EPISODE2
พิษรักวิศวะสุดร้าย
ENGINEER’N TOXIN
EPISODE2
ณ หอพักรวมนักศึกษา หอวิไลวรรณ ห้อง 401
ร่างเล็กในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่รวบเรือนผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มไว้เป็นหางม้าสูงเปิดท้ายทอยขาวเนียน นั่งอยู่บนเตียงนอน สายตามองจอโทรศัพท์มือถือที่ขึ้นสถานะ ‘ไม่มีการตอบรับ’ มาหลายครั้งติดต่อกัน
“พี่เซย์ทำไมไม่รับสายเลยล่ะ” ผิงอันพึมพำด้วยน้ำเสียงหวานซ่านความกังวล ดวงตากลมโตคมสวยที่มีเสน่ห์ล้ำลึกจากเชื้อสายฝั่งมารดาไหวระริก นี่ก็เลยเวลาตีหนึ่งมาแล้ว รุ่นพี่หนุ่มบอกว่าจะดื่มเพียงเล็กน้อยและจะรีบนอน แต่การที่เขาไม่ตอบข้อความและไม่รับสายหลายครั้งทำให้หัวใจดวงน้อยเริ่มกระตุกวูบ ด้วยความเป็นห่วงและคิดว่าเขาอาจจะเมาจนหลับไปโดยไม่ได้ดูแลตัวเอง ร่างเล็กจึงตัดสินใจหยิบกระเป๋าสะพาย คีย์การ์ดคอนโด และกุญแจรถมินิคูเปอร์สีดำคู่ใจ เดินออกจากห้องพักตรงไปยังที่อยู่ของแฟนหนุ่มทันที
เวลา 01.25 น.
ณ The Wing Condominium ชั้น 30 ห้อง 3001
บรรยากาศบริเวณโถงทางเดินหน้าห้องพักเงียบสงบ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา ร่างเล็กในชุดเดรสผ้าฝ้ายตัวยาวสีฟ้าอ่อนแสนเรียบร้อยทับด้วยเสื้อคลุมสีขาวเนื้อนุ่ม เธอเดินออกจากลิฟต์ตรงไปยังประตูห้องเป้าหมาย ผิงอันทอดสายตามองแผ่นประตูไม้แท้เนื้อดี ก่อนจะหยิบคีย์การ์ดสำรองที่เซโร่เคยมอบไว้ให้ขึ้นมาสแกน
ติ๊ด...คลิ๊ก!
เสียงระบบล็อกไฟฟ้าทำงานพร้อมกับประตูที่เปิดออกเบา ๆ กลิ่นหอมฟุ้งของน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกับกลิ่นเหล้าและควันบุหรี่ลอยมาปะทะจมูกเชิดรั้น ไฟโทนสีส้มอบอุ่นส่องสว่างทั่วบริเวณห้องรับแขกขนาดใหญ่ เสียงเพลงจังหวะแร็พเบา ๆ ยังคงถูกเปิดทิ้งไว้ แต่สมาชิกแก๊งเกียร์ซิ่งวิ่งมิดไมล์ส่วนใหญ่ต่างนอนหลับหมดสภาพอยู่ตามโซฟาและพื้นพรมด้วยความเมามาย
ผิงอันขยับเท้าเดินอย่างแผ่วเบา ผ่านบริเวณห้องโถงกว้างโดยไม่ต้องการรบกวนคนที่นอนหลับ สายตาคู่สวยสอดส่องหาแฟนหนุ่มแต่กลับไม่พบร่างสูงของเซโร่อยู่บริเวณโซนรับแขก ความห่วงใยทำให้เธอตัดสินใจก้าวขาตรงไปยังทิศทางของห้องนอนใหญ่ที่อยู่ด้านในสุด
ทว่าเมื่อก้าวไปถึงบริเวณโถงทางเดินก่อนเข้าสู่ประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ แสงไฟจากด้านในและเสียงเคลื่อนไหวบางอย่างกลับทำให้ฝีเท้าเล็กของผิงอันต้องชะงักกึกอยู่กับที่
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าตรงเคาน์เตอร์บาร์เล็กด้านนอกห้องนอน สะกดให้ร่างทั้งร่างของสาวน้อยแข็งเกร็งราวกับถูกสลักไว้ด้วยน้ำแข็งหนา เรือนร่างสูงใหญ่ของเซโร่ที่เสื้อช็อปสีกรมท่าหลุดลุ่ยออกจากไหล่ กำลังโอบอุ้มร่างสวยของเอิร์นไว้บนเคาน์เตอร์ เสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงสัมผัสทางกายอันหยาบโลนดังแทรกผ่านความเงียบ แขนเรียวของรุ่นพี่สาวเกี่ยวรัดรอบคอแกร่งของชายหนุ่มไว้แน่น ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นรับสัมผัสจูบอันร้อนแรงและบ้าคลั่ง โดยมีมือของเซโร่ฟอนเฟ้นอยู่ตามสะโพกและบั้นท้ายของเอิร์นอย่างลุ่มหลงในอารมณ์ดิบแห่งความเมามายของแอลกอฮอล์ฤทธิ์แรง
“อื้ม...เซย์ อ๊า!” เสียงครางพร่าของเอิร์นดังขึ้นอย่างตั้งใจเมื่อสายตาเธอเหลือบมาเห็นเงาร่างเล็กที่ยืนอยู่ไกล ๆ ความจริงอันแสนเหี้ยมโหดกระแทกเข้ากลางอกของผิงอันอย่างจัง
ดวงตากลมโตคมสวยสั่นระริก ความร้อนผ่าวไหลทะลักขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอและกระบอกตา ภาพตรงหน้าคือชายคนที่เพิ่งบอกรักเธอผ่านสายเมื่อสองชั่วโมงก่อน ชายคนที่บอกว่ายอมอดทนเพื่อเธอ ชายคนที่เธอบอกเล่าทุกเรื่องราวด้วยความเชื่อใจ บัดนี้กำลังมอบสัมผัสอันร้อนแรงและลึกซึ้งให้กับเพื่อนสาวคนสนิทในกลุ่มเดียวกัน
“พี่เซย์...” เสียงหวานใสบัดนี้สั่นพร่าเบาหวิวราวกับใบไม้ร่วง ผิงอันไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้ก้าวเข้าไปตบหน้าหรือโวยวายด้วยความงี่เง่า สมองของเธอช่างคิดและรับรู้ทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วเกินไป ความเสียใจอันลึกล้ำกระแทกจนหัวใจดวงน้อยแตกร้าว แต่สิ่งที่สะท้อนออกมากลับเป็นความเงียบสงบอันน่ากลัว แฟนหนุ่มของเธอ...กำลังมีเซ็กซ์กับคนอื่น
มือเล็กกำเข้าหากันแน่นจนเล็บแทงเข้าไปในเนื้อ ผิงอันค่อย ๆ ขยับเท้าถอยหลัง หมายจะพาตัวเองออกจากสถานที่อันโสโครกแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ทว่าในช่วงวินาทีที่เธอถอยหลังไปได้เพียงสองก้าว แผ่นหลังบางก็นาบชนเข้ากับแผงอกหนากำยำลึกล้ำของใครบางคนอย่างจัง
ปึก!
กลิ่นหอมเย็นของบุหรี่กลิ่นมิ้นต์ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวอันหรูหราดุจพญาอสรพิษลอยวนอยู่เหนือศีรษะของเธอ
ผิงอันสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เจ้าของความสูงแข่งกับเสาไฟฟ้ายืนซ้อนอยู่ด้านหลังของเธอตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจรู้ได้ ไวเปอร์อยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวทับด้วยเสื้อช็อปสาขาสีน้ำเงินที่ปลดกระดุมทิ้งไว้เช่นเคย มือข้างหนึ่งของเขายังคงซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงสแล็คสีดำ นัยน์ตาคมเรียวใต้ชั้นตาคล้ำฉายแววลึกล้ำดุจตาของอสรพิษร้าย หลุบลงมองยอดศีรษะและใบหน้าหวานที่บัดนี้ซีดเผือดของหญิงสาวร่างเล็ก
ใบหน้าคมดุของไวเปอร์เรียบนิ่ง ไร้ซึ่งความตกใจหรือประหลาดใจ ราวกับเขารับรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น นัยน์ตานิ่งเย็นคู่นั้นมองสลับระหว่างใบหน้าสั่นระริกของผิงอันกับภาพการนัวเนียอันเร่าร้อนของเพื่อนสนิทที่อยู่ลึกเข้าไปในห้อง
ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ ไวเปอร์ไม่ได้เอ่ยปากเตือนเพื่อน และไม่ได้เอ่ยปากปลอบประโลมหญิงสาวตรงหน้า เขาเพียงแค่ยืนนิ่งเป็นปราการเหล็กอยู่ด้านหลัง ปล่อยให้กลิ่นอายความหอมหวานจาง ๆ ของกายสาวและกลิ่นมิ้นต์ดุดันขมวดเกลียวเข้าหากันในอากาศ
ผิงอันรู้สึกหน้าชาวาบ เมื่อเห็นว่าคนในกลุ่มของเซโร่รับรู้และรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำนี้ฉายชัดขึ้นมาในสมอง เธอระบายลมหายใจที่สั่นเทาออกทางปากเบา ๆ นัยน์ตาคู่สวยเปลี่ยนเป็นความนิ่งเรียบสู้คน แม้หัวใจจะพังทลายลงจนยับย่อยแล้วก็ตาม หญิงสาวไม่ได้เอ่ยคำใดกับไวเปอร์ เธอเพียงแค่เบือนสายตากลับมา แล้วขยับก้าวถอยเลี่ยงร่างสูงใหญ่ของอสรพิษหนุ่มเบลอง เดินตรงไปยังประตูทางออกอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด
หลังจากการเลิกราที่ไร้ซึ่งคำอธิบาย เซโร่ไม่ได้เอ่ยปากขอโทษหรือแก้ตัวใด ๆ และผิงอันก็ไม่ได้เรียกร้องหรือเดินกลับไปถามหาเหตุผล ความสัมพันธ์สี่เดือนสิ้นสุดลงทันทีราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
สามสัปดาห์ผ่านไป...
เวลา 23.45 น. ณ คลับหรูย่านใจกลางเมือง
เสียงดนตรีบีทหนักแน่นดังกระหึ่มไปทั่วทั้งชั้น วีไอพี แสงไฟสีนีออนสลับสับเปลี่ยนไปตามจังหวะเพลง สร้างบรรยากาศความลุ่มหลงและความสับสนให้แก่ผู้คนที่มารวมตัวกัน
ที่โต๊ะโซฟาหนังสีดำมุมดีที่สุดของร้าน สมาชิกแก๊งเกียร์ซิ่งวิ่งมิดไมล์นั่งรวมตัวกันอยู่ครบครัน เซโร่นั่งอยู่ตรงกลางพร้อมกับแก้วเหล้าในมือ ข้างกายของเขาคือ ‘จูลี่’ ดาวอักษรศาสตร์ปีสองผู้สวมชุดเดรสสายเดี่ยวเว้าหลังสุดเซ็กซี่ที่กำลังคลอเคลียอยู่กับบ่าหนา ขณะที่เอิร์นนั่งอยู่อีกฝั่งด้วยสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อยเมื่อเห็นเซโร่ยังคงใช้ชีวิตเพลย์บอยเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยโดยไม่เคยยกสถานะแฟนให้เธอขึ้นมาแทนที่ผิงอัน
“แหม เฮียเซย์คืนนี้ดูดุดันจังเลยนะคะ จูลี่ชงเหล้าให้อีกแก้วไหมคะ” หญิงสาวเรือนร่างเอวเอสเอ่ยเสียงหวานซ่าน
เซโร่ไม่ได้ตอบ แต่ยกแก้วขึ้นดื่มด้วยใบหน้านิ่งเฉย นัยน์ตาคมดุดันฉายแววเหม่อลอยและหงุดหงิดอยู่ลึก ๆ นับตั้งแต่เลิกรากับผิงอันไป ภาพใบหน้าหวานตากลมโตและกลิ่นหอมสะอาดสไตล์ลูกคุณหนูของเธอยังคงรบกวนจิตใจเขาอยู่เสมอ แต่ความอวดดีและนิสัยไม่ชอบผูกมัดทำให้เขาเลือกที่จะปล่อยผ่านและใช้ผู้หญิงคนอื่นมาทดแทน แม้ในใจส่วนลึกของเขายังคงคิดหาทางกลับไปง้อขอคืนดีกับสาวน้อยก็ตาม
“มึงเบาหน่อยไอ้เซย์ เดี๋ยวก็เมาเหมือนหมาแบบวันนั้นอีก” ธารเปรยขึ้นเสียงเรียบ
“กูไม่ได้เมาเฮีย” เซโร่ตอบกลับเสียงทุ้มต่ำ
ในขณะนั้นเอง เสียงฮือฮาจากกลุ่มผู้ชายโต๊ะข้าง ๆ ก็ดังขึ้น เรียกร้องให้สายตาของคนทั้งโต๊ะหันไปมองยังทางเดินเข้าฝั่ง วีไอพี
