บทที่ 4 ติดบ่วง
ขวัญพิชชาขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน รู้สึกขยะแขยงกับท่าทีหมาหยอกไก่ของผู้ชายคนนี้ เขาเพิ่งจะทำร้ายจิตใจและพูดจาดูถูกเธอเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนี้กลับมายืนโปรยเสน่ห์ใส่เพื่อนสนิทของเธอหน้าตาเฉย
"กันตา... ฉันอยากกลับแล้ว ถ้าเธออยากคุยต่อ ฉันขอตัวกลับก่อนนะ" ขวัญพิชชาพูดเสียงเรียบ พยายามดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของเพื่อน เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากหายใจร่วมอากาศกับผู้ชายสารเลวคนนี้
"โธ่ ขวัญ รอเดี๋ยวดิ" กันตาดึงแขนเพื่อนไว้แน่น ก่อนจะหันไปทำเสียงออดอ้อนใส่ชายหนุ่ม "แดนดินว่างหรือเปล่า ไปหาอะไรกินกันไหม เย็นนี้เรากับขวัญว่าจะไปกินชาบูหน้ามหา'ลัยพอดี"
ขวัญพิชชาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองเพื่อนสนิท "กันตา! ฉันบอกตอนไหนว่าจะไปกินชาบู วันนี้วันศุกร์ ฉันต้องกลับไปช่วยแม่ทำงานนะ!"
"เอาน่าขวัญ นานๆ ทีเราจะสอบเสร็จนะ ถือว่าฉลองล่วงหน้าไง นะๆๆ" กันตาอ้อนวอนเพื่อน โดยไม่รู้เลยว่ากำลังหยิบยื่นความอึดอัดขั้นสุดให้กับขวัญพิชชา
แดนดินหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตใส่เขาอย่างนึกสนุก ยิ่งเห็นขวัญพิชชาโกรธ เขาก็ยิ่งสะใจ ผู้หญิงที่ทำตัวหยิ่งผยอง ปฏิเสธเขาอย่างไม่ไยดี ทำเหมือนเขาเป็นตัวเชื้อโรค เขาจะทำให้เธอรู้ว่าการกล้าลองดีกับเขา ผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง
"เอาสิ น่าสนใจดีเหมือนกัน" แดนดินตอบตกลงอย่างง่ายดาย ทำเอากันตายิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ "แต่เพื่อนเธอ... ดูท่าทางจะไม่ค่อยต้อนรับฉันเท่าไหร่นะ"
"ขวัญก็เป็นคนแบบนี้แหละ หน้าดุแต่ใจดี แดนดินอย่าถือสาเลยนะ" กันตารีบแก้ตัวแทนเพื่อน
"งั้นเหรอ..." แดนดินลากเสียงยาว จงใจขยับเข้าไปใกล้กันตาอีกนิด จนแขนแทบจะเสียดสีกัน "ถ้ากันตาชวน ฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะ... ว่าแต่ กินชาบูเสร็จแล้ว ไปต่อที่อื่นกับฉันไหมล่ะ?"
คำพูดกำกวมและสายตาเจ้าชู้ที่แดนดินส่งให้กันตา ทำให้เส้นความอดทนของขวัญพิชชาขาดผึง!
"ฉันไม่ไป!" ขวัญพิชชาสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของกันตาอย่างแรงจนเพื่อนสะดุ้ง "ถ้าเธออยากไปกินกับเขาก็ไปกันสองคนเถอะ ฉันขอตัว!"
พูดจบ ร่างบางก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหนีออกไปจากตรงนั้นทันที ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ทิ้งให้กันตายืนอ้าปากค้างด้วยความงุนงง ส่วนแดนดินก็ยืนล้วงกระเป๋ามองตามแผ่นหลังบางนั้นไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก แววตาแห่งความสนุกสนานแปรเปลี่ยนเป็นความวาวโรจน์ของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"อ้าว ขวัญ! เดี๋ยวสิขวัญ!" กันตาพยายามจะเรียกเพื่อน แต่ขวัญพิชชาเดินแกมวิ่งหายลับไปทางหน้าคณะเสียแล้ว หญิงสาวหันหน้ามาหาชายหนุ่มด้วยความรู้สึกผิด "ขอโทษนะแดนดิน สงสัยขวัญจะรีบกลับไปช่วยแม่จริงๆ งั้น... เราไปกันสองคนก็ได้นะ"
"โทษที พอดีฉันนึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วน เอาไว้วันหลังแล้วกันนะ... กันตา" แดนดินปัดข้อเสนออย่างไม่ไยดี น้ำเสียงที่เคยนุ่มนวลเปลี่ยนเป็นเรียบตึงและเย็นชาจนคนฟังหน้าเสีย ก่อนที่ร่างสูงจะหันหลังเดินกลับไปทางลานจอดรถอย่างไม่แคร์สายตาใคร ทิ้งให้กันตายืนหน้าเจื่อนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
เป้าหมายของเขาไม่ได้อยู่ที่เพื่อนของเธอ... แต่เป็นตัวยัยแม่มดหน้านิ่งคนนั้นต่างหาก!
ช่วงค่ำของวันศุกร์ บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลสุทธิเกียรติเงียบสงบตามปกติ ขวัญพิชชาเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์เพื่อมาช่วยมารดาทำงานตามที่ตั้งใจไว้ หลังจากที่หนีกลับมาจากมหาวิทยาลัยด้วยความหงุดหงิด เธอพยายามสลัดใบหน้ายียวนกวนประสาทของผู้ชายคนนั้นออกจากหัว และตั้งหน้าตั้งตาช่วยแม่จัดเตรียมโต๊ะอาหารค่ำ
แต่วันนี้ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดแปลกไปจากปกติ เมื่อ 'คุณดนัย' และ 'คุณวาริน' ประมุขของบ้าน เรียกให้ขวัญพิชชาเข้าไปพบเป็นการส่วนตัวที่ห้องนั่งเล่นสุดหรู หลังจากที่พวกท่านรับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้วขวัญพิชชาเดินกุมมือตัวเองด้วยความประหม่า ก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์นำเข้าจากยุโรป คุณดนัย ชายวัยกลางคนที่ยังคงความภูมิฐานกำลังนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาเดี่ยว ขณะที่คุณวาริน ผู้หญิงที่สวยสง่าและดูใจดีกำลังนั่งยิ้มรับเธออยู่บนโซฟาตัวยาว
"นั่งลงก่อนสิลูก หนูขวัญ" คุณวารินเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ตบที่ว่างข้างๆ ตัวเป็นเชิงอนุญาตให้หญิงสาวนั่งร่วมโต๊ะ
"ขอบคุณค่ะคุณผู้หญิง" ขวัญพิชชายกมือไหว้ทำความเคารพอย่างนอบน้อม ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพับเพียบที่พื้นพรมเปอร์เซียข้างโซฟาแทนที่จะนั่งตีเสมอเจ้านายของแม่ ซึ่งการกระทำที่รู้กาลเทศะนี้ยิ่งทำให้สองสามีภรรยามองหญิงสาวด้วยความเอ็นดู
"ไม่ต้องเรียกคุณผู้หญิงหรอกลูก เรียกป้าว่าคุณป้าวารินเหมือนเดิมเถอะ โตเป็นสาวเต็มตัวแล้วนะเนี่ย สวยวันสวยคืนเชียว" คุณวารินเอ่ยชมจากใจจริง ดวงตาของหญิงวัยกลางคนทอประกายชื่นชมเมื่อพินิจมองใบหน้าหมดจดของลูกสาวแม่บ้าน ขวัญพิชชาเป็นเด็กดี กิริยามรรยาทงดงาม แถมยังเรียนเก่ง ต่างจากผู้หญิงกร้านโลกที่ลูกชายคนเล็กของเธอชอบควงเข้าบ้านเป็นไหนๆ
"ขอบคุณค่ะคุณป้า" ขวัญพิชชาก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนความเขินอาย
"ที่ลุงกับป้าเรียกหนูขวัญมาวันนี้ เพราะมีเรื่องสำคัญอยากจะขอร้องหนูหน่อย" คุณดนัยเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา สีหน้าของเขาดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย "หนูคงพอรู้ใช่ไหมว่าช่วงนี้ป้าเขาสุขภาพไม่ค่อยดี ลุงเลยตัดสินใจว่าจะพาป้าเขาไปรักษาตัวที่สวิตเซอร์แลนด์แบบยาวๆ สักหกเดือน หรืออาจจะปีนึงเลย"
ขวัญพิชชาพยักหน้ารับรู้ เธอพอทราบข่าวจากแม่มาบ้างว่าคุณวารินมีโรคประจำตัวที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด "ทราบค่ะ ขอให้คุณป้าวารินสุขภาพแข็งแรงขึ้นเร็วๆ นะคะ"
"ขอบใจจ้ะลูก..." คุณวารินถอนหายใจยาว เอื้อมมือมาลูบผมของขวัญพิชชาเบาๆ "ปัญหาคือ... พอลุงกับป้าไม่อยู่ พี่ชายใหญ่ของตาดินเขาก็ต้องบินไปดูงานที่สาขาต่างประเทศบ่อยๆ บ้านหลังนี้ก็จะเหลือแค่ตาดินอยู่คนเดียว ป้าเป็นห่วงลูกชายคนนี้นัก หนูขวัญก็รู้ว่าตาดินน่ะ หัวดื้อ ชอบเที่ยวเตร่ ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน แถมยังชอบมีเรื่องชกต่อยให้ป้าปวดหัวอยู่เรื่อย"
