พิษรักวิศวะสุดร้าย | ENGINEER'N TOXIN (ไวปอร์ : อสรพิษแห่งเบลอง)

23.0K · ยังไม่จบ
ตัวตึงดึงปฐพี
12
บท
14
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

'เซโร่' เคยคิดว่าผู้หญิงเรียบร้อย หวงตัว และแสนดีอย่าง 'ผิงอัน' คือของตายที่ไม่มีวันหนีเขาไปไหน จนกระทั่งวันที่เขาทำลายความเชื่อใจของเธอด้วยน้ำมือตัวเอง เขาคิดว่าแค่ตามง้อ บีบบังคับ เธอจะยอมใจอ่อนเหมือนที่ผ่านมา ทว่าข้างกายของเธอกลับมี 'ไวเปอร์' ชายหนุ่มผู้มีรอยสักอสรพิษ เพื่อนสนิทร่วมแก๊งที่แสนเย็นชา ทว่ากลับซ่อนความเร่าร้อนและดุดันเอาไว้อย่างเหลือร้าย "มึงเป็นคนเขวี้ยงเธอทิ้งเองไอ้เซย์...มึงหมดสิทธิ์แล้ว" ท่ามกลางควันบุหรี่ กลิ่นน้ำมันเครื่อง และความเร็วที่ทะลุขีดจำกัด เธอจะรอดพ้นจากสัญชาตญาณดิบของเสือร้าย หรือจะยอมถูกพิษรักของอสรพิษมัดตรึงไว้ตลอดกาล?

นิยายรักโรแมนติกวิศวกรแบดบอยพระเอกเก่งโรแมนติกรักแท้18+21+

EPISODE1

พิษรักวิศวะสุดร้าย

ENGINEER’N TOXIN

EPISODE1

เสียงบรรยากาศจากลำโพงบาร์ทรงยาวปรับระดับความดังลงเหลือเพียงเพลงจังหวะสโลว์ซูลเรนจ์เบา ๆ เคล้าเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเงียบเชียบภายในห้องเพนต์เฮ้าส์สุดหรู กลิ่นอายของแอลกอฮอล์ยี่ห้อดังคละเคล้าผสมกับกลิ่นควันบุหรี่หลากรสชาติที่ลอยอบอวลอยู่ใต้แสงไฟโทนส้มสลัว

เวลา 23.15 น.

ณ The Wing Condominium ชั้น 30 ห้อง 3001

ชัยชนะในสนามแข่ง Belong เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงทิ้งความร้อนแรงไว้ในสายเลือดของเหล่านักซิ่ง สมาชิกแก๊ง ‘เกียร์ซิ่งวิ่งมิดไมล์’ ต่างกระจายตัวกันตามมุมต่าง ๆ ของห้องพักขนาดกว้างขวาง เสียงชนแก้วและเสียงหัวเราะหยอกล้อดังขึ้นเป็นระยะ ทว่าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เจ้าของเรือนร่างทรงนายแบบผู้สวมเสื้อช็อปสีกรมท่าตัดกับผิวขาวจัด กลับเลี่ยงเพื่อนฝูงออกมายืนอยู่บริเวณริมกระจกบานโตที่มองเห็นทัศนียภาพความมืดมิดของเมืองใหญ่

มือหนาถือโทรศัพท์เครื่องหรูแนบหู ดวงตาคมดุดันฉายแววอ่อนลงอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนัก

[“พี่เซย์อย่าดื่มเยอะนะคะ”]

เสียงหวานใสที่ก้องผ่านสายโทรศัพท์เปรียบเสมือนน้ำเย็นฉ่ำที่รดลงบนอกอันร้อนรุ่มของเขา ‘เซโร่’ ยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายความเอ็นดูออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ไม่เยอะ รับรองเลยว่าไม่เมาครับ แล้วนี่ผิงจะนอนยัง ทำรายงานเสร็จยังครับ” น้ำเสียงทุ้มที่ทอดนุ่มและเอ่ยอ้อนนั้น เป็นน้ำเสียงเอกสิทธิ์เฉพาะตัวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้กับหญิงสาวร่างเล็กเจ้าของเรือนร่างทรงลูกคุณหนูอย่าง ‘ผิงอัน’ เพียงคนเดียวเท่านั้น

[“ทำเสร็จแล้วค่ะ ผิงกำลังจะไปอาบน้ำ”]

“อาบน้ำเหรอ...”

คำว่าอาบน้ำทำให้อารมณ์ความดิบกามาในกายหนุ่มตื่นตัวขึ้นมาวูบหนึ่ง ในความคิดแล่นภาพของเรือนร่างนวลนุ่มขนาดพกพา ผิวขาวจัดเนียนละเอียดของเชื้อสายจีนที่มีหยาดน้ำเกาะพราวตามเรือนกาย ทรงอกอวบอิ่มขนาดเต็มไม้เต็มมือที่เขาเพียงแค่จินตนาการถึงเพราะเธอเป็นคนหวงตัวยิ่งกว่าอะไรดี เซโร่กลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก พยายามสะกดกลั้นความโหยหาร้อนรุ่มไว้ใต้ท่าทีสุขุม

“โอเคครับ งั้นผิงไปอาบเถอะ รีบเข้านอนนะ ฝันดีครับ ตอนเช้าพี่ไปรับที่หน้าหอนะคนดี”

[“ได้ค่า งั้นผิงวางสายนะคะ บายค่ะ”]

สายถูกแฟนสาวตัดไปพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าคมที่ค่อย ๆ จางหาย เซโร่ถอนหายใจยาวก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋ากางเกงยีนส์ยี่ห้อดัง เขาหมุนตัวเดินกลับเข้ามายังโซนรับแขกกลางห้อง สายตามองตรงไปยังกลุ่มเพื่อนที่กำลังคึกคัก ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเพื่อนร่วมสาขาอย่างกันต์ แล้วยื่นมือไปรับแก้วเหล้าดีกรีแรงมากระดกลงคอทีเดียวจนหมดแก้ว

“รายงานตัวเหรอมึง”

‘กันต์’ ที่สวมแว่นทรงติ๋มพึมพำน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่สายตาเต็มไปด้วยความพราวแพรวตามประสาเสือซุ่ม

“โถ! ทำตัวเป็นแฟนที่ดี กูจะดูว่ามึงจะทนได้สักกี่น้ำ น้องเขาหวงตัวจัดเลยนี่”

‘สกาย’ เจ้าของร่างโปร่งหุ่นดีผู้เป็นสายแฟชั่นประจำแก๊งเบะปากใส่เพื่อนทันที นิ้วมือเรียวที่สวมแหวนเงินแท็บแก้วเหล้าเบา ๆ สกายรู้ดีว่าเซโร่เป็นพวกเสืออดอยากที่ไม่เคยขาดเรื่องผู้หญิง การมานั่งถือศีลอดเพราะเกรงใจเด็กปีหนึ่งร่างเล็กที่แต่งตัวมิดชิดเรียบร้อย มันช่างดูขัดกับลุคเพลย์บอยตัวพ่อฉิบหาย

“หึ...”

เสียงแค่นหัวเราะในลำคอดังขึ้นสั้น ๆ จากคนที่นอนเอนกายเหยียดยาวอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวโต ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กว่าหนึ่งร้อยเก้าสิบสี่เซนติเมตร เจ้าของเสื้อช็อปสีน้ำเงินที่ปล่อยกระดุมหลุดลุ่ย เผยให้เห็นแผงอกหนาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อและผิวกายขาวซีดที่ตัดกับรอยสักลวดลายอสรพิษพันหนามรอบกุหลาบสีดำและสัญลักษณ์อินฟินิตี้ลายเส้นสีหมึกเข้มลากเลื้อยตั้งแต่บริเวณลำคอ กล้ามอก เรื่อยมาจนถึงขอบกางเกง และทอดต่ำลงไปตามท่อนแขนจนถึงข้อมือ

‘ไวเปอร์’ คาบบุหรี่มวนเรียวกลิ่นมิ้นต์ไว้ที่ริมฝีปากหยักซีดอมชมพูโดยไม่ได้จุดไฟ นัยน์ตาเรียวคมทรงเสน่ห์ใต้ชั้นตาที่คล้ำลงเล็กน้อยจากการอดนอนหลุบมองเซโร่ด้วยสายตาเย็นชา เขาสวมสร้อยเกียร์ไฟฟ้าไว้ที่คอ และเจาะจิวห่วงเลสเล็ก ๆ สองวงที่คิ้วขวา ท่าทางอันตรายและดิบดุของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวดูหนักอึ้ง แต่ไวเปอร์กลับไม่ได้เอ่ยปากแสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์อัน ‘ตั้งใจเป็นพิเศษ’ ของเพื่อนสนิทร่วมแก๊ง

“เฮียไวป์มองเฮียเซย์เหมือนเฮียมันจะขันแตกเลยว่ะ ฮ่า ๆ”

‘แพท’ รุ่นน้องปีหนึ่งสายปั่นหัวเราะร่าพลางรินแอลกอฮอล์เข้มข้นลงในแก้วของไวเปอร์ ร่างสูงของนักแข่งหลักประจำทีมเพียงแค่รับแก้วมาถือไว้ นัยน์ตานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น

“ยังไงก็เหอะ คนนี้ถ้ามึงไม่ไหว หรือจะตบะแตก ก็อย่าไปทำอะไรน้องเขา คนนี้เฮียขอไว้สักคน น้องเขาดูไม่เหมือนใคร”

‘ธาร’ พี่ใหญ่ทรงอิทธิพลเจ้าของสนามแข่ง Belong เปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันและจริงจัง สายตาของเฮียใหญ่ผ่านโลกมามากพอที่จะมองออกว่าเด็กสาวหน้าหวานตากลมโตที่มีเสน่ห์แปลกตาคนนั้นไม่ใช่ผู้หญิงประเภทเดียวกับพวกสายล่าแต้มหรือคู่นอนชั่วคราวของเซโร่

“กูจะทำอะไรน้องวะเฮีย กูชอบน้องจริง ๆ ไม่งั้นไม่ทนแบบนี้หรอก น้องสวยขนาดนั้น กูหิวจะตายแล้วเนี่ย แต่อดทนอยู่ เพื่อน้อง”

เซโร่ตอบกลับพลางยักไหล่ด้วยความมั่นใจ ถ้อยคำที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มร่างสูงทรงเสน่ห์ส่งผลให้หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มที่นั่งกดโทรศัพท์อยู่บนเก้าอี้บาร์ชะงักมือ ‘เอิร์น’ ดาวนิเทศศาสตร์ปีสองผู้มีใบหน้าสวยเฉี่ยวเงยหน้าขึ้น สายตาฉายแววความวูบวาบด้วยความอิจฉาริษยาที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน มือเรียวที่กำโทรศัพท์มือถือเกร็งแน่น เอิร์นสนิทสนมกับเซโร่มาตั้งแต่ปีหนึ่ง เธอยอมอยู่ข้างกายเขาในฐานะ ‘เพื่อนสาวคนสนิท’ มาโดยตลอด หวังว่าวันหนึ่งความใกล้ชิดจะแปรเปลี่ยนเป็นความรัก แต่เซโร่กลับมอบคำว่า ‘แฟน’ ให้กับเด็กปีหนึ่งร่างเล็กที่เพิ่งเจอกันได้ไม่กี่เดือน ความรู้สึกสูญเสียและริษยาจุกแน่นอยู่ในอกของเธอจนเกือบจะล้นทะลัก

เวลาหมุนผ่านไปอย่างช้า ๆ บรรยากาศแห่งความลุ่มหลงและความขุ่นมัวดำเนินไปจนกระทั่งหน้าปัดดิจิทัลแสดงเวลาตีหนึ่ง

“ไอ้เหี้ย...เมาสัส!” เสียงของแพทงึมงำแล้วซุกตัวคว่ำหน้าลงกับหมอนอิงที่มุมโซฟา สภาพคนอื่น ๆ นั้นไม่ต่างกันนัก