EPISODE4
พิษรักวิศวะสุดร้าย
ENGINEER’N TOXIN
EPISODE4
น้ำใสสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวทั้งหมดที่มี สะพายกระเป๋าเป้ใบเก่าขึ้นบ่า แล้วเดินออกจากห้องพักมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจกลับไปทำงานที่สนามเบลองในเย็นวันนี้ มันเปรียบเสมือนการเดินหน้าเข้าสู่สมรภูมิรบที่เธอไม่มีทางสู้ ทว่าเงินเดือนและค่าล่วงเวลาที่เฮียธารเสนอให้ มันคือสิ่งที่ใช้ต่อลมหายใจของชีวิตนิสิตทุนอย่างเธอ เธอไม่สามารถถอยหลังได้ และจะไม่ยอมให้ผู้ชายใจทรามคนนั้นมาบีบบังคับให้เธอต้องละทิ้งอนาคตของตัวเองเด็ดขาด
อีกด้านหนึ่ง...
ณ SW Condominium ชั้น 40 ห้องเพนต์เฮ้าส์ 4001-4003
ร่างสูงโปร่งเจ้าของหุ่นนายแบบเผยกล้ามเนื้ออกและหน้าท้องลอนสวย โดดเด่นที่จิวประดับยอดอกสีอ่อนสองข้าง โซเร็นสวมเพียงกางเกงนอนขายาวเอวโหลดต่ำเผยให้เห็นร่องวีไลน์ลึกที่หลุบหายไปใต้ขอบอันเดอร์แวร์แบรนด์ดัง มือแกร่งถือถ้วยกาแฟอุ่นทอดสายตาคู่คมสีน้ำตาลไหม้มองลงไปยังถนนเบื้องล่าง ข่าวคราวของพวกแก๊งเกียร์ซิ่งวิ่งมิดไมล์ที่อกหักช้ำรักจนสนามแตกยังคงมีเข้าหูประปราย
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกใกล้ ๆ ทำให้โซเร็นเดินไปเปิดดู
Chat room [Fahkhram.OR]
[Fahkhram.OR: “มึงอยู่ไหน กูบอกให้มึงย้ายมาอยู่ห้องกูไม่ใช่”]
คำถามของรุ่นพี่หนุ่มทำให้เจ้าของเส้นผมสีเทาเงินหรี่ตาลงเล็กน้อย ลืมไปเลยว่าเมื่อวานที่เข้าไปช่วยงานที่ห้องสโมสรเขาบอกพี่รหัสอย่าง ‘ฟ้าคราม’ ว่าพักที่หอนักศึกชาย และรุ่นพี่หนุ่มได้ยื่นข้อเสนอให้เขาไปพักที่คอนโด THE MOON ในฐานะน้องรหัสและรูมเมท จะได้ไม่ต้องไปทนเข้าออกหอตามเวลาที่ทางมหา’ลัยกำหนด
[SO.REN: “อยู่หอครับ ผมว่าจะขนของวันนี้เพราะผมมีคาบว่างตอนบ่าย อีกอย่างผมยังไม่ได้บอกรันเลย”]
[Fahkhram.OR: “บ่าย? งั้นมึงมาเอาคีย์การ์ดกับกู”]
[SO.REN: “ได้ครับ ว่าแต่ผมไม่รบกวนพี่เหรอ”]
เขาหยั่งเชิงไปอย่างนั้น
[Fahkhram.OR: “มีมึงช่วยหารค่าห้อง แล้วคนที่พูดน้อย ๆ แบบมึงมันจะไปน่ารำคาญอะไร มาเอาการ์ด”]
[SO.REN: “ได้ครับ พี่กินข้าวยังครับ ผมจะซื้อไป ถ้าพี่ยังไม่กิน”]
[Fahkhram.OR: “ซื้อมา”]
ณ ร้านชงช็อป
บรรยากาศยามบ่ายที่คาเฟ่กึ่งร้านนั่งชิลศูนย์กลางของเด็กวิศวะ คลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาที่มานั่งหลบไอร้อนและจับกลุ่มทำงาน เสียงพูดคุยจอแจดังคลอไปกับเสียงเพลงสากลจังหวะเบาสบาย ที่โต๊ะมุมสุดด้านในซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัว กลับถูกแผ่คลุมด้วยรังสีความน่าเกรงขามบางอย่างที่ทำให้นักศึกษาคนอื่น ๆ ไม่กล้าเดินเฉียดเข้าไปใกล้
ร่างหนากำยำของชายหนุ่มสามคนในชุดเสื้อช็อปต่างสีนั่งประจำที่อยู่ตรงนั้น ‘ฟ้าคราม’ เฮดว้ากสาขาวิศวะคอมพิวเตอร์ภาคปกติเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายโดเด่นที่นัยน์ตารัตติกาลล้ำลึก นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสุขุม จนรอบกายแฝงไปด้วยกลิ่นอายอำนาจของผู้คุมจาง ๆ เสื้อยืดแบรนด์เนมสีดำถูกคลุมทับด้วยเสื้อช็อปสีเทาไม่ติดกระดุม สายตาคมดุกำลังทอดมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ รอคอยการปรากฏตัวของใครบางคนอย่างใจจดใจจ่อ แม้ใบหน้าจะราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ก็ตาม
ฝั่งตรงข้ามคือ ‘เฟิ่ง’ ลูกพี่ลูกน้องและเพื่อนสนิทจากสาขาเครื่องกล ชายหนุ่มเจ้าของผมทรงมัลเล็ตยาวประบ่าและนัยน์ตาสีครามอมเขียวกำลังนั่งไขว่ห้าง เคาะนิ้วกับโต๊ะตามจังหวะเพลงด้วยท่าทีของเพลย์บอยผู้รักสนุก ส่วนข้างกันนั้นคือ ‘ตงอี้’ หนุ่มวิศวะโยธาผมยาวสลวยมัดแมนบันครึ่งศีรษะ นัยน์ตาหงส์เรียวเชิดดุจผู้สืบสายเลือดมังกรกำลังก้มหน้าก้มตาดูแบบแปลนในแท็บเล็ตเงียบ ๆ สมกับความเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงเทียมยอดตึก
“กูละเชื่อมึงเลยคราม” เฟิ่งเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาลอย ๆ ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มล้อเลียน
“ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมึงยอมให้ใครเฉียดเข้าไปใกล้พื้นที่ส่วนตัว นี่ถึงขั้นชวนน้องรหัสย้ายเข้าไปอยู่คอนโดด้วย มึงเป็นเฮดว้ากหรือเป็นพ่อทูนหัวของน้องมันกันแน่วะ”
ฟ้าครามปรายตาอันเย็นชามามองเพื่อนสนิท “กูแค่รำคาญที่มันต้องมานั่งกังวลเรื่องเวลาเปิดปิดหอพัก มหา’ลัยเรางานเยอะ มึงก็รู้ ให้น้องมันมาอยู่กับกู มันจะได้มีเวลาช่วยกูทำงานสโมสรฯ ได้เต็มที่”
“อ้อเหรอ” เฟิ่งลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท
“กูนึกว่ามึงเอ็นดูคุณชายตึกกระจกนั่นจนทนเห็นมันไปตกระกำลำบากอยู่หอรวมไม่ได้ซะอีก”
“หุบปากไปไอ้เฟิ่ง ถ้ามึงว่างมากก็ไปหาไอ้คิริน มันกำลังบ่นหาคนช่วยยกของอยู่” ฟ้าครามตัดบทเสียงเข้ม ทว่าก่อนที่เฟิ่งจะได้อ้าปากเถียงต่อ สายตาของเฮดว้ากหนุ่มก็ตวัดมองไปยังประตูหน้าร้าน เมื่อร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยกำลังก้าวเข้ามา
โซเร็นปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มหวานละมุนปานเทพบุตรที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีขาวพอดีตัว ทับด้วยเสื้อช็อปสีดำสนิทของเด็กภาคอินเตอร์เข็มกลัด TOP-TIER สีทองที่หน้าอกบ่งบอกชนชั้นของระดับสมองยิ่งทำให้เป็นที่จับตามอง ท่วงท่าการเดินดูสง่างาม เส้นผมสีเทาเงินที่มัดเป็นทรงแมนบัน ดึงดูดสายตาของสาว ๆ ทั้งร้านให้หันไปมองเป็นตาเดียว แต่เจ้าตัวกลับไม่ใส่ใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้จดจ้องตรงมาที่โต๊ะของกลุ่มรุ่นพี่ปีสามเท่านั้น
กลิ่นหอมละมุนของวานิลลาเจือความสดชื่นลอยแตะจมูกเมื่อร่างนั้นก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะ โซเร็นวางถุงกระดาษจากร้านอาหารชื่อดังลงบนโต๊ะตรงหน้าฟ้าครามอย่างนุ่มนวล
“สวัสดีครับพี่คราม พี่เฟิ่ง พี่ตงอี้” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยทักทายอย่างมีมารยาท “ผมซื้อข้าวมาให้พี่ครามตามที่สั่งแล้วครับ หวังว่าพี่ยังไม่หิวจนหงุดหงิดไปก่อนนะ”
ฟ้าครามมองใบหน้าหล่อร้ายที่ถูกฉาบเคลือบด้วยความใสซื่อของน้องรหัสต่างภาค ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบคีย์การ์ดสีดำขอบทองที่มีสัญลักษณ์ของ THE MOON Condominium วางเลื่อนไปตรงหน้าโซเร็น
“เอาไป คีย์การ์ดห้องกู” ฟ้าครามเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความเผด็จการตามประสาผู้คุมกฎเกณฑ์ของคณะ
“บ่ายนี้ถ้ามึงว่างก็ไปเก็บของที่หอให้เรียบร้อย กูจะให้ไอ้คิรินเอารถกระบะไปช่วยขน”
