
พิษรักวิศวะสุดร้าย | ENGINEER'N TOXIN (เซโร่ : สิงห์ร้ายแห่งเบลอง)
บทย่อ
[เซโร่xน้ำใส] "จำไว้...นรกของมึง มีแค่กูคนเดียวที่เป็นเจ้าของ!" #ธงแดง คำเตือน >> #ธงแดง #หน้าแบกสันดาน #เปิดให้ร่วมสาปส่ง #สิงห์ร้ายแห่งเบลอง Toxic Relationship / Emotional pressure "อย่ามาทำเป็นเก่ง...ทั้งที่พี่มันก็แค่คนขี้ขลาดที่รับความจริงไม่ได้!" คำด่าทอของเด็กผู้หญิงซอมซ่อคนหนึ่ง ฉีกทึ้งหน้ากากถือดีของ 'เซโร่' จนขาดสะบั้น โทษฐานที่เธอกล้ามองทะลุถึงความอ่อนแอของเขา เขาจึงกักขังเธอไว้ในนรกที่เขาสร้างขึ้น 'น้ำใส' ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดและแปรปรวนของผู้ชายร้ายกาจ แต่สิงห์เบลองผู้ไม่เคยปรานีใคร กลับเปลี่ยนวิธีการลงทัณฑ์จากการใช้คำพูดเชือดเฉือน มาเป็นการใช้ 'ร่างกาย' และ 'ความเร่าร้อน' แผดเผาเธอให้หลอมละลายคาอก "จำไว้...นรกของมึง มีแค่กูคนเดียวที่เป็นเจ้าของ!" เตรียมพบกับการปะทะอารมณ์ขั้นสุด เมื่อความบ้าคลั่งหลอมรวมกับตัณหาดิบเถื่อน นำไปสู่การผูกมัดที่ไม่อาจถอนตัว!
EPISODE1
พิษรักวิศวะสุดร้าย
ENGINEER’N TOXIN
EPISODE1
Social Notifications: [ข่าวเด็ดคนดังประจำมหา’ลัย]
Topic: [ปิดตำนานรักสามเส้า! เมื่อพญาอสรพิษกางปีกปกป้องนางฟ้าวิศวะคอมฯ แบบถาวร ส่วนสิงห์เบลองได้กลายเป็นหมาบ้าที่เตรียมขย้ำเหยื่อตัวใหม่ อุบ! อันนี้แอดมินแว่ว ๆ มา ใครมีข้อมูลบ้าง]
Hashtags: #อสรพิษคลั่งรัก #เกียร์ซิ่งวิ่งมิดไมล์ #สิงห์เบลองคลุ้มคลั่ง #เหยื่อใหม่เบลอง
4.5K Like 1.2K Comments 3.1K Shares
Notifications: New Comments...
User_Girl01: “จบสวยมากแม่! คู่พี่ ว. กับน้อง ผ. คือเหมาะสมกันที่สุด ผู้ชายสายดุที่ยอมเป็นแมวเชื่อง ๆ ให้แฟนคนเดียว กรี๊ด!”
Mechanic_Boy: “พี่ ว. แม่งโคตรได้ใจ แย่งคืนมาแบบใสสะอาดและเด็ดขาดสุด ๆ สมศักดิ์ศรีนักแข่งเบลอง”
Night_Rider: “แต่พวกแก มีใครสังเกตพี่ ซ. บ้างไหม ช่วงนี้แกดูดาร์กขึ้นแบบน่ากลัวมาก แถมมีข่าวลือว่าแกตามจิกกัดเด็กพาร์ตไทม์ที่สนามแบบกะเอาให้ตายไปข้างเลยนะ”
Fon.Eng: “เห็นว่าเด็กพาร์ตไทม์คนนั้นสู้คนด้วยนะจ๊ะ สิงห์ที่กำลังบาดเจ็บเจอกับกระต่ายป่าที่กัดไม่ปล่อย งานนี้สนามเบลองเตรียมลุกเป็นไฟอีกรอบแน่นอน!”
สายลมเย็นเยียบของยามราตรีพัดผ่านระเบียงกว้างของ The Wing Condominium ชั้น 40 นำพาเอาความสดชื่นเข้ามาปะทะกับร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงราวระเบียงกระจกอยู่เงียบ ๆ
ไวเปอร์ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงเบื้องล่าง นัยน์ตาคมดุที่เคยว่างเปล่าและเย็นชา บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยความสงบและพึงพอใจ แก้ววิสกี้ในมือถูกแกว่งไปมาเชื่องช้า ทว่าเขาไม่ได้ยกมันขึ้นดื่ม ชายหนุ่มเพียงแค่อยากซึมซับบรรยากาศแห่งชัยชนะ การคว้าชัยที่ไม่ได้เกิดจากการเหยียบคันเร่งบนแทร็กแข่ง แต่เป็นชัยชนะในการครอบครองหัวใจที่ล้ำค่าที่สุดอย่างผิงอัน
ขณะนั้นฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอบอุ่นจากท่อนแขนเรียวเล็กที่สอดเข้ามากอดรัดรอบเอวสอบของเขา แผ่นหลังกว้างสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนของเรือนร่างบอบบางที่แนบชิดเข้ามา ผิงอันในชุดนอนสายเดี่ยวตัวพลิ้วซุกใบหน้าลงซบกล้ามเนื้อหลังใต้เสื้อ สูดดมกลิ่นหอมเย็น ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา
“ออกมายืนทำอะไรตรงนี้คะ ดึกแล้วนะ อากาศเย็นด้วย” เสียงหวานใสเอ่ยอย่างออดอ้อน ไวเปอร์วางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะกระจกตัวเล็ก ก่อนจะหมุนตัวกลับมารวบรั้งร่างของคนรักเข้าสู่อ้อมกอด
“พี่แค่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ” เขากระซิบตอบ มือลูบไล้ไปตามเรือนผมยาวสลวย “คิดว่า...พี่โชคดีแค่ไหนที่วันนั้นพี่ไม่เลือกที่จะหันหลังให้หนู และโชคดีแค่ไหน ที่หนูยอมเปิดใจรับผู้ชายเอาแต่ใจแบบพี่เข้ามา”
ผิงอันเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา รอยยิ้มหวานสดใสที่ประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้ม คือสิ่งที่เยียวยาทุกบาดแผลในจิตใจของพญาอสรพิษได้อย่างชะงัด หญิงสาวยกมือขึ้นลูบสันกรามแกร่งของชายหนุ่มอย่างทะนุถนอมและรักใคร่
“หนูต่างหากที่โชคดี” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โชคดีที่พี่ไวป์ดึงหนูขึ้นมาจากความเสียใจที่ถูกทรยศ โชคดีที่พี่สอนให้หนูรู้ว่าความรักที่แท้จริง คือการให้เกียรติและซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่ใช่การทำร้ายแล้วใช้คำว่าเมามาเป็นข้ออ้าง”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีต ไวเปอร์ก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะกลับไปเศร้าใจหรือหายไปจากสายตา นัยน์ตาคมฉายแววหวงแหนออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“อดีตมันจบไปแล้ว ไอ้เซย์มันกลายเป็นแค่อากาศธาตุในชีวิตหนู จำไว้ว่าตอนนี้หนูมีแค่พี่ เป็นของพี่ และจะต้องอยู่กับพี่ตลอดไป”
ความเผด็จการที่หลอมรวมกับความคลั่งรักเงียบ ๆ ทำให้ผิงอันหัวเราะออกมาเบา ๆ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าขี้หวงและยึดติดกับเธอมากแค่ไหน แต่เธอก็เต็มใจที่จะถูกกักขังไว้ในอ้อมแขนเขา
“รู้แล้วค่ะ อีตางูขี้หวง” ผิงอันเขย่งปลายเท้าขึ้น ประทับริมฝีปากบางลงบนกลีบปากหยักลึกของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นการยืนยันคำสัญญา “หนูเป็นของพี่...และจะเป็นของพี่ไวป์คนเดียวค่ะ”
ไวเปอร์ไม่ปล่อยให้สัมผัสนั้นผละออกไปง่าย ๆ เขาเชยคางมนขึ้น บดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างลึกซึ้งและดูดดื่ม รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยการครอบครองและการหลอมรวมจิตวิญญาณสองดวงให้เป็นหนึ่งเดียว ไม่มีใครสามารถแทรกกลางระหว่างพวกเขาได้อีกต่อไป
เวลา 01.30 น. ณ สนามแข่ง Belong
ในขณะที่แสงสว่างกำลังสาดส่องเส้นทางรักของอสรพิษหนุ่ม ภายใต้เงามืดของอัฒจันทร์ที่เงียบสงัดสงครามครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความแค้น ความพ่ายแพ้ และการทำลายล้าง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
เสียงเครื่องยนต์และผู้คนที่เคยพลุกพล่านเงียบหายไปหมดแล้ว สนามเบลองปิดทำการ ทว่าแสงไฟจากออฟฟิศควบคุมตารางยังคงสว่างไสว เด็กสาวพาร์ตไทม์อย่างน้ำใสที่ต้องอยู่โยงเคลียร์เอกสารสต็อกอะไหล่ที่ค้างคาจากเมื่อตอนกลางวัน กำลังหอบแฟ้มเอกสารปึกใหญ่เดินออกมาเพื่อเตรียมตัวกลับไปพักผ่อน
ความเหนื่อยล้าสะสมทำให้ดวงตากลมใสปรือปรอย เธอเพิ่งจะจัดการตัวเลขที่ยุ่งเหยิงเสร็จ และหวังเพียงจะได้กลับไปล้มตัวลงนอนบนเตียงแคบ ๆ ในหอพักรูหนูของตนเอง
ทว่าทันทีที่สองเท้าเล็กก้าวพ้นประตูออฟฟิศออกมายังลานจอดรถที่มืดสลัว ร่างบอบบางก็ต้องชะงักกึก สัญชาตญาณความหวาดกลัวร้องเตือนอย่างรุนแรงเมื่อปะทะเข้ากับรังสีคุกคามอันคุ้นเคย
เซโร่ยืนพิงฝากระโปรงรถเฟอร์รารี่สีดำอยู่ในเงามืด ชายหนุ่มสวมแจ็กเกตหนังสีดำทับเสื้อยืด นัยน์ตาคมดุดันที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ทอดมองมาที่เธอราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังรอขย้ำเหยื่อ กลิ่นแอลกอฮอล์และควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งออกมาจากตัวเขา บ่งบอกว่าสิงห์ร้ายเพิ่งจะผ่านการดื่มอย่างหนักมา
น้ำใสกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอพยายามทำใจดีสู้เสือ ก้มหน้าก้มตาและเร่งฝีเท้าเพื่อเดินเลี่ยงไปอีกทาง ตามคำแนะนำของผิงอันที่บอกให้ทำตัวเหมือนเขาเป็นเพียงลมพัดผ่าน
แต่สำหรับเซโร่ การถูกเมินเฉยจากเด็กพาร์ตไทม์ที่เขาเกลียดขี้หน้า มันคือการหยามเกียรติที่เขาไม่อาจทนได้
หมับ!
“โอ๊ย!”
ฝ่ามือใหญ่ที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก เอื้อมมากระชากท่อนแขนเล็กของน้ำใสอย่างแรงจนแฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น ร่างของเด็กสาวปลิวถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของชายหนุ่มอย่างไม่อาจขัดขืน
