บท
ตั้งค่า

1 - ฉันชื่อ ‘คราม’ (2)

 

แล้วคนเมาสองคนต่างก็ได้สติ...

ครามหยุดชะงักลง ทั้งๆ ที่แก่นกายครึ่งหนึ่งของเขายังสอดแทรกอยู่ในเรือนกายเธอ

เมื่อคิดให้ดีแล้ว... เขาไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ และผู้หญิงคนนี้ก็คงไม่รู้จักเขา...

คนที่บ้าคลั่งด้วยความปรารถนาอันลุกโชนเมื่อครู่ไม่กล้าขยับเขยื้อนต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับรู้ตั้งแต่ตอนที่พยายามยัดเยียดกายแกร่งของตัวเองลงไป แล้วพบว่าอีกฝ่ายยังคงบริสุทธิ์ ครามก็ตัดสินใจถอดถอนตัวเองออกมาอย่างนึกเสียดายอยู่เหมือนกัน...

แม่ง...

ส่วนหญิงสาวนั้นเบิกตาโพลง ความเจ็บปวดช่วงล่างที่ราวกับจะแตกสลายเมื่อครู่ ไม่ทำให้เธอได้สติเท่ากับตอนที่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นชินเอ่ยออกมา คนเมาที่เป็นฝ่ายจู่โจมเขาก่อนตั้งแต่หน้าประตู ตอนนี้ได้แต่นอนนิ่งด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

ขนาดว่าเจ้าของห้องลุกออกจากเตียงไปแล้ว เขาเดินไปหยิบกางเกงบ็อกเซอร์มาสวมไว้และเดินออกไปสูบบุหรี่ตรงระเบียง เธอก็ยังคงนอนเปลือยกายอยู่อย่างนั้นเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรทำยังไงต่อไป

เพราะว่าเมา...

เพราะคิดว่าผู้ชายที่เดินผ่านมาคือพี่แพท

รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปมันโง่แสนโง่ เธอไม่อยากโทษแอลกอฮอล์เท่าไหร่ แต่การที่ตัวเองขาดสติและร้องไห้ฟูมฟายจนม่านน้ำตาบดบังทุกอย่าง พอเห็นผู้ชายที่ความสูงไล่เลี่ยกัน ใส่เสื้อยืดสีเดียวกัน กางเกงยีนเหมือนๆ กัน เธอก็คิดไปเองว่าคนที่หยุดยืนมองเธอคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่แพทที่โกรธจนบอกเลิกเธอในตอนนั้น

เธอที่ยังคงร้องไห้รู้สึกแค่ว่าไม่อยากเสียพี่แพทไป พอโถมกายเข้าไปหาและกอดจูบเขาทั้งที่ตัวเองเมา ก็ราวกับว่าทุกอย่างจะเลยเถิดไปหมด ตัวเองในตอนนั้นควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เหมือนกัน ตอนที่อีกฝ่ายจูบตอบ หรือแม้แต่อุ้มเธอมาวางลงบนเตียง ตอนที่ฝ่ามืออบอุ่นของเขาลูบไล้เรือนกายที่เปลือยเปล่าของเธอ เกี๊ยวก็รู้สึกวาบหวิวและไม่ปฏิเสธว่าเธอเองก็รู้สึกดี

ตอนนั้น... เธอยังคงคิดว่าเขาคือพี่แพท ยังคงคิดว่าคนที่สัมผัสตัวเธออย่างอ่อนโยนคือผู้ชายที่เธอรัก

แต่ว่าไม่ใช่...

เขาเป็นใครก็ไม่รู้...

และ... เธอเสียตัวให้เขาไปแล้ว

พอคิดแบบนั้น คนที่เพิ่งจะเสียตัวไปหมาดๆ ก็ได้แต่ดึงผ้าห่มผืนบางมาปกปิดเรือนกายที่เปลือยเปล่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่ครามเดินกลับเข้ามาพอดี ท่อนบนที่ไม่ได้สวมเสื้อของเขาทำให้เธอไม่กล้ามอง แต่คนที่เพิ่งสูบบุหรี่เสร็จ กลับลากเก้าอี้ไม้มาข้างเตียงและจดจ้องเธออย่างคาดคั้น

แสงไฟสลัวจากระเบียงห้อง สว่างพอให้เขาสำรวจผู้หญิงตรงหน้าได้อย่างถี่ถ้วน ใบหน้ากลม ตาเรียว ปากนิดจมูกหน่อย ครามพูดได้เต็มปากว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักน่ามอง แต่เพราะน่ารักนี่แหละ ไอ้หน้าตาแบบนี้ ถึงจะหน้าอกใหญ่เกินขนาดตัว แต่ถึงอย่างนั้นครามก็ยังหวาดผวา

เขาต้องถามให้แน่ใจ...

“อายุเท่าไหร่”

คนถามเอ่ยเสียงเครียด ในมือมีบุหรี่อีกมวนพร้อมกับไฟแช็กที่พร้อมจะจุดสูบตรงนี้หากได้ยินคำตอบที่ชวนให้ปวดหัว

คนถูกถามก้มหน้ามองชายผ้าห่ม ไม่กล้าสบตาเขา ได้ยินคำถามเสียงดุๆ ก็ได้แต่ตอบกลับเสียงแผ่วเบา

“สิบ... สิบแปดค่ะ”

พอได้ยินคำตอบ ครามก็ถอนหายใจโล่งอก

เอาเหอะ อย่างน้อยเด็กนี่ก็อายุเกินสิบแปด

บุหรี่พร้อมไฟแช็กในมือถูกวางลงบนโต๊ะ จากนั้นก็กอดอกมองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง แล้วเอ่ยถามราวกับกำลังสัมภาษณ์งาน

“ม.6 เหรอ”

“ปีหนึ่งค่ะ...”

ครามที่ได้ยินคำตอบก็ขมวดคิ้ว ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่แค่ตัวเล็ก (ถ้าไม่นับขนาดหน้าอก) แต่เธอหน้าเด็กจนนึกว่าอยู่ในวัยมัธยม แต่ถ้าบอกว่าอยู่ปีหนึ่งก็คงเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพราะไม่ใช่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ นักศึกษาที่นี่แทบทั้งหมดจึงอยู่หอพัก เขาเองก็ด้วย พวกไอ้ไจ๋ ไอ้เป้ ไอ้ฉาย ที่เมาแอ๋อยู่ที่อู่ก็เหมือนกัน

“คณะ?”

“บัญชี...ค่ะ...”

“ชื่อ”

“คะ?”

คราวนี้เธอเงยหน้ามอง แต่พอเห็นสายตาคมกริบและเรียวคิ้วขมวดจนน่ากลัวนั้นก็ทำให้เธอรีบหลุบตา

“ชื่ออะไร” ครามกดเสียงต่ำ “หมายถึงชื่อเธอ”

คนที่กำลังหวาดกลัวใช้สองมือขยุ้มผ้าห่มจนยับเยินไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ตอบคำถามเขาอยู่ดี

“ชื่อ... เกี๊ยวค่ะ”

“อืม” ครามตอบรับ ก่อนเอ่ยถามต่อ “แล้วรู้ไหมว่าฉันชื่ออะไร”

“รู้ค่ะ”

เพิ่งรู้... เพราะเขาเพิ่งพูดออกมาในตอนนั้น

“ชื่อ?”

“คราม” เธอเม้มริมฝีปากแน่นสนิทหลังจากเอ่ยตอบ อยากจะมุดตัวหนีลงไปใต้ผ้าห่มให้สมกับที่ทำตัวน่าอับอาย ก่อนเอ่ยซ้ำเพราะเพิ่งนึกว่าขึ้นได้ว่าเขาน่าจะอายุมากกว่า “พี่คราม...”

หัวใจของคนถูกเรียกชื่อกระตุกวูบไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบกระแอมไอและขมวดคิ้วต่อ เขายังมีเรื่องต้องสะสางอีกเยอะ

“ฉันขออธิบายง่ายๆ เลยนะ”ครามพูดเสียงเข้ม ขณะที่เกี๊ยวได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอม “ฉันเข้าไปแค่ครึ่งเดียว”

“คะ?”

คำอธิบายที่บอกว่าง่ายๆ ของครามทำให้หญิงสาวเงยหน้ามองเขาอย่างงุนงง นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างอีกครั้ง พร้อมกับโถมกายเข้าไปใกล้อย่างลืมตัว

“แปลว่าเราไม่ได้มีอะไรกันใช่มั้ยคะ อ๊ะ...”

เกี๊ยวพูดระรัวอย่างตื่นเต้น ก่อนส่งเสียงกรีดร้องน้อยนิด เพราะตอนที่ขยับกายเข้าหาเขา เธอรู้สึกเจ็บหนึบตรงส่วนนั้น ตรงกลางของหว่างขาที่ถูกท่อนเนื้อแข็งแกร่งสอดแทรกลงมาเพียงครึ่งเดียวอย่างที่อีกฝ่ายบอก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเจ็บอยู่ดี

และเพราะตื่นเต้นกับคำอธิบายบวกกับความเจ็บปวดที่พลุ่งพล่านกะทันหัน ทำให้หญิงสาวเผลอลืมตัวปล่อยมือจากผ้าห่มผืนบาง จนทรวงอกอวบอิ่มกระแทกเต็มสองตา มันใกล้เสียจนครามต้องพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้เผลอเอื้อมมือไปบีบเคล้น

ครามหลับตาลง เขากลั้นหายใจ

แค่ครึ่งเดียวเอง

เขาเพิ่งจะยัดลงไปแค่ครึ่งเดียว

ปกติถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นก็คงตอบว่าไม่มีอะไรกัน แต่นี่...

“เปล่า”

ครามเอ่ยตอบทั้งที่ยังคงหลับตา

“มี”

“คะ...”

เสียงของเธอเงียบลง เจ้าตัวยังไม่ได้จับผ้าห่มมาคลุมกายตามเดิมด้วยซ้ำ เพราะแบบนั้น ในตอนที่ครามลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทรวงอกเต่งตูมจึงมองเห็นเด่นชัดเป็นอันดับแรก ก่อนที่เขาจะยืนยันคำตอบนั้น...

อย่างหนักแน่น

“ฉันกับเธอ เรามีอะไรกันแล้ว”

“...”

“เธอ...”

ครามชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากทรวงอกเธอเพียงแค่คืบ ก่อนกดเสียงต่ำลงอีก เน้นย้ำชัดๆ ให้คนฟังเข้าใจตรงกัน

“เป็นของฉันแล้ว”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel