บท
ตั้งค่า

2 - เกี๊ยว (2)

“คราวนี้ฉันจะไปจนสุดให้ดู”

“...”

“อย่าร้องก็แล้วกัน”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ส่วนเกี๊ยวยังคงนอนตัวแข็งทื่อ ดวงตากลมโตจ้องเขาอย่างตื่นตะลึง

ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อ ควรผลักเขาออก ควรร้องไห้ หรือควรเรียกให้ใครมาช่วย และเพราะไม่รู้จะรับมือกับเรื่องตรงหน้ายังไง เธอจึงหลับตาลงและหลอกตัวเองว่าทั้งหมดก็แค่ความฝัน โดยไม่รู้เลยว่าการที่เธอหลับตานั้นมันเท่ากับยินยอม...

บ้าฉิบ...

ครามก่นด่าตัวเองในใจ สองแขนที่ยันกายไว้เริ่มสั่นระริก อยากจะล้มตัวลงไปทับแล้วบดเบียดผิวเนื้อแนบเนื้อให้ร้อนรุ่ม กอบกุมทรวงอกอวบอิ่มให้สมใจอยาก แต่ก็เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เต็มใจสมยอมขนาดนั้น

เธอกลัวต่างหาก...

ครามรู้แม้กระทั่งว่าเด็กที่ชื่อเกี๊ยวหลับตาเพราะไม่อยากเห็นเขา

เพราะแบบนั้นครามจึงหักห้ามใจตัวเอง เขาถอนหายใจอีกเป็นครั้งที่ล้าน จากนั้นจึงใช้ปลายนิ้วดีดหน้าผากคนใต้ร่างเบาๆ จนอีกฝ่ายลืมตามอง

“เวลาอยู่ท่านี้ อย่าหลับตา” ครามสั่งสอน

“ทำไมเหรอคะ”

“ผู้ชายมันชอบคิดว่าสมยอม”

ได้ยินแบบนั้น เกี๊ยวจึงรีบจ้องเขากลับ ไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตาให้ถูกมองว่าหลับตาแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่าเพราะเธอเอาแต่จ้องเขา ดวงตากลมโตที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มา แถมยังแดงก่ำเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ มันก็เลยดูหวานฉ่ำเชิญชวนไปหมด

เวรเอ๊ย...

“ห้ามมองด้วย”

ครามบอกแล้วเอามือปิดตาเธอไว้ จากนั้นก็ผละตัวเองออก ปล่อยมือจากใบหน้ากลมแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆ อย่างพยายามระงับอารมณ์

ยากสัส...

แล้วทั้งคู่ก็นอนนิ่งๆ อยู่แบบนั้น ครามที่เปลือยกายท่อนบนนอนหงาย ส่วนหญิงสาวที่เปลือยเปล่าไปทั้งร่างนอนห่อตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง เธอไม่กล้าขยับตัวสักนิด แม้แต่ตอนที่หันหน้าไปมองแล้วเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้หลับตาลง เธอก็แทบจะกลั้นหายใจ

กระทั่งหันไปมองอีกรอบแล้วพบว่าเจ้าของห้องหลับตาลงแล้ว ลมหายใจของเขาราบเรียบจนเธอคิดว่าเขาคงนอนหลับ เกี๊ยวจึงค่อยๆ ขยับตัวเชื่องช้า ดันตัวเองให้ลุกจากที่นอนโดยใช้ผ้าห่มผืนนั้นพันรอบตัวไว้เพราะเธอไม่ได้สวมใส่อะไรสักชิ้น แต่ทว่าในตอนที่ลุกออกจากเตียงมาได้ ยังไม่ทันจะก้าวเดินไปไหน แขนยาวๆ ของคนที่คิดว่าหลับสนิทไปแล้วก็กลับกระชากผ้าห่มที่ห่อหุ้มตัวเธอไว้อย่างรุนแรง

“อ๊ะ!”

เด็กสาวส่งเสียงร้องเพราะกลัวผ้าหลุด ในขณะที่คนกระชากลุกขึ้นนั่งแล้วเอ่ยถาม

“จะไปไหน”

“อย่าดึงผ้าสิคะ” เธอร้องบอกเสียงสั่น

“ฉันถามว่าจะไปไหน”

ครามถามซ้ำ หน้าดุ จนเธอไม่กล้าโกหก

“หนู... จะกลับห้องค่ะ”

“จะเช้าแล้ว” ครามพูดต่อ “นอนนี่แหละ”

“แต่ว่า”

“เดี๋ยวตื่นแล้วจะไปส่ง”

“...”

คนถูกสั่งรีบเม้มปาก ไม่กล้าตอบโต้รวมถึงไม่กล้าขัดคำสั่งด้วย

ทำไมถึงได้กลัวผู้ชายคนนี้นักก็ไม่รู้

น่าจะเพราะเขาดุ ดุทั้งหน้าตา ทั้งน้ำเสียง พูดอะไรออกมาทีหนึ่งเธอก็ราวกับถูกสาปเลย

“ถ้างั้น... หนูขอใส่เสื้อผ้า...”

“ไม่ต้อง”

ครามพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่คนฟังรู้สึกเหมือนโดนดุอยู่ดี เพราะแบบนั้นเธอก็เลยไม่กล้าขยับตัวสักนิด เขาบอกว่าไม่ต้อง ก็แปลว่าไม่ให้ใส่เสื้อผ้า ซึ่งเธอก็ต้องเชื่อฟัง

“นอน”

เอ่ยคำเดียว คนที่ลุกออกจากเตียงเมื่อครู่ก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ร่างกายเปลือยเปล่าถูกพันด้วยผ้าห่มมิดชิดจนรู้สึกปลอดภัยอยู่เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็นอนไม่หลับอยู่ดี

เด็กสาวพลิกตัวไปมาไม่หยุด จนครามที่พยายามนอนนิ่งๆ สงบลมหายใจเข้าออกมาตั้งนานเริ่มจะตบะแตก

“นอนเฉยๆ ได้ไหม”

ครามบ่นเสียงกระเส่า แต่เกี๊ยวก็ยังคิดว่าตัวเองกำลังโดนดุ

“ขอโทษค่ะ...”

เธอเอ่ยตอบแล้วนอนตัวเกร็ง เจ้าตัวแทบกลั้นหายใจด้วยซ้ำ พยายามหลับตาลงแล้ว แต่ก็...

“หนูนอนไม่หลับค่ะ”

ตัดสินใจโพล่งขึ้นมาทั้งอย่างนั้น ครามที่นอนอยู่ข้างๆ หันมาหา เขาขมวดคิ้วอีกแล้ว

แต่ก่อนที่จะโดนดุ เธอก็เป็นฝ่ายเอ่ยบอกก่อน

“ไม่ได้จะขอกลับห้องนะคะ แต่ว่า... หนูขอไปนอนที่โซฟาได้ไหม”

“ทำไม”

หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ ให้พูดตามตรงเลยก็ได้

“หนูกลัวค่ะ”

ครามที่ได้ยินแบบนั้นก็พ่นลมหายใจ เด็กนั่นพูดแล้วนอนตัวเกร็ง ไม่หลับตาแต่ก็ไม่ได้จ้องมองเขา เธอลืมตามองเพดานอย่างหวาดหวั่น แค่นั้นเขาก็รับรู้...

ไอ้ที่บอกว่ากลัว ก็คือกลัวเขานั่นแหละ

ก็ใช่น่ะสิ เขามันน่าเชื่อถือซะที่ไหนล่ะ

ขนาดตัวเองยังไม่คิดว่าจะเชื่อใจได้เลย นอนๆ กันอยู่แบบนี้ เผลอไผลกอดก่ายกันขึ้นมาก็เหมือนเอาน้ำมันไปราดกองไฟดีๆ นี่เอง และถ้าถึงตอนนั้น ครามก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะหยุดกลางคันได้เหมือนครั้งแรก

“นอนตรงนี้”

ครามเอ่ยสั่งอีกครั้ง ส่วนคนฟังก็ลอบถอนหายใจ ก่อนจะเป็นเขาเองที่ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับหยิบหมอนหนุนมาถือไว้และเป็นฝ่ายลุกออกจากเตียง

“ฉันจะไปนอนบนโซฟา”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel