EPISODE7
พิษรักวิศวะสุดร้าย
ENGINEER’N TOXIN
EPISODE7
“กูไม่เคยแทงข้างหลังมึง” ไวเปอร์เอ่ยเสียงต่ำลึก
“ตลอดสี่เดือนที่มึงคบกับหนู กูไม่เคยเข้าใกล้เธอเกินคำว่าเพื่อนของมึง กูไม่เคยเสนอหน้าไปให้เธอเห็น กูทำแค่เฝ้ามองห่าง ๆ เพราะกูให้เกียรติคำว่าแฟนของมึง”
“แล้วตอนนี้ล่ะ!”
“ตอนนี้มึงเป็นคนทำลายมันเอง” ไวเปอร์กดเสียงต่ำลง ทว่าทรงพลังจนคนทั้งห้องรู้สึกหน้าชา “มึงเมา มึงเอากับเอิร์นบนเคาน์เตอร์บาร์ในห้องของมึงเอง มึงทำให้หนูต้องไปเห็นภาพโสโครกนั่นด้วยตาตัวเอง มึงเป็นคนเขวี้ยงเธอทิ้งเองไอ้เซย์ มึงหมดสิทธิ์ตั้งแต่คืนนั้นแล้ว!”
“กูไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น กูเมา! กูไม่ได้ชอบเอิร์น!” เซโร่ตะโกนตอบ ความรู้สึกผิดและพ่ายแพ้กระแทกอกจนร่างสูงสั่นสะท้าน
“กูรักผิง! กูแค่เผลอตัว แต่กูไม่ได้อยากเสียผิงไป มึงเป็นเพื่อนกู มึงควรจะช่วยกูดิวะ ไม่ใช่มาฉวยโอกาสเอาผิงไปแบบนี้!”
“ฉวยโอกาสเหรอ?” ไวเปอร์ยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
“กูไม่ได้ฉวยโอกาส กูแค่เอาคนของกูคืนมา คนอย่างมึงไม่เคยคู่ควรกับหนูตั้งแต่แรก มึงมันเพลย์บอยเห็นแก่ตัว ชอบความตื่นเต้นแต่ไม่อยากผูกมัด มึงคิดว่าหนูเป็นของตายที่จะยอมให้อภัยมึงทุกอย่างรึไง”
“กูเปลี่ยนได้เพื่อผิง!”
“มึงเปลี่ยนไม่ได้หรอก” ไวเปอร์สวนกลับทันควัน
“เพราะมึงยังไม่ทันจะเปลี่ยน มึงก็ทำให้เธอเสียใจจนหัวใจแตกสลายไปแล้ว มึงรู้ไหมว่าคืนนั้นที่หนูเห็นมึงกับเอิร์น แววตาของเธอเป็นยังไง เธอไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้โวยวาย แต่ตาของเธอว่างเปล่าเหมือนตายทั้งเป็น มึงมัวแต่เมาเสพสุข แต่น้ำตาของเธอที่ตกลงมา มึงเคยเห็นมันไหม!”
คำพูดคมกริบประหารใจของไวเปอร์ทำให้เซโร่ชะงักกึก ความทรงจำเหี้ย ๆ ที่เขาทำ และภาพแผ่นหลังบางของผิงอันที่คงเดินจากไปในสภาพใจสลายกระแทกใจเซโร่อย่างจัง ชายหนุ่มบดกรามเกร็งแน่น พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
“พอได้แล้วมั้งทั้งสองคน” สกายเอ่ยขัดขึ้นเบา ๆ น้ำเสียงของเกย์ควีนประจำแก๊งฉายแววระอา
“พวกมึงเป็นนักแข่งหลักของแก๊งนะเว้ย จะมาตีกันตายเพราะเด็กปีหนึ่งคนเดียวเนี่ยนะ ไอ้เซย์กูพูดตรง ๆ มึงก็ผิดจริง คืนนั้นมึงเมาจนไม่มีสติ มึงเลิกกับน้องเขาไปสามอาทิตย์ มึงก็เที่ยวตระเวนกินสาวไม่ซ้ำหน้า แล้วพอไอ้ไวป์มันจะเอาจริง มึงจะมาร้องหาความยุติธรรมอะไร”
“สกาย! มึงเข้าข้างมันเหรอวะ” เซโร่หันไปจ้องสกายอย่างเดือดดาล แม้แต่เพื่อนในกลุ่มก็เห็นด้วยกับการเลิกราครั้งนี้
“กูไม่ได้เข้าข้างใคร กูพูดตามเนื้อผ้า!” สกายเชิดหน้าตอบอย่างไม่กลัว “มึงปล่อยน้องเขาไปเอง มึงจะให้เขาจมอยู่กับความเสียใจไปตลอดชีวิตรึไง พอมีคนที่ดีกว่า เข้าใจน้องมากกว่าเข้ามาดูแล มึงก็รับไม่ได้เหรอ น้องเขาไม่เหมือนผู้หญิง ‘ง่าย ๆ’ ที่มึงเคยฟาดมาเว้ย”
“กูไม่ได้ถามมึง!” เซโร่สบถ ก่อนจะหันกลับมาหาไวเปอร์อีกครั้ง มือของเซโร่เอื้อมไปกระชากคอเสื้อช็อปของไวเปอร์อย่างแรง
“กูไม่สนว่ามึงจะมองผิงมานานแค่ไหน แต่ผิงเคยเป็นของกู! ถ้านาทีนี้มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อน...มึงถอยออกไปซะไอ้ไวป์!”
แรงกระชากคอเสื้อไม่ได้ทำให้ไวเปอร์เคลื่อนไหว ชายหนุ่มเพียงแค่หลุบสายตาคมมองมือของเซโร่บนอกเสื้อของตน ก่อนจะยกมือที่เต็มไปด้วยลวดลายรอยสักขึ้นมากุมข้อมือของเซโร่ไว้ แล้วออกแรงบีบอย่างแรงจนกระดูกข้อมือของเซโร่ส่งเสียงคล้ายจะปริแตก
“อึก...” เซโร่ขมวดคิ้วแน่นด้วยความเจ็บ แต่ยังไม่ยอมปล่อย
“กูเคยเห็นมึงเป็นเพื่อน” ไวเปอร์เอ่ยน้ำเสียงเย็นชาไร้ระลอกคลื่น นัยน์ตาฉายแววคลั่งรักและหวงแหนอย่างร้ายกาจ
“แต่ถ้าคำว่าเพื่อนของมึง หมายถึงกูต้องยอมเสียหนูให้มึงกลับไปทำร้ายอีกครั้ง...กูไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนอย่างมึงก็ได้ไอ้เซย์”
คำตอบอันเด็ดเดี่ยวทำเอาคนทั้งห้องตกตะลึง ธารก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ทันที มือของพี่ใหญ่กดลงบนบ่าของเซโร่และไวเปอร์เพื่อแยกทั้งสองออกจากกัน มันรุนแรงกว่าทุกครั้งที่สองคนผิดใจ
“ปล่อยมือทั้งคู่!” ธารสั่งเสียงดุอย่างทรงอำนาจ
“พวกมึงจะตัดเพื่อนกันเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม”
ไวเปอร์ยอมปล่อยมือออกจากข้อมือของเซโร่ ชายหนุ่มจัดคอเสื้อช็อปของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะดึงบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้แล้วจุดไฟ ควันสีเทาอมฟ้าลอยอบอวลขึ้นสู่อากาศ นัยน์ตาเรียวคมจ้องมองเซโร่ที่ยืนกุมข้อมือตัวเองอยู่ตรงหน้า
“กูไม่เคยแข่งกับมึงเรื่องรถ และกูไม่เคยแข่งกับมึงเรื่องผู้หญิง”
ไวเปอร์เอ่ยพลางพ่นควันบุหรี่ออกทางปากอย่างเย็นชา
“แต่เรื่องผิงอันกูไม่ถอย และกูจะไม่ยอมให้มึง หรือผู้หญิงคนไหนของมึง เข้าใกล้เธอแม้แต่ปลายผม”
“มึง...” เซโร่กัดกรามแน่น นัยน์ตาสบตากับอสรพิษหนุ่มด้วยความเกลียดชัง “กูไม่ยอมจบแค่นี้แน่ไอ้ไวป์ ผิงต้องกลับมาหากู!”
“มึงลองดูก็ได้” ไวเปอร์ยกยิ้มมุมปาก ท่าทางดุดันและไร้ความเกรงกลัว “แต่ถ้ามึงทำให้หนูต้องเสียน้ำตาอีกแม้แต่หยดเดียว กูไม่เอามึงไว้แน่” พูดจบไวเปอร์ก็หมุนตัวเดินตรงไปยังประตูห้องพักวีไอพี ชายหนุ่มคว้ากุญแจรถออดี้อาร์แปดสีดำขึ้นมาถือไว้ โดยไม่หันกลับมามองเพื่อนร่วมแก๊งคนไหนอีก ร่างสูงใหญ่ก้าวออกจากห้องไปพร้อมกับความเงียบสงบอันน่ากลัวที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง
เซโร่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ท่อนแขนเกร็งมือกำหมัดแน่นจนสั่นระริก ความรู้สึกถูกหักหลัง พ่ายแพ้ และความเสียดายของรักสุมอยู่ในหัวใจจนแทบคลั่ง ชายหนุ่มรู้ดีว่าอสรพิษเบลองอย่างไวเปอร์เมื่อได้ครอบครองสิ่งใดแล้ว ไม่มีทางยอมปล่อยมือง่าย ๆ และการปะทะกันในครั้งนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของสงครามแห่งความหึงหวงที่จะแผดเผาแก๊งเกียร์ซิ่งวิ่งมิดไมล์ให้มอดไหม้ลงเท่านั้น
เสียงเครื่องยนต์ V10 ของรถสปอร์ตคันหรูสีดำเงาเลื่อมแผดร้องกระหึ่มตัดผ่านความมืดมิดของยามราตรี เข็มความเร็วบนหน้าปัดดิจิทัลตีขึ้นสูงลิ่วตามแรงกดของฝ่าเท้าหนัก อารมณ์ดิบและความรุ่มร้อนที่เพิ่งปะทะกับอดีตเพื่อนสนิทกลางสนามแข่ง Belong ยังคงตกค้างอยู่ในสายเลือดของพญาอสรพิษ ทว่าสิ่งที่ครอบงำความคิดของชายหนุ่มร่างสูงในยามนี้กลับมีเพียงเรือนร่างเล็กนุ่มนิ่มผู้อยู่ที่หอพักปลายทางเท่านั้น
เวลา 23.45 น. ณ หน้าหอวิไลวรรณ
รถสปอร์ตสีดำทะมึนเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบเงียบ ๆ ที่ริมฟุตบาทฝั่งตรงข้ามอาคารหกชั้น แสงไฟถนนส่องกระทบกระจกหน้าต่างรถที่ถูกติดฟิล์มดำมืดสนิท ไวเปอร์ดับเครื่องยนต์ ก่อเกิดความเงียบงันครอบคลุมภายในห้องโดยสาร ชายหนุ่มเอนกายซบแผงอกหนาเข้ากับพวงมาลัย กรามบดเป็นสันเกร็ง ถอนบุหรี่ที่คาบอยู่ออกมาถือไว้ด้วยนิ้วเรียวยาว ก่อนจะกดโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูเข้าหน้าแชตที่คุ้นเคย
