บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 : ความลับในแสงเช้า

บทที่ 5 : ความลับในแสงเช้า

กลิ่นกาแฟจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก ปลุกให้ ฌาณิณ รู้สึกตัวตื่นจากนิทรา เธอขยับตัวเล็กน้อยใต้ผ้าห่มผืนหนา รู้สึกเบาสบายตัวขึ้นมาก อาการปวดหัวตุบๆ เมื่อคืนหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความอ่อนเพลียเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้เธอชะงัก ไม่ใช่สุขภาพร่างกาย... แต่เป็น สัมผัส ที่แนบชิดอยู่ด้านหลัง

ท่อนแขนแกร่งหนักๆ พาดผ่านเอวคอดของเธอ รั้งร่างเธอให้แผ่นหลังแนบชิดไปกับแผงอกกว้างที่อุ่นจัด ลมหายใจสม่ำเสมอเป่ารดต้นคอจนขนลุกชัน

ความทรงจำเมื่อคืนไหลบ่าย้อนกลับมา... เขาเช็ดตัวให้... เขากอดเธอ... เขานอนเฝ้า และตอนนี้... เขาก็ยังอยู่ตรงนี้

ฌาณิณใจเต้นรัว พยายามจะค่อยๆ พลิกตัวกลับไปมองหน้าคนตัวโต แต่ทันทีที่ขยับ แขนที่โอบเอวอยู่ก็กระชับแน่นขึ้น ราวกับรู้ทัน

“หายดีแล้วหรือไง... ถึงได้ซุกซนแต่เช้า” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นที่ข้างหู เป็นเสียงของคนที่เพิ่งตื่นนอนและยังเจือไปด้วยความง่วงงุน... ซึ่งมันเซ็กซี่จนน่าอันตราย

“อาเต... ตื่นแล้วเหรอคะ?” เธอถามเสียงเบา ไม่กล้าสบตา

เตโช ลืมตาขึ้นช้าๆ เขาไม่ได้ตอบ แต่ใช้จมูกโด่งกดลงสูดดมความหอมจากซอกคอขาวผ่องของคนในอ้อมกอดแทนคำทักทาย “ตัวเย็นลงแล้วนี่...” เขาพึมพำ “ไข้ลดแล้ว”

“คะ... ค่ะ เพราะอาเตช่วยดูแล” ฌาณิณตอบตะกุกตะกัก ความใกล้ชิดระดับเนื้อแนบเนื้อบนเตียงนอนทำให้สติเธอเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยิ่งเมื่อรับรู้ถึง บางอย่าง ที่แข็งขึ้งดันอยู่ที่สะโพกด้านหลังของเธอ หน้าของหญิงสาวก็ร้อนฉ่าขึ้นมาทันที

เตโชเองก็รู้ตัว เขาถอนหายใจยาว พยายามข่มอารมณ์ดิบยามเช้าที่ตื่นตัวตามธรรมชาติของผู้ชาย เขาควรจะปล่อยเธอ... ควรจะลุกไปอาบน้ำ แต่กลิ่นกายหอมละมุนและเนื้อนตัวนุ่มนิ่มในอ้อมแขนกลับเป็นกรงขังที่พันธนาการเขาไว้แน่น

“ฌาณิณ...” เขาเรียกชื่อเธอเสียงเครียด “คะ?”

เขาจับไหล่เธอให้พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้า ใบหน้าสวยหวานยามตื่นนอน ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย กับริมฝีปากบวมเจ่อนิดๆ จากพิษไข้... มันช่างยั่วยวนจนสติเขาขาดผึง

“รู้ไหม... ว่าผู้ชายตอนตื่นนอนน่ะ มันอันตรายแค่ไหน” สายตาของเขาลุกวาว ไม่ใช่แววตาของอาผู้ใจดีเมื่อคืนอีกต่อไป

ฌาณิณกลืนน้ำลาย “ณิณ... ไม่รู้”

“งั้นก็เรียนรู้ซะ”

สิ้นคำพูด เตโชก็ก้มลงฉกฉวยริมฝีปากเธอทันที จูบยามเช้าที่ไม่มีการแจ้งเตือน มันเริ่มต้นด้วยความเนิบนาบ อ้อยอิ่ง เหมือนจะชิมรสชาติความหวานทีละน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนดุดันตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง มือหนาลูบไล้ผ่านเสื้อยืดตัวโคร่งเข้าไปสัมผัสผิวเนียนลื่นที่หน้าท้องแบนราบ ปลายนิ้วสะกิดไล้ไปตามแนวสันหลังจนร่างเล็กสะท้านเฮือก

“อื้อ... อาเต...” ฌาณิณครางประท้วงในลำคอ แต่แขนเรียวกลับยกขึ้นคล้องคอเขาไว้โดยไม่รู้ตัว จูบตอบเขาอย่างเงอะงะแต่เต็มใจ

บรรยากาศในห้องนอนเย็นเฉียบเริ่มร้อนระอุ เตโชพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างเล็กไว้ใต้ร่าง กักขังเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง สายตาจ้องมองเหยื่อใต้ร่างด้วยความหิวกระหาย ศีลธรรมในใจถูกเตะกระเด็นตกเตียงไปตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาสัมผัสเธอ

เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขบเม้มสร้างรอยแดงจางๆ ทับรอยเดิมที่ทำไว้เมื่อวาน เป็นการย้ำเตือนความเป็นเจ้าของซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหนาเลื่อนลงต่ำเตรียมจะรุกล้ำเข้าไปใต้ชายเสื้อ...

ครืด... ครืด...

เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงสั่นสะเทือน เลื่อนไปตามโต๊ะข้างเตียงส่งเสียงดังกวนใจ เตโชชะงัก แต่ยังไม่ยอมผละออกจากซอกคอหอมกรุ่น “ช่างมัน...” เขากระซิบเสียงพร่า จะก้มลงจูบเธอต่อ

ครืด... ครืด... เสียงเรียกเข้ายังดังต่อเนื่องไม่หยุด ราวกับปลายสายมีเรื่องด่วนคอขาดบาดตาย

“อาเต... รับโทรศัพท์ก่อนเถอะค่ะ เผื่อมีงานด่วน” ฌาณิณดันอกเขาเบาๆ เธอเองก็เริ่มหายใจไม่ทัน

เตโชสบถอย่างหัวเสีย “Shit!” เขาเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิด แต่ทันทีที่เห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... เลือดในกายเขาก็เย็นเฉียบลงทันที เหมือนโดนน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้า

‘Phutares’ (ภูธเรศ)

ชื่อของเพื่อนรัก... พ่อของเด็กสาวที่นอนอยู่ใต้ร่างเขา เตโชตัวแข็งทื่อ สายตาคมเหลือบมองฌาณิณที่นอนหน้าแดงก่ำ เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาใส่เหมือนคลื่นยักษ์

“ใครโทรมาคะ?” ฌาณิณถามเมื่อเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไป

เตโชไม่ตอบ เขาพลิกตัวลงจากเตียงทันที จัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย สูดลมหายใจลึกยาวเพื่อปรับน้ำเสียงให้ดูปกติที่สุด เขากดรับสาย เปิดลำโพง (Speaker phone) แล้ววางไว้บนโต๊ะ... จงใจให้ฌาณิณได้ยินด้วย

“ว่าไงภู... โทรมาแต่เช้ามีอะไร” เสียงของเขาเรียบนิ่ง มั่นคง จนน่ากลัว

(“เช้าบ้านมึงสิ ที่นี่ดึกแล้ว กูเพิ่งเลิกประชุม”) เสียงภูธเรศตอบกลับมาอย่างร่าเริง (“กูแค่นึกห่วงลูกสาว เลยโทรมาเช็กหน่อย เป็นไงบ้างวะ ยัยณิณดื้อกับมึงไหม?”)

ฌาณิณที่นอนอยู่บนเตียงยกมือปิดปากแน่น น้ำตาซึมออกมาด้วยความรู้สึกผิดบาป เมื่อกี้... เธอกำลังจะทำอะไรกับเพื่อนพ่อ? ถ้าพ่อรู้... พ่อจะเสียใจแค่ไหน?

เตโชหันไปมองฌาณิณ สายตาของเขาอ่านยาก “ก็... ดื้อนิดหน่อย ตามประสาเด็ก” เขาตอบเสียงเรียบ แต่ภายในใจเจ็บแปลบ “เมื่อวานตากฝนจนเป็นไข้ แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว”

(“เฮ้ย! เป็นไข้เหรอ? หนักไหมวะ? กูคุยกับลูกหน่อยได้ไหม”)

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะ เตโชหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เดินกลับไปที่เตียง ยื่นโทรศัพท์ให้ฌาณิณ “พ่อเธออยากคุยด้วย”

ฌาณิณรับโทรศัพท์มือสั่น เธอสูดน้ำมูก ปรับเสียงให้ดูสดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ฮัลโหล... คุณพ่อ”

(“ณิณ! เป็นไงบ้างลูก อาเตบอกว่าเป็นไข้ พ่อเป็นห่วงแทบแย่”)

“ณิณ... ณิณไม่เป็นไรแล้วค่ะ แค่เพลียๆ นิดหน่อย อาเตดูแลดีมากค่ะพ่อ...” คำพูดสุดท้ายเธอพูดเสียงเบาเหลือเกิน สายตาเหลือบมอง ‘อาเต’ ที่ยืนกอดอกพิงกำแพงจ้องมองเธออยู่

(“ดีแล้วๆ อยู่กับอาเตทำตัวดีๆ นะลูก เชื่อฟังอาเขา พ่อฝากอาเขาดูแลเราเต็มที่ ถ้าดื้อพ่อจะให้อาเตจัดการขั้นเด็ดขาดเลยนะ เข้าใจไหม?”)

“ค่ะพ่อ... ณิณจะเชื่อฟัง... ณิณรักพ่อนะคะ”

ฌาณิณรีบตัดบทก่อนที่เสียงเธอจะสั่นไปมากกว่านี้ เมื่อวางสาย เธอส่งโทรศัพท์คืนให้เตโช บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

เตโชรับโทรศัพท์ไปวางที่เดิม เขาไม่ได้เดินหนี แต่กลับเดินมานั่งลงที่ขอบเตียงข้างๆ เธอ “ได้ยินแล้วใช่ไหม...” เขาถามเสียงต่ำ

“ค่ะ...”

“พ่อเธอไว้ใจฉัน... ไว้ใจมาก” เตโชแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง “แต่ฉันกำลังจะทำลายความไว้ใจนั้น... กับเธอ”

ฌาณิณก้มหน้า “เรา... ควรจะหยุดใช่ไหมคะ?”

เตโชเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตา ดวงตาของเขาสับสน รุนแรง และเจ็บปวด “ฉันควรจะบอกว่า ‘ใช่’ ... ฉันควรจะไล่เธอไปให้พ้นหน้า ควรจะส่งเธอไปเรียนต่อเมืองนอกซะเดี๋ยวนี้”

นิ้วโป้งแกร่งไล้ริมฝีปากนุ่มที่เพิ่งถูกเขาจูบจนบวมเจ่อ “แต่ฉันทำไม่ได้...”

“อาเต...”

“ฉันหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว ฌาณิณ” เขาสารภาพออกมาตรงๆ “ยิ่งห้าม... ยิ่งอยาก ยิ่งผลักไส... ยิ่งอยากดึงเข้าหา”

เตโชก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอ เสียงของเขาหนักแน่นเหมือนคำพิพากษา “ตั้งแต่วินาทีนี้ไป... เราจะสร้างกฎของเราขึ้นมา”

“กฎ... อะไรคะ?”

“ในห้องนี้... บนเตียงนี้... หรือที่ไหนก็ตามที่ไม่มีใครเห็น” เตโชเว้นจังหวะ ฝังจมูกลงบนแก้มเนียนสูดกลิ่นหอมเฮือกใหญ่ “เธอเป็นของฉัน... ไม่ใช่หลาน ไม่ใช่ลูกเพื่อน แต่เป็น ‘ผู้หญิง’ ของฉัน”

ฌาณิณใจเต้นแรงจนเจ็บอก “แล้ว... ข้างนอกนั่นล่ะคะ?”

“ข้างนอกนั่น... ฉันคือบอสเตโช และเธอคือเด็กฝึกงาน” เขาผละหน้าออกมามองเธอด้วยสายตาจริงจัง “เราจะเป็นคนแปลกหน้า เราจะรักษาระยะห่าง เพื่อรักษาใจพ่อเธอ... แต่ถ้าประตูปิดลงเมื่อไหร่...”

เขาจับมือเธอมาวางทาบที่อกซ้าย ให้เธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่ต่างกัน “ฉันจะทวงสิทธิ์ของฉันคืน... ทุกวินาที”

“ตกลงไหม?” เขาถามย้ำ

ฌาณิณมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เธรู้ว่าทางเดินข้างหน้าคือเหว คือไฟบรรลัยกัลป์ที่จะเผาไหม้เราทั้งคู่ถ้าความแตก แต่เธอก็เลือกที่จะกระโดดลงไป... เพราะมือที่ยื่นมารับเธอ คือมือของเขา

“ตกลงค่ะ...” ฌาณิณตอบรับเสียงแผ่ว ก่อนจะยืดตัวขึ้นไปประทับจูบเบาๆ ที่มุมปากเขา “ณิณจะเป็นความลับของอาเต... จนกว่าเราจะตายกันไปข้างนึง”

เตโชรวบตัวเธอกลับเข้ามากอดแน่น ราวกับจะหลอมรวมร่างให้เป็นหนึ่งเดียว พันธะลับ ได้ถูกผูกเงื่อนตายอย่างสมบูรณ์แล้วในเช้านี้... ภายใต้เงาของความรู้สึกผิด และเปลวเพลิงแห่งความรักที่ไม่มีวันดับมอดลงง่ายๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel