EPISODE3
พิษรักวิศวะสุดร้าย
ENGINEER’N TOXIN
EPISODE3
ร่างเล็กของผิงอันเดินเข้ามาในโซน วีไอพี พร้อมกับเพื่อนสนิททั้งสองคน ‘เมญ่า’ สวมชุดเดรสเข้ารูปสีแดงแรงฤทธิ์เว้าอกลึก เดินเฉิดฉายราวกับรันเวย์สัปดาห์แฟชั่น ขณะที่ ‘ไบต์’ หนุ่มนิเทศหน้าสวยร่างสูงโปร่ง มาในชุดเสื้อเชิ้ตซีทรูแบรนด์เนมสีขาว เดินเชิดหน้าควงแขนผิงอันไว้อย่างคุ้มกัน ทว่าผิงอันในคืนนี้กลับดึงดูดสายตาของทุกคนให้หยุดนิ่ง
หญิงสาวร่างเล็กทรงลูกคุณหนู สวมเสื้อครอปแขนยาวสีขาวมุกเนื้อดีปิดมิดชิดถึงคอ ท่อนล่างเป็นกระโปรงเอวสูงทรงเอสีดำความยาวเลยเข่า เรือนผมยาวสลวยรวบเป็นหางม้าสูงผูกริบบิ้นผ้าสีขาวน่ารัก ใบหน้าสวยคมฉายแววเรียบเฉยแต่บริสุทธิ์ผุดผ่องดูแพงระยับ ผิวขาวจัดเชื้อจีนสะท้อนแสงไฟนีออนจนดูเปล่งประกาย ท่ามกลางสาว ๆ ที่แต่งตัวเซ็กซี่โชว์เรือนร่างกันทั้งร้าน ความเรียบร้อยและกิริยาอันทรงคุณค่าของผิงอันกลับโดดเด่นออกมาจนทุกคนต้องหันมอง
แก้วเหล้าในมือของเซโร่เกือบจะหลุดร่วง นัยน์ตาคมดุดันตื่นตัวขึ้นทันที ความหึงหวงและสายตาครอบครองที่เคยมีพุ่งขึ้นสูงปรี๊ดเมื่อเห็นสายตาผู้ชายหลายโต๊ะจ้องมองอดีตแฟนสาวของเขา
“ผิง...” เซโร่พึมพำเสียงเบา ร่างสูงแทบจะลุกขึ้นจากโซฟา เธอสวยฉิบหาย สวยจนเขาร้อนรุ่มในอก เมื่อมีแต่คนจับจ้องเธอ
แต่ก่อนที่เซโร่จะได้ก้าวขา ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกลับก้าวข้ามผ่านโต๊ะโซฟาตรงไปยังทิศทางที่ผิงอันยืนอยู่เสียก่อน
ไวเปอร์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวทับด้วยเสื้อช็อปไฟฟ้าสีน้ำเงินที่เปิดกระดุมกว้าง เผยให้เห็นรอยสักกุหลาบดำและอสรพิษร้ายลามขึ้นมาถึงคอ เขาเดินตรงเข้าไปหาร่างเล็ก นัยน์ตาเรียวคมจ้องมองใบหน้าหวานตากลมโตอย่างเปิดเผย โดยไม่สนใจสายตาของคนทั้งร้านหรือแม้กระทั่งเพื่อนสนิทอย่างเซโร่
“แก...ยัยผิง พี่ไวเปอร์เดินมาแล้ว นี่มันอะไรกันเนี่ย” เมญ่ากระซิบข้างหูเพื่อนสาวเบา ๆ
ผิงอันหยุดก้าวขา ดวงตากลมโตเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้า ความสูงที่แตกต่างกันเกือบสามสิบเซนติเมตรทำให้เธอต้องแหงนหน้ามอง ไวเปอร์หยุดลงตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่ถึงก้าวทำให้บุหรี่กลิ่นมิ้นต์อันเป็นเอกลักษณ์ลอยอบอวลรอบตัวเธอ
“มาทำอะไรที่นี่” เสียงทุ้มต่ำนิ่งเย็นของไวเปอร์เอ่ยถามห้วนสั้น นัยน์ตาคมกวาดมองเรือนร่างเล็กที่แต่งตัวเรียบร้อยแต่น่ามองไปทุกส่วนด้วยความหวงแหนที่ซ่อนไว้แทบไม่มิด
“มาเที่ยวกับเพื่อนค่ะ” ผิงอันตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ไม่มีความสั่นกลัว “พี่มีอะไรหรือเปล่าคะ”
การตรงเข้ามาทักทายของไวเปอร์ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้สร้างความงุนงงให้แก่เพื่อนสนิทของเธอและคนในแก๊งที่แอบฟังอยู่ เพราะตลอดสี่เดือนที่ผิงอันคบกับเซโร่ เธอแทบไม่เคยเสวนาหรือสนิทสนมกับไวเปอร์เกินกว่าคำว่า ‘เพื่อนของแฟน’
“เดินตามมานี่” ไม่รอให้หญิงสาวเอ่ยปฏิเสธ ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยลวดลายรอยสักสีดำก็ยื่นไปกุมข้อมือเล็กไว้ มือหนาของไวเปอร์อบอุ่นและใหญ่โตจนกุมข้อมือบางของเธอได้มิด สัมผัสจากฝ่ามือของเธอส่งกระแสความอบอุ่นผ่านลงไปถึงต้นขาและลำคอของชายหนุ่มจนหัวใจใต้แผงอกหนาเต้นกระตุกอย่างปรามไว้ไม่อยู่
“ปล่อยผิงนะ!” ผิงอันขมวดคิ้ว พยายามดึงมือออก แต่น้ำหนักมือของเขากลับกระชับแน่นขึ้นอย่างนุ่มนวล
“เฮียไวป์! นั่นมันแฟนเก่าเฮียเซย์นะเว้ย!” แพทที่เดินตามมาตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ เซโร่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคายฉายแววโทสะอย่างสุดทน เขาเดินตรงเข้ามาหาคนทั้งคู่ด้วยสายตาดุดันเจือความไม่เข้าใจกับการกระทำของไวเปอร์
“ไอ้ไวป์ มึงทำอะไร ยุ่งอะไรกับผิงวะ”
ไวเปอร์หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิท มือยังคงจับข้อมือเล็กของผิงอันไว้ไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาเรียวคมของอสรพิษมองตรงไปยังเซโร่ด้วยความนิ่งเฉยแต่ทรงพลังกดดันอย่างมหาศาล
“กูไม่ได้ทำอะไร” ไวเปอร์เอ่ยเสียงเรียบ
“กูแค่เอาของที่มึงเขวี้ยงทิ้งกลับมาดูแล”
“มึงว่าไงนะ!” เซโร่ขบฟันแน่น “ผิงเป็นคนของกู!”
“เคยเป็น...” ไวเปอร์สวนกลับทันควัน คำพูดคมกริบตัดผ่านอากาศ “มึงปล่อยเธอไปแล้วไอ้เซย์ มึงเลือกผู้หญิงอื่นตั้งแต่คืนนั้นเพราะฉะนั้น ตอนนี้เธอไม่ใช่ของมึง”
คำพูดนั้นทำให้เซโร่ชะงักไปเล็กน้อย ความรู้สึกผิดและภาพความผิดพลาดในคืนนั้นย้อนกลับเข้ามาสกัดกั้นคำพูดของเขาไว้ ขณะที่ผิงอันยืนนิ่ง ดวงตาคมสวยมองแผ่นหลังกว้างของไวเปอร์ที่กำลังยืนบดบังเธอจากสายตาของคนอื่น ความจริงแล้ว ตลอดสี่เดือนที่เธอคบกับเซโร่ ไวเปอร์คือคนที่เฝ้ามองเธออยู่ห่าง ๆ จากมุมมืดมาโดยตลอด เขาจำได้ทุกรายละเอียดว่าเธอชอบกินอะไร ไม่ชอบอะไรพอ ๆ กับเซโร่ รู้แม้กระทั่งความใจดีของเธอที่ชอบแอบบริจาคเงินให้บ้านสุนัขจรจัด ชอบซื้อขนมแมวเลียไปให้ลูกแมวหลังตึกวิศวะ หรือใช้เวลาช่วงพักไปกับการอ่านหนังสือการ์ตูนเล่มเล็ก รู้กระทั่งว่าวันที่เซโร่ไม่ได้ไปหาเธอ สาวน้อยมักจะออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้หอพัก ถ่ายรูปวิวและไม้ดอก
“ไปกันได้ยัง” ไวเปอร์หันกลับมาหาผิงอัน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะยังคงนิ่งดุอยู่ก็ตาม
ผิงอันมองหน้ารุ่นพี่หนุ่ม สลับกับเซโร่ที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียด ร่างเล็กตัดสินใจพยักหน้ารับเบา ๆ เธอไม่อยากอยู่ที่นี่เพื่อเป็นเป้าสายตาของใครอีกต่อไป
“แก / ลูกสาว! เดี๋ยวพวกฉันรอที่โต๊ะนะ!” เมญ่าและไบต์ตะโกนไล่หลังมาอย่างรู้ทันสถานการณ์ที่แสนมาคุนี้ ไวเปอร์ออกแรงดึงเบา ๆ พาผิงอันเดินเลี่ยงออกไปทางประตูหลังของคลับ มุ่งตรงไปยังลานจอดรถ วีไอพี ที่มีรถยนต์สปอร์ตสีดำคันหรูของเขาจอดสงบนิ่งอยู่
ณ ลานจอดรถ วีไอพี เวลา 00.10 น.
เสียงลมพัดผ่านลานจอดรถที่เงียบสงบ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าส่องกระทบตัวรถสีดำเงางาม ไวเปอร์พาผิงอันมาหยุดอยู่ข้างประตูฝั่งคนนั่ง มือใหญ่ยังคงไม่ยอมปล่อยออกจากข้อมือเล็ก
“ปล่อยมือผิงได้แล้วค่ะ” ผิงอันเอ่ยขึ้น เสียงใสทรงอำนาจเล็ก ๆ ตามนิสัยสายสู้คน
ไวเปอร์ยอมปล่อยมือ แต่กลับขยับตัวก้าวเข้ามาชิด จนร่างเล็กของเธอแทบจะแนบติดไปกับประตูรถ สายตาคมเรียวหลุบมองใบหน้าหวานที่อยู่ต่ำกว่าอย่างละเอียด ริมฝีปากหยักซีดอมชมพูคาบบุหรี่กลิ่นมิ้นต์ไว้ที่มุมปาก ก่อนจะดึงมันออกมาถือไว้ด้วยนิ้วเรียวยาวแข็งแรง
“แต่งตัวเรียบร้อยแบบนี้ มาเดินในสถานที่แบบนี้ทำไม” น้ำเสียงทุ้มดุเอ่ยถาม “รู้ไหมว่าพวกผู้ชายมันมองเธอด้วยสายตาแบบไหน”
“ผิงโตแล้ว จะไปไหนก็ได้ค่ะ” ผิงอันเชิดหน้าขึ้นตอบ ดวงตากลมโตสบสายตากับนัยน์ตาอสรพิษอย่างไร้ความกลัว “แล้วทำไมพี่ต้องเข้ามาวุ่นวายด้วยคะ หรือแค่อยากช่วยเพื่อนตบตาผิงเหมือนคืนนั้น”
ประโยคแทงใจดำทำให้นัยน์ตาของไวเปอร์ไหวระริกเล็กน้อย ชายหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าอกแกร่งแทบจะชนกับทรวงอกสวยใต้เสื้อครอปสีขาว กลิ่นหอมสะอาดของเธอผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมของเขาอบอวลจนแยกไม่ออก
“คืนนั้นกูไม่ได้รู้เห็นอะไรกับมัน” ไวเปอร์เอ่ยเสียงต่ำลึก
“กูแค่ไปเห็นตอนที่เธอเห็นพอดี”
“แล้วทำไมพี่ไม่บอกผิงล่ะคะ”
“กูไม่มีสิทธิ์” ไวเปอร์ตอบตรง ๆ
“ตอนนั้นเธอเป็นแฟนไอ้เซย์ กูเป็นแค่เพื่อนมัน...แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน”
ผิงอันชะงักไป นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าคมดุของคนตรงหน้าอย่างค้นหา “ไม่เหมือนกันยังไงคะ”
มือของไวเปอร์ยกขึ้นแตะเบา ๆ ที่เรือนผมนุ่มสลวยตรงหางม้า ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนลงมาแตะที่ปลายคางมน ความอ่อนโยนที่ขัดกับลุคแบดบอยดุดันทำให้หัวใจของผิงอันกระตุกเต้นผิดจังหวะ ไวเปอร์โยกหัวร่างเล็กเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูที่กักเก็บไว้มานานกว่าสี่เดือน
“ตอนนี้กูมีสิทธิ์จีบเธอ” คำพูดห่าม ๆ แต่จริงใจออกจากปากของชายหนุ่มผู้ไม่เคยยี่หระต่อสิ่งใด
“และกูจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องของที่กูอยากได้อีก”
“ผิงไม่ใช่สิ่งของนะคะ” ผิงอันขมวดคิ้วตอบกลับทันควัน
“กูรู้...” ไวเปอร์เอ่ยพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากคนแสนเย็นชาอย่างเขา
“เธอคือคนเดียวที่กูมองมาสี่เดือนกว่าโดยที่ไอ้เซย์มันไม่เคยรู้”
“คะ?” เธอแค่นเสียงออกมาได้แค่นั้นจริง ๆ
คำสารภาพตรงไปตรงมาของไวเปอร์สร้างกระแสร้อนผ่าวฉีดซ่านขึ้นบนแก้มเนียนของสาวเชื้อสายจีน ผิงอันหลบสายตาคมเรียวที่จ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน แต่ไวเปอร์กลับขยับตัวโน้มใบหน้าหล่อเหลือร้ายลงมาใกล้ จนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับใบหูขาวสะอาดของเธอ ลมหายใจร้อนระอุรดรินบนผิวกายเนียนจนหญิงสาวตัวเกร็ง
“ขึ้นรถ กูจะไปส่งที่หอ” ไวเปอร์สั่งเสียงดุ
“หรืออยากให้กูพาไปคอนโดกูแทน”
“ไปหอค่ะ!”
ผิงอันรีบตอบทันที นัยน์ตากลมโตจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง ไวเปอร์หัวเราะในลำคอบางเบา ก่อนจะเปิดประตูรถให้ร่างเล็กก้าวขึ้นไปนั่ง จากนั้นจึงเดินวนไปฝั่งคนขับและสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงกระหึ่ม ขับเคลื่อนออกจากลานจอดรถมุ่งหน้าสู่หอพักวิไลวรรณทันที
