3 - ทาสแมว (2)
เด็กสาวถอนหายใจแล้วจัดการดื่มกาแฟรวดเดียวจนหมด ครามที่มองอยู่ก็แอบหัวเราะ เขารู้ว่าเธอกำลังประชดความรู้สึกตัวเอง กินกาแฟให้ตาสว่างอะไรทำนองนั้น แต่ในตอนที่เขากำลังมองเธอ เจ้าแมวตัวอ้วนทั้งสองก็เดินเข้ามาพันแข้งพันขาและส่งเสียงร้องไม่หยุด ครามยังดื่มกาแฟไม่หมดด้วยซ้ำ เขาพยายามใช้เท้าเขี่ยแมวจอมกวนออกไปเบาๆ แต่มันก็ยิ่งส่งเสียงร้องดังขึ้นจนเขายิ่งรำคาญ
“เออ รู้แล้ว!”
น้ำเสียงดุดันของเขาดังขึ้น เกี๊ยวที่เพิ่งจะดื่มกาแฟจนหมดเผลอสะดุ้งอีกครั้ง เธอเห็นพี่ครามวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทั้งที่ดื่มไปได้แค่ครึ่งเดียว จากนั้นก็เดินไปยังประตูระเบียง จัดการหยิบถุงพลาสติกใบเล็กๆ พร้อมกับพลั่วตักทรายแมวมาถือไว้ และค่อยๆ ทำความสะอาดเก็บเศษซากสิ่งสกปรกจากกระบะทรายแมวด้วยตัวเอง
ผู้ชายคนนี้...
เด็กสาวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเดินเข้าไปใกล้เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเหมือนกับว่าบรรยากาศแห่งความน่ากลัวรอบตัวเขาหดหายไปครึ่งหนึ่ง อย่างยิ่งตอนที่เหลือบไปเห็นรอยสักที่ข้อมือด้านในฝั่งซ้ายของเขา แล้วพบว่ามันเป็นรอยสักรูปแมวสามตัวเรียงกันอยู่ รอยสักที่เป็นเพียงลายเส้นเล็กๆ แยกสีชัดเจนพอให้เห็นว่าเป็นหน้าแมว หูแมว และหางแมวสามตัว เธอก็เผลอยิ้มออกมา
ถ้ามองจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วบอกว่าเขามีรอยสัก ร้อยทั้งร้อยก็ต้องคิดว่าเขาสักรูปมังกร รูปเสือ ไม่ก็พญานาคตัวใหญ่ๆ บนแผ่นหลัง หน้าอก หรือไม่ก็เต็มหัวไหล่ แต่นี่... เขาสักรูปแมว แถมยังเป็นรอยสักมินิมอลแสนน่ารักอีกต่างหาก
“มองอะไรอีกแล้ว”
เด็กเกี๊ยวจดจ้องจนครามรู้สึกตัว แต่ตอนที่เขาเอ่ยถาม เธอก็ไม่ได้เผลอสะดุ้ง แถมยังใจกล้าถามเขากลับอีกต่างหาก
“พี่เป็นทาสแมวเหรอคะ”
คนถูกถามหันมามองและขมวดคิ้ว ก่อนเอ่ยปฏิเสธ
“เปล่า”
“อ้าว”
“ฉันไม่ได้ชอบแมวด้วยซ้ำ”
“แต่พี่เลี้ยงแมวนี่คะ” หญิงสาวเอียงคอมองอย่างสงสัย “ตั้งสองตัวแน่ะ แล้วตรงข้อมือก็มีรอยสักรูปแมวด้วย”
คราวนี้ครามหันขวับมามอง เขาทำหน้านิ่ง แต่ใบหูเริ่มเปลี่ยนสี
ไม่คิดว่ายัยเด็กนี่จะมองเห็น
“ก็ไม่ได้ชอบ แค่เก็บมาเลี้ยง” ครามค่อยๆ อธิบาย “มีแมวจรมาคลอดลูกทิ้งไว้ที่อู่ แล้วแม่มันก็โดนรถทับตาย ทิ้งลูกไว้จนเป็นภาระฉันอยู่นี่ไง น่ารำคาญจะตาย”
ครามพูดแบบนั้น น้ำเสียงก็ฟังดูเซ็ง แต่เกี๊ยวที่อาศัยช่วงเวลานี้สำรวจรอบห้องเขา แล้วเห็นว่าในหอพักขนาดใหญ่เต็มไปด้วยของใช้และของเล่นแมวเต็มไปหมด ตรงริมหน้าต่างมีคอนโดแมวตั้งอยู่ด้วยซ้ำ บนผนังก็ติดแท่นไม้ไว้ให้แมวปีนป่าย มุมห้องก็มีที่ฝนเล็บ มีเบาะแมว มีเปลแมว นี่ยังไม่รวมของเล่นอื่นๆ พวกเบ็ดตกแมว ไม้ขนนก แล้วก็ลูกบอลอีกนะ
อือ เขาคงไม่ชอบแมวจริงๆ นั่นแหละ
หญิงสาวคิดแล้วก็แอบอมยิ้ม คนที่บอกว่าแมวเป็นภาระ ซื้อของใช้ให้แมวขนาดนี้เลยเหรอ
“แล้วพี่เลี้ยงแมวสองตัว แต่ทำไมสักรูปแมวสามตัวล่ะคะ”
คนถูกถามออกอาการขัดเขินอีกครั้ง ปกติแล้วครามมักจะสวมนาฬิกาข้อมือปิดทับไว้ มันไม่ใช่ว่าเขาอาย ครามออกจะพึงพอใจกับรอยสักที่เขาเป็นคนออกแบบเองด้วยซ้ำ ลายเส้นเล็กๆ ที่สื่อถึงแมวทั้งสามตัวที่เขาเลี้ยง แต่พอถูกเด็กที่ชื่อเกี๊ยวเอ่ยถาม เขาก็รู้สึกแปลกๆ บอกไม่ถูก
แต่ถึงอย่างนั้น คนที่เพิ่งจะทำความสะอาดกระบะทรายเสร็จก็ยอมเล่าให้ฟังอยู่ดี
“ก็ตอนแรกมันมีสามตัว” เขาพูดพลางพลิกข้อมือให้ดู “เส้นสีส้มก็คือเจ้านี่ ส่วนเส้นสีขาวที่อยู่ด้านขวาก็เจ้านี่ ส่วนเจ้าเส้นเลอะๆ ตรงกลาง มันตายตอนอายุ 6 เดือน...”
ทั้งคนเล่าและคนฟังมีสีหน้าสลดลง
“ตอนนั้นฉันไม่รู้ ก็แค่เก็บลูกแมวที่แม่มันตายมาเลี้ยงไว้เฉยๆ เลี้ยงแบบปล่อยด้วย อยากไปเดินเล่นที่ไหนก็ไป แล้ววันหนึ่งเจ้าตัวนี้มันก็ตาย”
“...”
“หัดแมวน่ะ” ครามบอกเสียงเบา
ส่วนหญิงสาวพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ฉันไม่สนใจที่จะฉีดวัคซีนให้มันเอง อย่างที่บอก ก็แค่เอามาเลี้ยง ให้น้ำให้อาหารก็น่าจะพอ ตอนที่มันป่วยฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำ จนเฮือกสุดท้ายแล้วมั้ง มันถ่ายเป็นเลือด ฉันพาไปหาหมอ เขาบอกว่ามันเป็นหัดแมว ไม่รอดหรอก ซึ่งก็ไม่รอดจริงๆ”
“แล้ว...” เกี๊ยวหันไปมองแมวอีกสองตัวที่ยังเหลือ
เพราะเท่าที่รู้ ถ้าแมวตัวหนึ่งเป็นป่วยเป็นโรคหัด แมวที่อยู่ใกล้ชิดกันก็จะติดไปด้วย และถ้าไม่ได้รับวัคซีนตั้งแต่ต้นก็มีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ง่ายๆ เหมือนกัน
“ก็ติด แต่ไม่ตาย”
“คะ?”
“เพราะว่าพาไปรักษาเร็วก็เลยรอด”
แบบนี้นี่เอง...
เกี๊ยวถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่คนเล่าให้ฟังยังคงนึกถึงเรื่องในตอนนั้น พอแมวสีเปรอะตาย เขาก็รู้สึกว่าตัวเองเอาแมวมาแล้วเลี้ยงไม่ดี เขาทำมันตาย ด้วยความรู้สึกแบบนั้น ครามจึงตัดสินใจสักรูปแมวที่เขาออกแบบเองไว้เพื่อระลึกถึง
บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมเงียบลงไปถนัดตา ครามกำลังนึกถึงเรื่องราวในช่วงนั้น จนเกี๊ยวต้องรีบชวนคุยเพื่อปรับอารมณ์
“สีขาวตัวเมียแน่เลย ส่วนสีส้มนี่ตัวผู้ใช่มั้ยคะ”
“ทำไมรู้”
“ก็มันมีไข่...” เธอตอบตามตรงจนครามหัวเราะ
“อืม มีไข่ แต่ทำหมันแล้วทั้งคู่นะ”
“อ้าว แล้ว...”
“ก็เหลือถุงไว้ให้ไง หมอบอกศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย”
คำพูดของครามทำให้เกี๊ยวหัวเราะเสียงดัง เธอหันไปมองเจ้าแมวสีส้มที่กำลังทำความสะอาดตัวเองอยู่ไม่ห่าง และอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบหัวเจ้าแมวที่เหลือแค่ถุงไข่ไว้ให้ดูต่างหน้า
“ว่าแต่แมวพี่ชื่ออะไรบ้างอะคะ”
ตอนนั้นเองที่ในห้องเงียบกริบ
หญิงสาวได้แต่จ้องหน้าเจ้าของแมวอย่างรอคอยคำตอบ แต่ครามกลับลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
“ไม่บอก”
“อ้าว”
“เลิกถามมากได้ละ จะไม่กลับห้องตัวเองหรือไง”
“ก็...” แค่ชื่อแมวเอง
เกี๊ยวแอบบ่นในใจ เธอทำหน้ายุ่ง ในขณะที่ครามซึ่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและรีบเปลี่ยนเรื่องในตอนนั้นได้แต่แอบถอนหายใจ
ใครจะไปกล้าบอกว่าแมวทั้งสองตัวของเขาชื่อพริสซิลลากับซามูเอล...
