บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 : ราตรีของหวง

บทที่ 3 : ราตรีของหวง

เวลา 18:30 น. ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว แสงไฟจากตึกระฟ้าเริ่มทำหน้าที่แทนดวงอาทิตย์

ภายในออฟฟิศ Techo Architects พนักงานส่วนใหญ่เริ่มทยอยกลับบ้าน แต่ที่แผนก Interior ยังคงมีแสงไฟสว่างจ้า ฌาณิณ กำลังเก็บของลงกระเป๋า ความเหนื่อยล้าจากการทำงานวันแรกและดราม่ากับท่านประธานทำให้เธออยากรีบกลับไปนอนแช่น้ำอุ่นๆ ให้หายเครียด

“น้องฌาณิณกลับยังไงครับ? ให้พี่ไปส่งไหม?” นนท์ สถาปนิกหนุ่มหน้าตี๋เดินเข้ามาถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขาเห็นแก้มใสๆ ของเธอยังมีรอยแดงจางๆ จากอารมณ์หงุดหงิดเมื่อตอนบ่าย แม้จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะพี่นนท์ พอดี...” ฌาณิณอึกอัก เธอจำคำสั่งของเตโชที่ห้ามบอกใครเรื่องที่อยู่ได้

“ฌาณิณต้องไปกับผม”

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาทั้งนนท์และฌาณิณสะดุ้ง เตโช ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาดุดัน เขาเปลี่ยนชุดจากเชิ้ตขาวเมื่อเช้า เป็นเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มปลดกระดุมคอ ดูลึกลับและน่าเกรงขามกว่าเดิม

“บอส... สวัสดีครับ” นนท์รีบยกมือไหว้ “พอดีผมเห็นน้องเลิกดึก เลยจะอาสาไปส่ง”

“ขอบใจ แต่ไม่จำเป็น” เตโชตอบเสียงห้วน สายตาคมตวัดมองรุ่นน้องอย่างไม่เป็นมิตร “ฌาณิณมีงานต้องไปทำต่อกับผม... คืนนี้”

คำว่า ‘คืนนี้’ ที่เขาเน้นเสียง ทำให้คนฟังคิดดีไม่ได้เลย นนท์หน้าเจื่อนลงเล็กน้อย “อ๋อ... ครับ งั้นพี่กลับก่อนนะฌาณิณ สู้ๆ นะ”

เมื่อนนท์เดินออกไป เตโชก็หันมาคว้าข้อมือบางของฌาณิณทันที “ตามมา”

“จะไปไหนคะ? งานเลิกแล้วนะคะ” ฌาณิณขืนตัวไว้

“เลิกงานของบริษัท... แต่ยังไม่เลิกงานของฉัน” เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “คืนนี้ฉันมีนัดคุยงานกับลูกค้าวีไอพีที่ร้านอาหาร เธอต้องไปเป็นผู้ช่วย”

“แต่ชุดณิณ...” เธอก้มมองชุดทำงานที่เริ่มยับยู่ยี่

“ในรถมีชุดเตรียมไว้ให้แล้ว... ไปเปลี่ยนซะ แล้วอย่าถามมาก ฉันไม่ชอบคนพูดเยอะ”

...

20:00 น. ณ ร้านอาหารหรูบน Rooftop

บรรยากาศในร้านโรแมนติกและเป็นส่วนตัว แสงเทียนสลัวๆ ขับเน้นให้ร่างบางในชุดเดรสสายเดี่ยวสีไวน์แดงดูโดดเด่นสะดุดตา ชุดที่เตโชเตรียมไว้ให้มันพอดีตัวจนน่าตกใจ มันรัดรึงช่วงเอวคอดและขับผิวขาวผ่องของเธอให้นวลเนียนยิ่งขึ้น

ฌาณิณนั่งตัวเกร็งอยู่ข้างๆ เตโช ฝั่งตรงข้ามคือ ‘เสี่ยธนา’ ลูกค้ากระเป๋าหนักวัยห้าสิบเศษที่สายตาไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย ตั้งแต่มาถึง สายตาโลมเลียของเสี่ยธนาก็เอาแต่จับจ้องอยู่ที่เนินอกและไหล่ขาวของเธอตลอดเวลา

“คุณเตโชนี่ตาถึงจริงๆ นะครับ...” เสี่ยธนายกแก้วไวน์ขึ้นจิบ สายตายังไม่ละจากฌาณิณ “หาผู้ช่วยได้สวยหยาดเยิ้มขนาดนี้... ทำงานเก่ง ‘ทุกเรื่อง’ เลยหรือเปล่าครับ?”

คำถามสองแง่สองง่ามทำให้ฌาณิณหน้าชา เธอกำลังจะอ้าปากตอบโต้ แต่ฝ่ามือหนาอุ่นจัดของคนข้างๆ ก็เอื้อมมาวางทาบทับลงบนมือเธอที่วางอยู่บนตักใต้โต๊ะ เตโชบีบมือเธอเบาๆ เป็นเชิงปราม ก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มเย็นยะเยือกให้ลูกค้า

“เด็กผมเพิ่งฝึกงานครับเสี่ย... ยัง ‘ไม่ประสีประสา’ เท่าไหร่” เตโชเน้นคำ พร้อมกับวาดวงแขนไปพาดพนักเก้าอี้ของฌาณิณ แสดงอาณาเขตความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนจนฌาณิณสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากท่อนแขนเขาที่แนบชิดแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอ

“เหรอครับ... แหม เสียดาย ผมชอบสอนงานเด็กใหม่ซะด้วยสิ” เสี่ยธนายังไม่ลดละ ยื่นมือข้ามโต๊ะมาทำท่าจะจับมือฌาณิณ

เคร้ง!

เตโชวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ตัดบทการคุกคามนั้นทันที “เรามาคุยเรื่องสัญญาดีกว่าครับเสี่ย ผมไม่ชอบเสียเวลา” น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวขึ้นจนบรรยากาศบนโต๊ะเริ่มมาคุ

การเจรจาผ่านไปอย่างตึงเครียด โดยมีเตโชคอยกันท่าทุกวิถีทางไม่ให้เสี่ยธนาเข้าถึงตัวฌาณิณ จนกระทั่งงานจบลง

...

ลานจอดรถ VIP

ทันทีที่ส่งเสี่ยธนาขึ้นรถกลับไป เตโชก็กระชากแขนฌาณิณให้เดินตามมาที่รถสปอร์ตคันหรูของเขา เขาเปิดประตูฝั่งคนนั่งแล้ว ‘ยัด’ ร่างเล็กลงไปอย่างไม่เบามือนัก ก่อนจะเดินอ้อมมาฝั่งคนขับและกระแทกประตูปิดเสียงดัง

บรรยากาศในรถเงียบกริบและอึดอัด เครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบไม่สามารถดับไฟโทสะที่ลุกโชนในใจของสถาปนิกหนุ่มได้ เขาไม่ออกรถ... แต่นั่งกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูด

“สนุกไหม?” เขาถามขึ้นลอยๆ โดยไม่หันมามอง

“คะ?”

“ฉันถามว่าสนุกไหม! ที่นั่งทำตาหวานให้ไอ้แก่นั่นมองนมเธอน่ะ!” เตโชตวาดลั่น หันมาจ้องหน้าเธอเขม็ง

ฌาณิณสะดุ้งสุดตัว ความน้อยใจพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที “ณิณไม่ได้ทำ! อาเต... บอสเป็นคนบังคับให้ณิณมาเองนะ ชุดนี้บอสก็เป็นคนเลือกให้!”

“เลือกให้ใส่มาทำงาน ไม่ได้ให้ใส่มาอ่อย!” สายตาของเขากวาดมองชุดเดรสสีแดงเพลิงที่เว้าลึกเผยผิวขาวจัด มันสวย... สวยจนเขาแทบบ้าตายตอนเห็นเธอก้าวออกมาจากห้องน้ำ และยิ่งบ้าคลั่งเมื่อเห็นสายตาผู้ชายคนอื่นมองเธอด้วยความกระหาย

“ณิณไม่ได้อ่อย! ทำไมในหัวอาเตมีแต่เรื่องต่ำๆ แบบนี้คะ? หรือเพราะอาเตเองที่คิดแต่เรื่องแบบนั้นกับณิณ!”

“ฌาณิณ!”

“ยอมรับมาสิคะว่าอาหวง! อาหวงณิณ!”

ความอดทนเส้นสุดท้ายของเตโชขาดผึง เขารวดตัวปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วโถมตัวข้ามคอนโซลกลางรถเข้าไปหาร่างเล็กที่เบาะข้างๆ อย่างรวดเร็ว

“อ๊ะ! อาเต!” ฌาณิณร้องเสียงหลงเมื่อถูกร่างหนาหนักทาบทับจนแผ่นหลังแนบไปกับเบาะหนัง พื้นที่ในรถสปอร์ตที่แคบอยู่แล้วยิ่งดูคับแคบลงถนัดตา

“ใช่... ฉันหวง” เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอ นัยน์ตาสีดำสนิทตอนนี้ลุกโชนไปด้วยเพลิงปรารถนาที่ปิดไม่มิดอีกต่อไป “หวงจนอยากจะบ้า... หวงจนอยากจะขังเธอไว้ไม่ให้ใครเห็น”

ฌาณิณตัวแข็งทื่อ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดผิวหน้า กลิ่นกายชายชาตรีผสมกลิ่นไวน์จางๆ มอมเมาสติของเธอให้พร่าเลือน มือหนาของเขาข้างหนึ่งตรึงข้อมือเธอไว้เหนือศีรษะกับเบาะรถ ส่วนอีกข้างเลื่อนลงมา... ลูบไล้ที่เอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์

“อะ... อาเต... อย่า...” เสียงของเธอสั่นเครือ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความวูบวาบแปลกใหม่ที่แล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย

“ปากบอกว่าอย่า... แต่สายตาเธอไม่ได้บอกแบบนั้นเลยนะเด็กดื้อ” เขายกยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ที่ซอกคอขาวผ่อง ริมฝีปากร้อนจัดขบเม้มเบาๆ ที่ผิวเนื้ออ่อน สร้างรอยความเป็นเจ้าของสีกุหลาบจางๆ ให้ปรากฏขึ้น

“อื้อ...” ฌาณิณเผลอครางออกมา ร่างกายแอ่นรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว

เตโชได้ใจ เขาเลื่อนใบหน้าขึ้นมา จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอรออยู่อย่างยั่วยวน เขาไม่รอช้า ประกบริมฝีปากลงไปอย่างดุดันและหิวกระหาย จูบแรก... ไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่มันคือการ ‘ปล้นจูบ’ ที่เต็มไปด้วยความเรียกร้องเอาแต่ใจ

ลิ้นร้อนแทรกผ่านกลีบปากนุ่มเข้าไปควานหาความหวานล้ำภายใน ฌาณิณหัวหมุนคว้าง รสชาติของจูบแบบผู้ใหญ่มันรุนแรงและร้อนแรงกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้เป็นล้านเท่า เธอทำอะไรไม่ถูกได้แต่ปล่อยให้เขานำทาง และตอบสนองกลับไปอย่างเก้ๆ กังๆ

มือหนาที่เอวเริ่มอยู่ไม่สุข มันเลื่อนสูงขึ้นมาสัมผัสความนุ่มหยุ่นผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา ปลายนิ้วสะกิดผ่านยอดอกที่แข็งขึ้งดันเนื้อผ้า ฌาณิณสะดุ้งเฮือก สติอันน้อยนิดเริ่มกลับมา

“พะ... พอแล้ว!” เธอรวบรวมแรงทั้งหมดผลักอกเขาออก

เตโชยอมถอยออกมาเพียงนิดเดียว หน้าผากของเขายังชนกับหน้าผากเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกัน เขามองสบตาเธอนิ่ง... แววตาของเสือร้ายที่เพิ่งได้ลิ้มลองเหยื่ออันโอชะ

“จำเอาไว้...” เขาพูดเสียงแหบพร่า นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำลายที่มุมปากเธอเบาๆ “ริมฝีปากนี้... ร่างกายนี้... เป็นของฉัน คนอื่นไม่มีสิทธิ์มอง ไม่มีสิทธิ์แตะ”

“อาเตไม่มีสิทธิ์... เราเป็นแค่...”

“เป็นแค่เพื่อนพ่อ?” เขาต่อให้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ “หลังจากจูบเมื่อกี้... เธอยังกล้าพูดคำนี้อยู่อีกเหรอ ฌาณิณ?”

ฌาณิณพูดไม่ออก ได้แต่นั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาแห่งความสับสนไหลลงมาอาบแก้ม เตโชมองน้ำตานั้นด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก เขาถอยกลับไปนั่งที่ฝั่งคนขับอย่างหัวเสีย เสยผมที่ปรกหน้าขึ้นลวกๆ

“คาดเข็มขัด” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม โดยไม่หันมามองเธออีก “ฉันจะไปส่งที่บ้าน... แล้วคืนนี้ล็อกประตูห้องนอนให้ดี”

“ทำไมคะ...”

เตโชหันมามองเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสตาร์ทรถ แววตาของเขาวาวโรจน์ท่ามกลางความมืด

“เพราะถ้าเธอลืมล็อก... ฉันไม่รับประกันว่าจะหยุดแค่ ‘จูบ’ เหมือนเมื่อกี้”

รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกไปในความมืดด้วยความเร็วสูง ทิ้งไว้เพียงเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามก้อง... เหมือนเสียงหัวใจของคนสองคนที่กำลังเต้นแข่งกับความผิดชอบชั่วดี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel