2 - เกี๊ยว (1)
“เธอเป็นของฉันแล้ว”
น้ำเสียงหนักแน่น เน้นย้ำชัดเจนทุกคำ ทำให้เธอแน่นิ่งไปชั่วขณะ
ดวงตาแป๋วแหววเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส และเพียงครู่เดียว เธอก็ร้องไห้...
ตอนนั้นเองที่ครามถอนหายใจ ใบหน้าคร้ามคมขมวดคิ้วมุ่น เด็กผู้หญิงที่ชื่อเกี๊ยวทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองไปหลอกฟัน ทั้งๆ ที่เธอเป็นฝ่ายจู่โจมเขาก่อนด้วยซ้ำ นี่ใจดีแค่ไหนแล้วที่ยอมหยุดให้ ทั้งๆ ที่เกือบจะคลั่งตายอยู่รอมร่อ และแม้แต่ตอนนี้ก็เหอะ เด็กนี่นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงเขา คงลืมตัวอยู่มั้งถึงได้ปล่อยให้ผ้าห่มร่นลงมาถึงเอว แล้วโชว์ทรวงอกอิ่มกระแทกเต็มเบ้าตาเขาอยู่อย่างนี้!
จนเป็นครามเองที่ต้องจับชายผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอกเธอให้ หญิงสาวเองก็ราวกับเพิ่งได้สติ สองมือรีบคว้ามาปกปิดเรือนกายมิดชิด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงร้องไห้
“ร้องไห้ทำไม”
คนถามเอ่ยเสียงเครียด เครียดด้วย หงุดหงิดด้วย ครามไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ไอ้สถานการณ์แบบที่เพิ่งจะมีอะไรกับผู้หญิงมา (แม้จะเข้าไปแค่ครึ่งเดียว!) แล้วอีกฝ่ายมานั่งร้องห่มร้องไห้ แต่ถึงอย่างนั้น... กับผู้หญิงที่ชื่อเกี๊ยว เขาก็พอจะเข้าใจได้
มันเป็นครั้งแรกของเธอ…
แถมยังเป็นครั้งแรกกับคนที่เธอไม่ได้เต็มใจ…
เกี๊ยวที่ได้ยินคำถามก็รีบเช็ดน้ำตาป้อยๆ โดยไม่ลืมใช้มืออีกข้างกอบกุมชายผ้าห่มไม่ให้เผลอหล่นลงมาซ้ำสองอีก จากนั้นก็พยายามฮึบตัวเองและตอบคำถามเขา
“คือ... หนู...”
หนู
เธอแทนตัวเองว่าแบบนั้น
“...หนูมีแฟนแล้วค่ะ”
เด็กสาวเอ่ยบอกแล้วร้องไห้หนักขึ้นอีก เธอมีแฟนอยู่แล้ว ถึงพี่แพทจะบอกเลิกเธอ แต่เกี๊ยวรู้ดีว่าอีกฝ่ายก็แค่โกรธ ถ้าเธอพยายามง้อ พี่แพทก็ต้องกลับมาอย่างแน่นอน แต่นี่... เธอมีอะไรกับคนอื่นไปแล้ว
คำตอบของเด็กเกี๊ยวไม่ได้ทำให้ครามประหลาดใจสักนิด ถึงจะเมาๆ จนคล้อยตามโดยง่ายในทีแรก แต่พอได้ยินเธอเรียกชื่อคนอื่นตอนที่กำลังมีอะไรกัน ครามก็รับรู้ว่านั่นคือชื่อของแฟนเธอ หรือไม่ก็อาจจะเป็นใครสักคนที่กำลังคบหากันอยู่
แต่ถ้าคิดและประมวลผลตั้งแต่แรก ยัยเด็กเกี๊ยวมานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ตรงทางเดิน ทำหน้าเสียอกเสียใจจนแทบบ้า แถมยังเมาจนขาดสติ ตอนนั้นเขาเองก็เมาจึงไม่ได้ตั้งใจฟังว่าเธอพูดอะไรตอนที่โผเข้ามาหา แต่ตอนนี้เขาจำได้แล้ว
‘ให้โอกาสหนูอีกครั้งนะคะ’
แค่นั้นครามก็เดาเรื่องราวได้ทั้งหมด
“ไม่ใช่ว่าเลิกกันหรอกเหรอ”
“...”
“แล้วเธอก็มาง้อ”
หญิงสาวเงยหน้ามอง ดวงตากลมโตที่ยังคงมีน้ำตากะพริบปริบๆ ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มเบะออก ใบหน้าเหยเก แล้วก็ร้องไห้ซ้ำอีกครั้ง
“ทำไมรู้ล่ะคะ”
น้ำเสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้นพร้อมคำถามนั้น ในขณะที่ครามได้แต่ถอนหายใจ
และยังไม่ทันที่เขาจะได้ถามอะไรต่อ ครามไม่ได้อยากรับรู้ด้วยซ้ำ แต่เป็นเด็กสาวที่ยังฟูมฟายต่างหากที่เล่าทุกอย่างออกมาจนหมดสิ้นราวกับต้องการระบายความรู้สึก
เธอเล่าตั้งแต่แรก ตั้งแต่ตอนที่พี่แพทมาจีบ ตอนที่เขาซื้อดอกไม้มาให้ในวันครบรอบหนึ่งเดือนที่คบกัน เล่าไปยันจูบแรกโดยไม่สังเกตเลยว่าครามไม่อยากรับรู้เรื่องนี้ แต่เขาก็ปล่อยๆ ให้เธอพูดไปโดยที่ตัวเองก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ
“พี่แพทเป็นคนดีนะคะ หนูรู้ว่าคนเป็นแฟนกันมันก็ต้องมีเรื่องพวกนี้บ้าง แต่หนูไม่เคย...” เธอเล่าอายๆ “พี่แพทใจดี เขาไม่เคยว่าอะไรเลยตอนที่หนูบอกว่าไม่พร้อม แต่วันนี้วันเกิดพี่แพท หนูชวนเขามาที่ห้อง แล้วพี่แพทก็...”
“ก็...?”
“ขอให้หนูเป็นของเขา...”
หญิงสาวพูดตอนที่น้ำตาร่วงลงมาหนึ่งหยด ส่วนครามถอนหายใจ
“หนูรักพี่แพท”
“แล้ว?” น้ำเสียงของครามขุ่นเคืองขึ้นทุกที
“หนูก็...”
หากเธอหยุดเล่าแค่นั้นพลางร้องไห้ออกมาอีกรอบ สะอึกสะอื้นจนไม่สามารถพูดอะไรได้อีก เอาแต่ก้มหน้าซุกผ้าห่มที่ปกปิดเรือนกายเปลือยเปล่าจนแทบจะเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ส่วนครามนั้นถอนหายใจ เขาเดาเรื่องได้ตั้งแต่ต้น และรู้ด้วยซ้ำว่าหลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น
เด็กผู้หญิงที่ชื่อเกี๊ยวยังบริสุทธิ์จนถึงตอนที่มาหาเขา ตอนที่ตัวเองพยายามสอดแทรกแก่นกายเข้าไป ส่วนนั้นของเธอก็เกร็งจัดจนเขาต้องค่อยๆ เบาแรง แล้วไหนจะร่างกายที่กระตุกสั่นไหวอย่างเจ็บปวด กรงเล็บที่จิกลงบนแผ่นหลังเขาอีกนั่นล่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเดาได้หมดแล้ว
“ก็ยอม แต่ไม่ได้ยอม”
ครามพูดหลังจากที่เงียบกันไปนาน
“และเพราะไม่ยอม มันก็เลยบอกเลิกใช่มั้ย”
เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ ส่วนเกี๊ยวที่ยังคงร้องไห้เงยหน้ามองเขา จดจ้องใบหน้าดุดันที่เอาแต่มองเธออย่างคาดคั้น
และเพราะที่เขาพูดคือเรื่องจริง มันจริงทั้งหมด เธอก็เลยทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น
ครามที่ได้รับคำตอบถอนหายใจซ้ำออกมา ถ้าเด็กนี่เป็นน้องสาวเขา คงต้องโดนฟาดด้วยไม้เรียว
“ยัยโง่” ครามส่งเสียงดุจนเกี๊ยวเงยหน้ามองเขาอีกรอบ “จะบอกอะไรให้นะ”
“...”
“ไม่มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนโกรธที่แฟนไม่ยินยอมทำเรื่องอย่างว่าหรอก”
“...”
“ไอ้หมอนั่นมันคบกับเธอเพื่อหวังหลอกฟันเท่านั้นแหละ”
คนฟังกะพริบตาปริบ ถึงจะคล้อยตามที่เขาพูด แต่ว่า...
“แล้วผู้ชายที่มีอะไรกับหนู ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันล่ะคะ”
“นี่เธอ...” ครามทำหน้าเครียด “หมายถึงฉันเหรอ”
“ค่ะ”
“นี่!”
เกี๊ยวสะดุ้งเฮือกตอนที่ถูกครามตะคอกใส่ ท่าทางหวาดกลัวของเธอ ทำให้ครามยับยั้งน้ำเสียงตัวเอง เขาถอนหายใจออกมาอีกจนไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ตั้งแต่พาเธอเข้ามาในห้อง ก่อนค่อยพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลง
“ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอเป็นฝ่ายมาหาฉันก่อน”
“...”
“และฉันก็เข้าไปแค่ครึ่งเดียวด้วย”
คำพูดต่อมาของครามเบาหวิว พูดเพราะเสียดายไม่ใช่เพราะจะสารภาพ แต่เกี๊ยวที่ได้ยินก็ดันเถียงกลับออกมาอีก
“ถ้าเข้ามาแค่ครึ่งเดียว... ก็น่าจะแปลว่าเราไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ หรือเปล่าคะ”
“...”
“หนูหมายถึงว่า...”
“ว่า?”
“มันก็ต้องเข้ามาจนสุด...”
เด็กสาวพูดพลางก้มหน้างุดด้วยความเขิน เธอก็แค่อยากหาทางหลุดพ้น ในขณะที่คนฟังผู้ทำหน้าเคร่งขรึมมาตั้งแต่แรกผุดรอยยิ้มที่มุมปาก จากนั้นเพียงชั่ววินาทีเดียว ร่างแกร่งก็ผละจากเก้าอี้ไม้ กระโจนขึ้นเตียงและคร่อมกายเธอไว้อย่างรวดเร็ว
คนที่มัวแต่ก้มหน้าเมื่อครู่ถึงกับตั้งตัวไม่ทัน ในตอนนี้เธอถูกผลักให้นอนราบลงบนฟูกนุ่มอีกแล้ว ถึงแม้จะมีผ้าห่มบางๆ คลุมกายมิดชิด แต่สายตาของคนที่ขึ้นคร่อมเธอและใช้สองแขนยันกายเอาไว้ในระยะห่างที่พอประมาณ ก็ราวกับกำลังเล้าโลมเธอจนแทบหายใจไม่ออกอยู่ดี
“งั้นเอาใหม่มั้ยล่ะ”
ครามเอ่ยถาม น้ำเสียงดุดันไม่มีทีท่าพูดเล่นสักนิด
ในขณะที่หญิงสาวได้แต่เม้มริมฝีปาก กลัวก็กลัว แต่ใจเต้นตึกตัก
“คราวนี้ฉันจะไปจนสุดให้ดู”
