกับเพื่อนๆ ก็นับถือเขาในฐานะรุ่นพี่มาตลอด ครามมาช่วยงานที่นี่บ่อยๆ จนกลายเป็นว่าอู่แห่งนี้กลายเป็นที่สิงสถิตและตั้งวงเหล้าแทบทุกวัน

พอมาถึงอู่และเดินเข้ามาด้านใน เสียงหัวเราะที่ดังลั่นจากในนั้นก็ทำให้ครามที่เพิ่งมาถึงถอนหายใจเซ็งๆ นี่มันเพิ่งจะเที่ยง ทำไมพวกมันตื่นแล้ววะ

“ไอ้คราม!” เป็นไจ๋ที่พอเห็นเขาเดินเข้ามาก็ตะโกนเรียกเสียงดังลั่น แถมยังก่นด่าไม่หยุด “ไอ้ห่านี่ เมื่อวานกูบอกแล้วไงว่าใครกลับก่อนเป็นหมา มึงใช่มั้ย มึงนั่นแหละที่หนีกลับก่อน ทิ้งพวกกูไว้ได้... อ้าว”

ท้ายประโยคของคนที่พรวดพราดเข้ามาเดินกอดคอเพื่อนสนิทเสียงเบาลง ไจ๋เพิ่งเห็นว่าครามพาผู้หญิงมาด้วย จากที่คิดว่าจะด่าเพื่อนให้สาสมกับที่มันหายหัวไปก่อนก็เลยเปลี่ยนเป้าหมายมาเอ่ยทักทายผู้หญิงของเพื่อนแทน

“น้องมากับไอ้ครามเหรอ”

ไจ๋เอ่ยถาม แต่หญิงสาวไม่ได้ตอบ เธอไม่ได้พยักหน้ารับด้วยซ้ำ ท่าทางตื่นตระหนกของเธอทำให้ไจ๋สงสัยในตัวเพื่อนสนิท กระทั่งในตอนนั้นเองที่เพื่อนอีกคนเดินออกมาสมทบ

“แหมๆๆ ไอ้คราม กูก็ว่าทำไมมึงรีบกลับ คิดว่าห่วงแมว ที่ไหนได้ ติดหญิง” คนที่มาใหม่เดินมากอดคอครามแล้วเอ่ยต่อเสียงดัง “แล้วพากันมาแต่เช้านี่ยังไงๆ เมื่อคืนมันยังไง”

“ไอ้ฉาย ไอ้สัส เบาหน่อย” ไจ๋ปรามเพื่อน เพราะเห็นว่าเด็กที่มากับครามกำลังตกใจ “แล้วเช้าพ่อมึงดิ นี่มันเที่ยงแล้ว”

“เออ เที่ยงแล้วใช่ปะ ดีเลย” คนชื่อฉายปรบมือเสียงดัง จากนั้นก็ตะโกนลั่นยิ่งกว่าเก่า “ไอ้เป้!! เที่ยงแล้วโว้ย! ตื่นๆๆๆ มึงมาดูอะไรนี่ ไอ้ครามพาหญิงมา”

ไอ้พวกฉิบหาย…

ตอนนั้นเองที่คนถูกตะโกนเรียกงัวเงียตื่นขึ้นมา เขาหรี่ตาสู้แสงแดดอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอเห็นเป้าหมายถูกรุมล้อมด้วยไจ๋และฉายก็รีบตามมาสมทบทันที

“อะไรวะ...”

“ตื่นยังก่อนมึงอะ” ไจ๋เอ่ยถาม

“ตื่นแล้วเว้ย เจอหน้าไอ้ครามกูก็ตื่นแล้วเนี่ย”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงัวเงีย พลางหรี่ตามองไอ้ครามที่กำลังข่มอารมณ์ แต่คนอย่างเปเป้น่ะไม่กลัวอยู่แล้วครับ

“น้องโดนไอ้ครามหลอกมาปะเนี่ย”

“ตีนเหอะ”

ครามที่เงียบไปนานเป็นฝ่ายตะคอกเสียงดัง พร้อมกับใช้มือตวัดปีกหมวกบนศีรษะเธอจนมันบดบังใบหน้าเธออีกครั้ง น้ำเสียงและการกระทำของเขานั่นแหละที่ทำให้เธอตกใจที่สุดแล้ว

“พวกมึงจะถอยไปได้ยัง กูจะเข้าไปเอากุญแจรถ”

ครามเอ่ยบอก แต่ทั้งไจ๋ ทั้งฉาย ทั้งเป้ ไม่มีใครยอมถอยให้สักคน

“มึงก็ไปดิ กูไม่ได้คุยกับมึงเลยนะเนี่ย”

“เออ กูคุยกับน้องเขา”

“น้องชื่อไรอะครับ” คนที่ยังงัวเงียเอ่ยถาม แต่ไม่ทันรอคำตอบ เขาก็แนะนำตัวเองเสร็จสรรพ “ส่วนพี่ชื่อเปเป้นะ เปเป้ ย้ำ เปเป้ สองพยางค์”

“เปเป้เหี้ยไร แม่มึงตั้งชื่อเป้เฉยๆ กระแดะอยากมีชื่อสองพยางค์”

“เอ๊า สมัยนี้ก็ต้องปะ เปเป้ น่ารักจะตาย เหมาะกับกู” เขาพูดแล้วหันมาส่งยิ้มให้ ตอนนั้นเองที่หญิงสาวยิ้มตอบ

เธอไม่ได้รู้สึกกลัวกลุ่มคนตรงหน้า หรืออาจจะเพราะอยู่กับคนที่น่ากลัวกว่ามาทั้งคืนแล้วก็ได้

“ตกลงน้องชื่อไรนะ พี่เปเป้จะได้เรียกถูก”

เกี๊ยวเกือบจะตอบคำถามเขาอยู่แล้ว แต่พี่ครามดันโพล่งออกไปก่อน

“จินดา”

“อ้าว สวัสดีครับแม่ ถุย!” เป้พูดพลางยกมือไหว้ จากนั้นก็หันไปสบถใส่ครามที่เอาชื่อนี้มาเล่น “นั่นชื่อแม่กูไอ้ควาย!”

คำพูดของเขาทำให้ทุกคนตรงนั้นหัวเราะลั่น เกี๊ยวเองก็หัวเราะไปด้วย จะมีก็แต่ครามที่ทำหน้าหงุดหงิดไม่เลิก

“ตกลงน้องชื่อ...?” เป้ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ

จนเธอที่ส่งยิ้มให้ยอมตอบออกมา

“หนูชื่อเกี๊ยวค่ะ”

“โอ๊ยยย หนู...”

เป้ร้องเสียงหลงพลางเอามือกุมหัวใจ เพราะคำที่ใช้แทนตัวเองว่า ‘หนู’ จากปากน้องเกี๊ยวนั้นแสนจะน่ารัก

“แต่ได้ยินชื่อแล้วหิวเลยอะ อยากกินเกี๊ยว โอ๊ย!”

ทว่าพูดยังไม่ทันจบประโยคดี คนอยากกินเกี๊ยวก็โดนครามถีบจนล้มลงไปกองกับพื้น เพื่อนอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้วยก็ไม่ช่วย ไจ๋ซ้ำเติมอีกต่างหาก

“สม พูดจาคุกคามน้องอะ”

“เอ้า กูแค่หิวมั้ย กูผิดไรเนี่ย”

เขาส่งเสียงโอดครวญ แต่พอมองเห็นสายตาของเพื่อนที่เงื้อขาถีบเมื่อครู่ก็ไม่กล้าพูดต่อ

“รออยู่ตรงนี้ ฉันจะเข้าไปเอากุญแจรถ” ครามออกคำสั่ง ก่อนหันไปเอ่ยบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พวกมึงก็อย่าเยอะ เด็กมันกลัว”

แต่คำพูดของครามทำให้สามคนตรงหน้าหัวเราะลั่น ก่อนจะเป็นไจ๋ที่พูดสวนออกมา

“กูว่าน้องเขากลัวมึงสุดละ”

“จริง” เป้รีบสมทบแทบไม่ทัน “ใครจะไปน่ากลัวกว่ามึง ไม่มีอีกแล้ว พวกกูน่ะมันน่ารัก”

คำพูดของคนที่ยังนั่งอยู่กับพื้นทำให้เกี๊ยวหลุดขำ ครามรีบหันมามอง แต่คนที่สวมหมวกใบโตรีบก้มหน้าลง เม้มปากแน่นเพราะกลัวถูกจับได้

เรื่องที่ว่าเธอกลัวเขาที่สุดแล้วน่ะ... มันเรื่องจริง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel