บท
ตั้งค่า

EPISODE7

พิษรักวิศวะสุดร้าย

ENGINEER’N TOXIN

EPISODE7

เกย์ควีนคนสวยประจำแก๊งเกียร์ซิ่งอย่างสกายหรี่ตาลงเมื่อเห็นร่างระหงของเมญ่าที่แต่งตัวจัดเต็มด้วยเสื้อครอปแบรนด์เนมและกางเกงเอวต่ำสุดแซ่บเดินเข้ามาในอาณาเขตของสนามเบลอง ความรู้สึกคันปากอยากปะทะฝีปากกับรุ่นน้องสาวต่างแก๊งกำเริบขึ้นมาทันที

“อ้าว ๆ ชะนีน้อยแต่งตัวอะไรมาเดินสนามแข่งยะ นึกว่าเดินอยู่บนรันเวย์รึไง เอวลอยขนาดนั้นไม่ใส่บราเลยล่ะเธอ สวยมากมั้ง!” สกายเบ้ปาก ส่งเสียงกวนประสาทเมญ่า สายตาจ้องเขม็งไปที่กลุ่มของผิงอันด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“มีปัญญาแต่งย่ะ สวยไม่สู้ก็นั่งตะไบเล็บเจลไปนะจ๊ะแม่วิศวะไฟฟ้า” เมญ่าหันมาสวนอย่างไม่ยอมแพ้เช่นเคย ทำให้เอาสกายถึงกับหน้าตึง คำว่า ‘แม่วิศวะไฟฟ้า’ แม่งโคตรกวนตีนกวนใจเลย

“แม่มึงดิเมญ่า ไอ้แพทมึงดูยัยเมญ่าดิ ดูแม่งเรียกกูดิ” สกายหัวร้อนที่โดนลามปามเล็บเจลแสนสวย จนต้องหยิบพัดลมมือถือสีชมพูแปร๋นขึ้นมาเปิดอัดแรงลมใส่หน้าตัวเอง

“พี่สกายมึงใจร่ม ๆ ก่อน” แพทปราม ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความงุนงงว่าสาว ๆ กลุ่มนั้นตกใจอะไรกันนักหนา แต่ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุดยอดที่ฝังอยู่ในสายเลือด แพทจึงทิ้งแฟ้มเอกสารตารางซ้อมลงบนโต๊ะทันที

“พวกน้องผิงมาทำอะไรกันวะนั่น แล้วโวยวายอะไรกัน เฮ้ย! นั่นมันน้องน้ำใสนี่หว่า ทำไมไปเข็นยางอยู่ตรงนั้นวะพี่!” แพทยืดคอชะเง้อมอง ความอยากใส่ใจจุดประกายจนส้นรองเท้าคอมแบทไม่อาจอยู่นิ่งได้

“ไปพี่! ไปดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น!”

“ขี้เสือกอีกแล้วนะมึง เออ ! ไปดูดิ๊” สกายบ่น แต่ก็ไม่ได้ขัดข้องความเสือก ทั้งสองคนลุกจากโต๊ะ เดินแกมวิ่งตรงไปยังโกดังหลังทันที

ทางด้านของน้ำใสที่กำลังออกแรงดันยางเส้นที่สองจนหน้าดำหน้าแดง ต้องชะงักมือลงเมื่อเห็นเพื่อนสนิททั้งสามคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา ไบต์พุ่งเข้าไปดึงแขนของน้ำใสให้ออกห่างจากยางรถยนต์เส้นนั้นราวกับมันคือวัตถุอันตราย ก่อนจะควักกระดาษทิชชูซับเหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้าของเธอด้วยความเวทนา

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะลูกสาว! ใครหน้าไหนมันสั่งให้แกมายกของหนักขนาดนี้ฮะ!” ไบต์แหวขึ้นมาด้วยความโมโห สายตากวาดมองสภาพที่มอมแมมและอิดโรยของน้ำใส “แกตัวแค่นี้ กระดูกกระเดี้ยวจะหักเอา นี่มันงานของพวกช่างเครื่องผู้ชายล่ำ ๆ ไม่ใช่เหรอ”

“ชะ...ใช่ พวกแกมาได้ยังไง” น้ำใสละล่ำละลักถาม หอบหายใจฮัก พยายามจะเบี่ยงตัวหลบการซับเหงื่อของไบต์ด้วยความเกรงใจและอับอายที่เพื่อนต้องมาเห็นสภาพอันน่าสมเพชของตัวเอง

“พวกฉันก็เป็นห่วงแกน่ะสิยะ” เมญ่ายกมือขึ้นเท้าเอว นัยน์ตาเฉี่ยวตวัดมองไปรอบ ๆ โกดังอย่างหาเรื่อง

“บอกฉันมาเดี๋ยวนี้น้ำใส เฮียธารเป็นคนสั่งให้แกมาทำบ้าอะไรแบบนี้ใช่ไหม ฉันจะบุกไปด่าเฮียแกเดี๋ยวนี้แหละ จ้างมาทำเอกสาร ไม่ได้จ้างมาเป็นกรรมกรแบกหามนะเว้ย!”

“มะ...ไม่ใช่เฮียธารนะเมญ่า เฮียไม่ได้สั่ง” น้ำใสรีบปฏิเสธ ส่ายหน้าไปมาอย่างคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ความหวาดกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้งเมื่อนึกถึงใบหน้าอำมหิตของคนที่สั่งงานนี้

ผิงอันได้ฟังก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเพื่อนสาว สองมือเล็กจับไหล่ที่สั่นเทาเอาไว้เบา ๆ นัยน์ตากลมโตที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของน้ำใส และทันทีที่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นรอยช้ำสีแดงปื้นที่โผล่พ้นปกเสื้อแจ็กเกตตัวเก่าออกมา หัวใจของผิงอันก็กระตุกวูบอย่างรุนแรง

“น้ำใส...คอเธอไปโดนอะไรมา” ผิงอันเอ่ยถามเสียงแผ่ว นิ้วเรียวเอื้อมไปแตะที่รอยช้ำนั้นเบา ๆ แต่น้ำใสกลับสะดุ้งสุดตัวและรีบถอยห่าง ยกมือขึ้นปิดบังลำคอของตัวเองด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนน่าสงสัย

“ปะ...เปล่า ไม่มีอะไรหรอกผิง เราแค่เดินชนของนิดหน่อย” คำโกหกแสนตะกุกตะกักและแววตาที่สั่นไหวของน้ำใส ไม่สามารถตบตาคนฉลาดและช่างสังเกตอย่างผิงอันได้เลย เธอไม่เชื่อสักนิด และกำลังคิดหาทางทำให้น้ำใสคายความลับออกมาอย่างแยบยล

ในจังหวะนั้นเอง สกายและแพทก็วิ่งมาถึงบริเวณหน้าโกดังพอดี แพทชะโงกหน้าเข้ามาดูสถานการณ์ ก่อนที่สายตาของวิศวะหนุ่มจะปะทะเข้ากับยางรถยนต์สเปกแข่งที่วางกลิ้งอยู่บนพื้น

“เดี๋ยวนะ!” แพทขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้าไปใกล้และก้มลงอ่านรหัสสเปกบนขอบยาง

“นี่มันยางสเปกแข่งของรถเฮียเซย์นี่หว่า วันนี้เฮียมันมีคิวซ้อมเดี่ยว แล้วทำไมยางรถเฮียถึงมาอยู่ตรงนี้ แถมให้น้องน้ำใสมาเข็นเองอีก ช่างเครื่องประจำพิทไปไหนหมดวะ!”

คำว่า ‘รถเฮียเซย์’ เปรียบเสมือนฟ้าผ่าที่ฟาดลงมากลางวงสนทนา ความเงียบอันน่าสะพรึงเข้าปกคลุมชั่วขณะ ผิงอันเบิกตากว้าง ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว สมองของเธอประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว รอยช้ำที่ลำคอของน้ำใส ท่าทีหวาดกลัวจนตัวสั่น และคำสั่งบ้าบิ่นที่ให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ มาเข็นยางรถยนต์หนักอึ้งสี่เส้น ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ ไม่ใช่ความผิดพลาดของการทำงาน แต่มันคือ ‘ความจงใจ’ ของผู้ชายที่ชื่อเซโร่

เขาจงใจกลั่นแกล้งและทรมานเด็กผู้หญิงคนนี้ เพียงเพราะน้ำใสคือคนที่กระตุกแผลในใจของเขา เซโร่บ้าไปแล้วเหรอ!

ความรู้สึกผิดและความโกรธเกรี้ยวตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยของผิงอัน เธอรู้ดีว่าสาเหตุที่เซโร่กลายเป็นคนบ้าคลั่งและเกรี้ยวกราดขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความพ่ายแพ้และความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเรื่องราวระหว่างเขากับเธอ และตอนนี้ ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวคนนั้น กำลังโยนความเจ็บปวดและความแค้นทั้งหมดไปลงที่คนบริสุทธิ์อย่างน้ำใส

“ไอ้พี่เซย์! ไอ้หมาบ้าเอ๊ย!” ไบต์สบถคำหยาบออกมาเสียงดังลั่น ความโกรธพุ่งทะลุปรอท “นี่มันไม่ใช่คนแล้วเว้ย! รังแกเด็กผู้หญิงตัวแค่นี้จิตใจมันทำด้วยอะไรวะ สันดานเพลย์บอยว่าแย่แล้ว สันดานคนแพ้แล้วพาลนี่แม่งโคตรทรามเลยว่ะ!”

“จริง! เลวมากพ่อ หน้าแบกสันดานจริง ๆ” เมญ่าผสมโรง ใบหน้าสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจ

“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย! ตัวเองทำตัวเสเพลจนเสียแฟนไปเอง แล้วยังมีหน้ามาลงอารมณ์กับคนอื่นอีก ฉันจะไปด่ามันให้หน้าหงายเลยคอยดู”

“หยุดนะพวกแก” น้ำใสเอ่ยปรามเสียงสั่น รีบคว้าแขนของไบต์และเมญ่าเอาไว้

“อย่าไปมีเรื่องกับเขาเลยนะ เราขอร้อง เราไม่อยากให้พวกแกต้องมาเดือดร้อนเพราะเรา อีกอย่าง...เขาเป็นนักแข่งวีไอพี ถ้าพวกแกไปด่าเขา เราอาจจะโดนเฮียธารไล่ออกก็ได้ เราต้องการเงินนะพวกแก”

“แก!” เมญ่าได้แต่กดความหัวร้อนนั้นไว้อย่างคนที่พูดอะไรไม่ได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel