บท
ตั้งค่า

EPISODE6

พิษรักวิศวะสุดร้าย

ENGINEER’N TOXIN

EPISODE6

“กูไม่ได้เขวี้ยง! กูเมา!”

“เมาไม่ใช่เหตุผลของการสันดานเสีย” ไวเปอร์สวนกลับด้วยคำพูดคมกริบดุดัน “ถ้ามึงรักเธอจริง มึงจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นมาแตะตัวมึง และมึงจะไม่ปล่อยให้เธอต้องมาเห็นภาพขยะแบบนั้น มึงทำลายความเชื่อใจของเธอเอง อย่ามางี่เง่าเรียกร้องเอาตอนนี้”

คำพูดแทงใจดำของไวเปอร์ทำเอาเซโร่นิ่งอึ้ง หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับจนถ้อยคำ ชายหนุ่มมองภาพของอดีตแฟนสาวที่ยอมซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเพื่อนสนิทอย่างยับเยิน ความรู้สึกพ่ายแพ้และความหึงหวงจุกแน่นอยู่ในอก

ไวเปอร์ก้มลงมองผิงอัน นัยน์ตาคมฉายแววอ่อนโยนลงอย่างชัดเจน ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมสลวยออกจากแก้มเนียนเบา ๆ “หนูเจ็บข้อมือไหมครับ”

สรรพนาม ‘หนู’ และโทนเสียงที่ปรับให้นุ่มหูออกมาจากปากของหนุ่มแบดบอยตัวพ่อ ทำเอาผิงอันแก้มขึ้นสีระเรื่อ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะกับสัมผัสอบอุ่นและกิริยาเอาใจใส่ของเขา

“นิดหน่อยค่ะ” ผิงอันตอบเสียงเบา

“หนู? หนูเหรอวะ! คนแบบมึงเนี่ยนะ” เซโร่ไม่อยากจะเชื่อว่าคนด้านชาอย่างไวเปอร์จะถึงขั้นมีสรรพนามเฉพาะให้ผู้หญิงคนไหน

“เออ! หนูของกู...มีแค่ผิงอันที่กูเรียกหนู” ไวเปอร์ตอบหน้าตาย

“ไอ้ไวป์!” เซโร่อยากจะงัดหน้ามันเหลือเกิน

“ปล่อยมันไว้นี่แหละ หนูไปเรียนเถอะ เดี๋ยวพี่เดินไปส่ง” ไวเปอร์เอ่ยพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย มือเลื่อนลงมากุมมือเล็กของเธอไว้แน่น ปลายนิ้วสอดประสานเข้าหากันอย่างลึกซึ้ง แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยต่อหน้าเซโร่และผู้คนที่มองอยู่

“ไอ้ไวป์ มึงแน่ใจเหรอว่าจะทำแบบนี้กับกู” เซโร่เอ่ยถามเสียงต่ำ นัยน์ตาดุดันฉายแววตัดขาดความเป็นเพื่อน

ไวเปอร์หยุดก้าวขา แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง เขาเพียงแค่เอียงใบหน้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเย็น “กูเลือกผิง...และกูจะไม่ยอมเสียเธอให้ใครอีก ไม่ว่าหน้าไหนทั้งนั้น” พูดจบ อสรพิษหนุ่มก็ออกแรงดึงเบา ๆ พาผิงอันเดินตรงไปยังอาคารเรียนของสาขาคอมพิวเตอร์ ทิ้งให้เซโร่ยืนกำหมัดแน่นอยู่เบื้องหลังด้วยความโกรธแค้นและพ่ายแพ้

ตลอดทางเดินไปยังห้องเรียน มือของไวเปอร์ยังคงกุมมือเล็กไว้ไม่ยอมปล่อย ความเงียบสงบคลุมเครืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ผิงอันจะเอ่ยขึ้นเสียงเบา

“พี่ไวป์ ทำไมเมื่อกี้ถึงเรียกผิงว่าหนูล่ะคะ”

ไวเปอร์ชะงักก้าวเล็กน้อย ชายหนุ่มหันกลับมามองใบหน้าหวานตากลมโต นัยน์ตาเรียวคมฉายแววเอ็นดูและคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด มือยกขึ้นโยกศีรษะเล็กเบา ๆ ตามนิสัยเวลาอยากเอ็นดูใคร

“ก็อยากเรียก” ไวเปอร์เอ่ยเสียงทุ้มดุ “ต่อจากนี้ เวลาอยู่กับพี่ ให้แทนตัวเองว่า ‘หนู’ เข้าใจไหม”

ผิงอันมองหน้าเขา นัยน์ตาสู้คนสบสายตากับความขึงขังจริงจังของคนตรงหน้า ร่างเล็กระบายยิ้มออกมาบางเบา ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยที่ได้รับจากชายหนุ่มดุดันคนนี้ กำลังค่อย ๆ เติมเต็มบาดแผลในหัวใจของเธออย่างช้า ๆ

“เข้าใจแล้วค่ะ”

ไวเปอร์ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ก่อนจะก้มลงประทับจุมพิตเบา ๆ ที่หลังมือเล็กของเธอ เป็นสัมผัสอันเร่าร้อนและลึกซึ้งที่ย้ำเตือนว่า ต่อจากนี้ไป เธอคือของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

เวลา 22.30 น. ณ สนามแข่ง Belong

กลิ่นไอของน้ำมันเครื่องอย่างดีและยางรถยนต์ที่เสียดสีกับพื้นแทร็กคอนกรีตยังคงอบอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืน ลมราตรีพัดพาเอาความเย็นเยียบเข้ามาปะทะอาคารพิทเลนของสนามแข่ง Belong ทว่าบรรยากาศภายในห้องกระจกติดแอร์สำหรับพักผ่อนของเหล่านักแข่ง วีไอพี กลับร้อนระอุจนแทบจะลุกเป็นไฟ

เสียงเครื่องยนต์หมุนรอบสูงของรถสปอร์ตคันหรูสีดำแผดร้องดังลั่นไปทั่วบริเวณ ก่อนจะเบรกล้อลากยาวเลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทตรงหน้าอาคารพิทเลน ประตูฝั่งคนขับถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับการก้าวลงมาของเซโร่ ร่างสูงโปร่งยังอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวในทับด้วยเสื้อช็อปของสาขาไฟฟ้า เดินด้วยเท้าหนักแน่น ตวัดสายตาขึ้นไปยังชั้นสองของอาคารด้วยใบหน้าดำคร่ำเครียด

แววตาคมดุดันของเสือร้ายที่กำลังบาดเจ็บช้ำรักและบ้าคลั่งฉายฉานความเกรี้ยวกราดอย่างไม่ซ่อนเร้น

ภายในห้องพักวีไอพีสมาชิกแก๊งเกียร์ซิ่งวิ่งมิดไมล์ซึ่งนั่งกระจายตัวกันอยู่ครบครัน สกายกำลังนั่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องประดับเงินแบรนด์เนมพลางเบะปาก มองดูแพทที่กำลังนั่งวิเคราะห์ข้อมูลเวลาการซ้อมแข่งร่วมกับกันต์ โดยมีธาร พี่ใหญ่สายดุนั่งเอนกายกอดอกมองจอมอนิเตอร์ตรวจเช็กความเรียบร้อยของสนาม

ตรงมุมห้องฝั่งที่ติดกระจกบานโต มองเห็นแทร็กแข่งด้านล่าง ไวเปอร์ นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังทรงสูง ร่างสูงใหญ่เอนกายทอดขาไปข้างหน้าอย่างเกียจคร้าน เสื้อช็อปปลดกระดุมหลุดลุ่ยตามนิสัย เผยรอยสักกุหลาบดำและอสรพิษลามเลื้อยจากแผงอกขึ้นมาถึงคอขาวซีด นิ้วเรียวยาวแข็งแรงถือแก้วเหล้าทรงสั้นไว้เบา ๆ ริมฝีปากหยักซีดอมชมพูคาบบุหรี่กลิ่นมิ้นต์ไว้ที่มุมปาก นัยน์ตาเรียวคมหลุบมองจอโทรศัพท์มือถือที่ขึ้นหน้าจอห้องแชตชื่อ ‘PingAun.Pure’ พร้อมรอยยิ้มมุมปากเบาบางที่หาได้ยากยิ่ง

ปัง!

เสียงเปิดประตูกระจกบานโตดังขึ้นอย่างแรงจากการถูกผลักออกด้วยโทสะ ร่างสูงของเซโร่ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความโกรธแค้นทะลักทะลายจนทำให้เสียงพูดคุยในห้องเงียบกริบลงทันที

“ไอ้ไวป์!” เสียงทุ้มต่ำตวาดก้อง เซโร่ตรงเข้าหาเพื่อนสนิทร่วมแก๊งโดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น สกายถึงกับชะงักมือที่เช็ดแหวน ขณะที่แพทและกันต์ขยับตัวลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตัว

ไวเปอร์ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน ชายหนุ่มค่อย ๆ ละสายตาออกจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ดึงบุหรี่ออกจากริมฝีปาก แล้ววางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะข้างกาย นัยน์ตาเรียวคมทรงเสน่ห์ใต้ชั้นตาคล้ำเงยขึ้นมองเซโร่ด้วยความเรียบนิ่งแฝงกระแสกดดันอันทรงพลัง

“มาทำเหี้ยอะไรที่นี่ เสียงดังทำไม” ไวเปอร์เอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกสั่นไหว

“เอาแล้วไง” แพทพึมพำ

“มึงถามกูว่ามาทำอะไรเหรอ” เซโร่ขบฟันแน่นจนสันกรามปูดเกร็ง ร่างสูงก้าวเข้าไปชิดโต๊ะตรงหน้าไวเปอร์

“เมื่อเช้าที่หน้าคณะ มึงทำเหี้ยอะไรไว้! มึงพาผิงไปไหน!”

ความเงียบปกคลุมห้องพักอีกครั้ง สกายตาโตเล็กน้อยพลางสบตากับกันต์อย่างรู้กัน ขณะที่ธารขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน นัยน์ตาคู่ดุของพี่ใหญ่ฉายแววไม่พอใจกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

“กูพาแฟนกูไปส่งเรียน” ไวเปอร์ตอบกลับห้วนสั้น คำว่า ‘แฟนกู’ออกมาจากปากอย่างราบเรียบแต่ตัดผ่านอากาศเหมือนใบมีดโกน

“แฟนมึงเหรอ!” เซโร่แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความโกรธจัด

“นั่นมันผิงอัน! นั่นมันแฟนกู! มึงกล้าพูดได้ยังไงว่าเธอเป็นแฟนมึง ไอ้เพื่อนทรยศ!”

“มึงตั้งสติหน่อยไอ้เซย์” ธารเปรยขึ้นเสียงเรียบต่ำจากมุมห้อง ร่างสูงของพี่ใหญ่ลุกขึ้นเดินตรงเข้ามา “มีอะไรค่อย ๆ คุยกัน นี่สนามแข่ง ไม่ใช่ที่มาทะเลาะกันเรื่องผู้หญิง”

“เฮียธารอย่าเพิ่งยุ่ง!” เซโร่หันไปบอกเฮียใหญ่ด้วยสายตาแดงก่ำ ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าไวเปอร์

“มึงแอบมองผิงมาสี่เดือน สี่เดือนที่กูคบกับเธอ มึงแทงข้างหลังกูมาตลอดใช่ไหมไอ้ไวป์!”

ไวเปอร์ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มยืนตระหง่านกดข่มบารมีของเซโร่อย่างเห็นได้ชัด เสื้อช็อปเคลื่อนไหวตามแรงขยับ เผยให้เห็นสายสร้อยเกียร์ไฟฟ้าที่คอ นัยน์ตาคมเรียวดุจพญาอสรพิษจ้องสบตากับเซโร่อย่างไม่ลดละ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel