EPISODE6
พิษรักวิศวะสุดร้าย
ENGINEER’N TOXIN
EPISODE6
คำด่าที่พุ่งเข้าแสกหน้าทำเอาเซโร่ชะงัก ร่างกายสูงโปร่งแข็งเกร็ง สันกรามบดเข้าหากันจนปูดโปน ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดชนวนขึ้นมาทำลายความนิ่งเฉยของเขาทันที สิงห์ร้ายพุ่งตัวเข้าไปประชิดร่างเล็กอย่างรวดเร็ว
พลั่ก!
เขาผลักร่างของน้ำใสไปกระแทกกับชั้นเหล็กวางอะไหล่อย่างแรงจนฝุ่นผงร่วงกราว เด็กสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดที่แล่นแปลบไปทั่วแผ่นหลัง ทว่ายังไม่ทันจะได้เปล่งเสียงร้อง มือหนาที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กก็พุ่งเข้ามาบีบปลายคางของเธอ บังคับให้ใบหน้าหวานเชิดขึ้นสบตากับดวงตาที่มืดมิดและอำมหิตของเขา
“มึงกล้าด่ากูอีกแล้วนะน้ำใส” เซโร่กดเสียงต่ำจนแทบจะเป็นเสียงคำราม ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวแก้มเนียน
“มึงคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาลองดีกับกู มึงคิดว่าการที่มึงทำตัวสู้ชีวิต มันจะทำให้กูสงสารมึงงั้นเหรอ”
“หนูไม่ได้ต้องการให้พี่มาสงสาร!” น้ำใสพยายามดิ้นรน สองมือเล็กยกขึ้นจับข้อมือแกร่งของเขา พยายามง้างออกสุดแรงเกิด แต่ก็ไม่เป็นผล “หนูแค่เกลียดพี่! เกลียดที่พี่เอาความพ่ายแพ้ของตัวเองมาลงกับหนู พี่มันก็แค่คนอ่อนแอที่พยายามทำตัวเข้มแข็งด้วยการเหยียบย่ำคนอื่น”
คำว่า ‘อ่อนแอ’ และ ‘พ่ายแพ้’ ราวกับลิ่มเหล็กที่ตอกลึกลงไปในแผลสด เซโร่เบิกตากว้าง นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นความคลุ้มคลั่ง เขากระแทกร่างของเธอเข้ากับชั้นเหล็กอีกครั้งจนเด็กสาวสะอื้นฮัก
“เออ! กูมันพ่ายแพ้ กูมันอ่อนแอ” เขาตวาดลั่น เสียงดุดันก้องไปทั่วโกดังแคบ ๆ “แต่ถึงกูจะพังพินาศแค่ไหน กูก็ยังมีอำนาจพอที่จะขยี้มึงให้แหลกคามือกูได้ มึงจำไว้เลยนะน้ำใส กูจะทำให้ชีวิตมึงที่นี่เหมือนตกนรกทั้งเป็น กูจะรังแกมึงจนกว่ามึงจะคลานมากราบตีนกูเพื่อขอร้องให้กูหยุด มึงเข้าใจไหม!”
ถ้อยคำสุดร้ายกาจของเขา ทำเอาน้ำตาร่วงหล่นลงมาอาบแก้มของเด็กสาว ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ ทว่าท่ามกลางความตื่นตระหนกนั้น แววตาของเธอกลับไม่ได้ยอมจำนน
“หนูไม่มีวันยอมแพ้ผู้ชายอย่างพี่ ไม่มีวัน!”
ความท้าทายในดวงตาของเธอ เป็นเสมือนน้ำมันก๊าดที่ราดรดลงบนกองเพลิงแห่งความเกลียดชัง ในเสี้ยววินาทีที่สายตาของเซโร่เลื่อนต่ำลงไปปะทะกับรอยช้ำสีแดงปื้นที่ลำคอขาวเนียน ร่องรอยความป่าเถื่อนที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเมื่อคืน ความรู้สึกประหลาดบางอย่างกลับแล่นปราดเข้ามาในอก
มันไม่ใช่ความรู้สึกผิด แต่มันคือความพึงพอใจอันดำมืด ความรู้สึกถึงการเป็นผู้ครอบครองและผู้ทำลาย เขาชอบที่ได้เห็นร่องรอยของเขาประทับอยู่บนผิวเนื้อของเธอ ชอบที่ได้เห็นแววตาดื้อรั้นนั่นกำลังสั่นไหวเพราะความกลัวที่มีต่อเขา
สิงห์ร้ายที่กำลังจมดิ่งลงสู่ด้านมืด โน้มใบหน้าลงไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะเฉียดกับลำคอที่มีรอยช้ำ ลมหายใจร้อนระอุรินรดผิวเนื้ออ่อนจนน้ำใสต้องเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยงปนหวาดเสียว
“เก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งล่ะ...กระต่ายป่า”
เซโร่กระซิบเสียงพร่าชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ตวาดก้องอีกต่อไป ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยการคุกคามที่เร่าร้อนและบีบคั้นประสาทอย่างร้ายกาจ “เพราะถ้ามึงหมดแรงเมื่อไหร่ กูจะฉีกทึ้งความอวดดีของมึง แล้วเคี้ยวกลืนลงท้องให้ไม่เหลือซากเลยคอยดู”
เขาปล่อยมือจากปลายคางของเธออย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจนักหนา ก่อนจะถอยหลังห่างออกไปหนึ่งก้าว ปล่อยให้น้ำใสทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจพิงชั้นเหล็กอย่างหมดสภาพ
“ยกยางทั้งหมดไปให้กูที่พิท ภายในสิบนาที”
ชายหนุ่มทิ้งท้ายคำสั่งอันโหดร้ายไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินล้วงกระเป๋าออกจากโกดังไปอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้เด็กสาวต้องเผชิญกับนรกที่เขาสร้างขึ้นเพียงลำพัง
น้ำใสยกมือขึ้นกอดตัวเอง น้ำตาแห่งความคับแค้นใจไหลรินอย่างเงียบเชียบ เธอรู้แล้วว่าสงครามครั้งนี้มันไม่ใช่งานง่าย ผู้ชายคนนั้นไม่ได้แค่ต้องการแกล้งให้เธอลาออก แต่เขาต้องการบดขยี้ตัวตนและศักดิ์ศรีของเธอเพื่อเยียวยาบาดแผลในใจของเขาเอง
ท่ามกลางกลิ่นฝุ่นและยางในโกดังทึบ นิสิตทุนตัวน้อยกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด เธอหยัดกายลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยขาทั้งสองข้างที่สั่นเทา สองมือเล็กเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวก ๆ เธอจะสู้ เธอจะสู้กับสิงห์บ้าตัวนี้จนถึงที่สุด และเธอจะทำให้เขาเห็นว่านรกที่เขาสร้างขึ้นมา ไม่มีวันเผาผลาญความตั้งใจของเธอได้
ร่างบอบบางของน้ำใสในชุดนิสิตที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อแจ็กเกตตัวเก่ากำลังใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี ดันยางรถยนต์สเปกแข่งขนาดใหญ่ให้กลิ้งไปข้างหน้าทีละคืบ หยาดเหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าจิ้มลิ้มและลำคอระหง ไหลซึมชื้นไปทั่วแผ่นหลังจนเสื้อนิสิตสีขาวแนบลู่ไปกับผิวเนื้อ แขนเล็ก ๆ ทั้งสองข้างสั่นระริกจากการออกแรงอย่างหนักหน่วง ฝ่ามือที่เคยนุ่มนวลบัดนี้แดงเถือกและเริ่มแสบร้อนจากการเสียดสีกับพื้นผิวยางที่หยาบกระด้าง ทว่าสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดกลับไม่ใช่บาดแผลทางกาย แต่มันคือความรู้สึกถูกกดขี่และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างร้ายกาจจากผู้ชายใจทรามที่ชื่อเซโร่
“ไอ้คนใจร้าย โรคจิต” น้ำใสพึมพำกับตัวเองอย่างอดสู
น้ำใสสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ โกยอากาศที่ร้อนอบอ้าวเข้าปอด พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย รอยช้ำสีแดงปื้นบริเวณลำคอที่เขาฝากฝังไว้เมื่อคืนยังคงปวดหนึบทุกครั้งที่เธอขยับตัว ทว่าแววตากลมใสภายใต้กรอบแว่นสีเงินกลับไม่มีร่องรอยของการยอมแพ้ เธอพาร่างที่สั่นเทาดันยางเส้นแรกออกไปวางไว้ที่หน้าประตูโกดังได้สำเร็จ ก่อนจะหันกลับเข้าไปดึงยางเส้นที่สองออกมาด้วยความทุลักทุเล
ในขณะเดียวกัน ที่บริเวณด้านหน้าของโกดังซึ่งเชื่อมต่อกับทางเดินหลักของพิทเลน ร่างของเพื่อนสาวแก๊งดาวเด่นเพิ่งก้าวเข้ามาในสนามแข่งเบลอง ไบต์กำลังกวาดสายตามองหาเพื่อนสาวที่น่าจะกำลังทำงานอยู่ภายในออฟฟิศของสนาม
“ทำไมออฟฟิศมันเงียบ ๆ วะแก ลูกสาวฉันไปทำงานอยู่ไหนเนี่ย ชะนีน้อยของแม่” ไบต์ชะเง้อหาด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่เมื่อคืนได้รับข้อความจากเฮียธารว่ามีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นกับน้ำใส รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงชวนเพื่อนสนิททั้งสองแวะมาดูลาดเลาให้แน่ใจว่าเพื่อนใหม่ของพวกเขาปลอดภัยดี ทว่าภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้ฝีเท้าของทั้งสามคนต้องชะงักกึก
ท่ามกลางแสงแดดยามเย็นที่สาดส่องลงมา ร่างเล็ก ๆ ของน้ำใสกำลังออกแรงเข็นยางรถยนต์เส้นมหึมาด้วยท่าทีที่แสนจะยากลำบาก หยาดเหงื่อและเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่น ทำให้น้ำใสดูน่าสงสารจับใจ ความตกใจและความรู้สึกไม่ยุติธรรมพุ่งทะยานขึ้นมาในอกของผิงอัน แก้วกาแฟเย็นในมือเล็กหลุดร่วงลงสู่พื้นคอนกรีตโดยไม่รู้ตัว
แผละ!
เสียงน้ำแข็งและของเหลวสีเข้มแตกกระจายกระจายเต็มพื้น ทว่าผิงอันไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตที่เคยมองโลกด้วยความอ่อนโยนบัดนี้เบิกกว้างและฉายแววโกรธเคือง
“นั่นมันอะไรกัน ทำไมเฮียธารให้น้ำใสทำงานหนักขนาดนี้ล่ะ”
ผิงอันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน เธอไม่ยอมรับสิ่งที่เห็นตรงหน้า นี่มันไม่ใช่การจ้างงานพาร์ตไทม์แล้ว แต่มันคือการใช้แรงงานอย่างทารุณเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
ไบต์ที่เดินเคียงข้างร่างเล็กมาติด ๆ มองตามสายตาของเพื่อนสนิท ก่อนจะยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกตะลึง ดวงตาคู่สวยที่กรีดอายไลเนอร์มาอย่างเฉี่ยวคมเบิกกว้างจนแทบจะถลน
“ว้ายลูกสาว! อกอีไบต์จะแตก น้ำใสลูกแม๊!” หนุ่มนิเทศหน้าสวยกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ รีบจ้ำอ้าวพุ่งตรงเข้าไปหาร่างบอบบางของเพื่อนใหม่ทันที โดยมีเมญ่าและผิงอันวิ่งตามไปติด ๆ
เสียงโวยวายของกลุ่มผิงอันที่ดังข้ามลานกว้างไปถึงบริเวณพิทเลนวีไอพี ทำให้สกายและแพทที่กำลังนั่งเช็กตารางเวลาซ้อมของเซโร่อยู่ที่โต๊ะหน้าออฟฟิศต้องหันไปมองตาม
