บทที่ 2 : ระยะห่างในที่แจ้ง - 2
คำพูดตรงๆ ของเขาทำให้หน้าของฌาณิณชาไปแถบหนึ่ง “อาเต...” เธอเผลอเรียกสรรพนามเดิมเสียงสั่น
“บอส” เขาแก้ให้เสียงเข้ม “ออกไปทำงานได้แล้ว อรจะพาเธอไปที่โต๊ะ อ้อ... แล้วเย็นนี้ไม่ต้องรอ ฉันมีประชุมดึก กลับเอง”
เขาตัดบทอย่างเลือดเย็น หันหลังกลับไปนั่งที่เก้าอี้แล้วหยิบแว่นขึ้นมาใส่ แสดงออกชัดเจนว่าบทสนทนาจบลงแล้ว
ฌาณิณกำมือแน่น ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก แต่เธอจะไม่ร้องไห้ให้เขาเห็นเด็ดขาด เธอสูดหายใจเข้า ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย แล้วโค้งศีรษะให้เขาตามมารยาท “รับทราบค่ะ... ท่านประธาน”
เมื่อประตูห้องปิดลง เตโชก็ถอดแว่นตาโยนลงบนโต๊ะเสียงดัง เคร้ง เขายกมือขึ้นนวดขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ การต้องปั้นหน้ายักษ์ใส่คนที่เขาเอ็นดูมาตลอดชีวิตมันกินพลังงานมากกว่าที่คิด แต่เขาจำเป็นต้องทำ... ต้องทำให้เธอเกลียดขี้หน้าเขา หรืออย่างน้อยก็กลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้
เพราะถ้าขืนเธอยังมาวนเวียนทำตัวน่ารักใกล้ๆ เขาแบบนี้... เขาไม่มั่นใจเลยว่าความอดทนของเขาจะอยู่ได้ถึงตอนเย็นหรือเปล่า
...
ช่วงบ่าย
บรรยากาศในทีม Interior Design ค่อนข้างวุ่นวายเพราะมีโปรเจกต์โรงแรมริมทะเลที่ต้องเร่งส่งแบบ ฌาณิณถูกจัดให้นั่งที่โต๊ะมุมห้อง ใกล้กับ ‘นนท์’ สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่หน้าตาดีที่เป็นดาวรุ่งของทีม
“น้องฌาณิณจบจากที่นี่เหรอครับ? เก่งนะเนี่ย อาจารย์สมชายโหดจะตาย” นนท์ชวนคุยอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับช่วยสอนงานเธออย่างใกล้ชิด “ค่ะ พี่นนท์ช่วยดูตรงนี้ให้หน่อยได้ไหมคะ ณิณไม่แน่ใจเรื่องสเกล” ฌาณิณขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้รุ่นพี่เพื่อดูหน้าจอคอมพิวเตอร์
ภาพความสนิทสนมของเด็กใหม่กับหนุ่มหล่อประจำออฟฟิศอยู่ในสายตาของใครบางคนตลอดเวลา ผ่านมูลี่ไม้ที่ปรับเปิดไว้เพียงเล็กน้อยจากห้องทำงานส่วนตัว... เตโชกำลังนั่งจ้องมองภาพนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบสนิท แต่ในมือของเขากำปากกาหมึกซึมแท่งหรูแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
เขามองเห็นนนท์หัวเราะและเผลอวางมือบนพนักเก้าอี้ของฌาณิณ มองเห็นฌาณิณยิ้มกว้าง... รอยยิ้มสดใสที่เธอไม่เคยยิ้มให้เขาเลยตั้งแต่ย้ายเข้ามา
‘หึงเหรอวะ?’ เสียงในหัวตะโกนถาม ‘เปล่า... กูแค่ห่วงความปลอดภัยของหลาน’ เขาตอบตัวเอง แต่ลึกๆ เขารู้ดีว่ามันคือข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น
เตโชกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานเสียงดัง ติ๊ด “คุณอร... เรียกเด็กฝึกงานเข้ามาพบผมหน่อย” “ใครคะบอส?” เลขาสาวถามกลับ “ฌาณิณ... เดี๋ยวนี้”
ไม่ถึงห้านาที ประตูห้องทำงานก็ถูกเคาะอีกครั้ง ฌาณิณเดินเข้ามาด้วยสีหน้างุนงง “บอสเรียกณิณมีอะไรหรือเปล่าคะ?”
เตโชนั่งกอดอกมองเธอ สายตาของเขาเย็นชายิ่งกว่าเมื่อเช้า “งานที่ให้ไปอ่านทำความเข้าใจ เสร็จหรือยัง?”
“ยังค่ะ พี่นนท์เพิ่งจะสอนโปรแกรม...”
“ฉันจ้างเธอมาฝึกงาน ไม่ได้จ้างมานั่งคุยเล่นหรือบริหารเสน่ห์” เขาพูดสวนขึ้นด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน “ถ้าจะมาหาแฟนในที่ทำงาน ก็กลับไปบอกพ่อเธอซะ ว่าที่นี่ไม่เหมาะกับเธอ”
ฌาณิณเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดแรงขนาดนี้ “ณิณเปล่าบริหารเสน่ห์นะคะ พี่นนท์เขาแค่สอนงาน...”
“สอนงานต้องเอาหน้าเข้าไปใกล้ขนาดนั้นเลยหรือไง?” เตโชลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะมาประชิดตัวเธอด้วยความรวดเร็ว แรงกดดันจากร่างสูงทำให้ฌาณิณต้องถอยหลังจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะประชุมตัวยาว
“อาเต... หึงเหรอคะ?” ฌาณิณโพล่งออกไปด้วยความโมโหปนสงสัย เธอเงยหน้าท้าทายสายตาเขา
คำว่า ‘หึง’ เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ เตโชใช้แขนทั้งสองข้างกักขังเธอไว้กับขอบโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนน่าใจหาย แววตาที่เคยนิ่งสงบตอนนี้ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ... และไฟปรารถนา
“อย่าหลงตัวเอง ฌาณิณ” เขากระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากเธอ “ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมองว่าเด็กฝากของฉัน... วันๆ เอาแต่ อ่อย ผู้ชายไปทั่ว”
เพี้ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังก้องในความเงียบ ฌาณิณตบหน้าเขา... ไม่แรงนัก แต่มากพอที่จะทำให้ใบหน้าคมหันไปตามแรง หญิงสาวยืนตัวสั่น น้ำตาแห่งความโกรธคลอหน่วย “อาเตใจร้าย... ณิณเกลียดอา”
คำว่าเกลียดกรีดลึกเข้าไปในใจคนฟัง เตโชหันหน้ากลับมามองเธอ รอยแดงจางๆ ปรากฏขึ้นที่แก้มซ้าย แทนที่เขาจะโกรธ เขากลับแสยะยิ้ม... ยิ้มที่ดูอันตรายและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ
“เกลียดสิดี...” เขาก้มลงมาจนจมูกโด่งกดลงบนแก้มเนียนของเธอ สูดดมความหอมอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเลื่อนไปกระซิบที่ข้างหู “เพราะถ้าเธอรักฉันเมื่อไหร่... เธอจะเสียใจยิ่งกว่านี้ร้อยเท่า”
เขาผละออกทันที จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ แล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ออกไปทำงานต่อได้ แล้วอย่าให้ฉันเห็นว่าเธอไปอ่อยใครอีก... เชิญ”
ฌาณิณยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ยกมือขึ้นแตะแก้มที่ถูกเขาฉวยโอกาสเมื่อครู่ หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด ทั้งโกรธ ทั้งอาย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสเฉียดฉิวเมื่อกี้... มันทำให้แข้งขาเธออ่อนแรง
เธอมองเขาด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เตโชนั่งจมอยู่กับความเงียบและกลิ่นหอมของเธอที่ยังติดอยู่ที่ปลายจมูก... เขายกมือขึ้นลูบรอยตบที่แก้มเบาๆ
“ฤทธิ์เยอะนักนะ...” เขาพึมพำ มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้น... และดูเหมือนแม่กวางน้อยตัวนี้ จะพยศกว่าที่เขาคิดไว้มากทีเดียว
