บทที่ 2 : ระยะห่างในที่แจ้ง - 1
บทที่ 2 : ระยะห่างในที่แจ้ง
แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาตกกระทบเตียงนอนขนาดคิงไซส์ แต่ความอบอุ่นนั้นไม่ได้ช่วยให้คนตื่นสายรู้สึกสดชื่นขึ้นเลย ฌาณิณลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าในเพนต์เฮาส์สุดหรู... เป็นไปตามที่เขาประกาศไว้เมื่อคืน เขาออกไปทำงานแต่เช้าโดยไม่รอเธอ
บนโต๊ะทานข้าวหินอ่อน มีเพียงแก้วกาแฟที่ถูกล้างคว่ำไว้อย่างเป็นระเบียบ และคีย์การ์ดสำรองพร้อมโพสต์อิทสีเหลืองที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่น
‘ให้คนขับรถมารับตอนเก้าโมง อย่าไปสาย’
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำว่าอา หรือชื่อลงท้าย... มีเพียงคำสั่ง ฌาณิณหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การทิ้งโน้ตธรรมดา แต่มันคือการ ‘ขีดเส้น’ ครั้งที่สองของเขา เตโชกำลังพยายามสร้างกำแพงล่องหนขึ้นมากั้นขวางระหว่างเรา กำแพงที่ชื่อว่า ‘ความห่างเหิน’
“คอยดูเถอะค่ะ... ณิณจะปีนข้ามกำแพงนั้นให้ดู” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำไปเตรียมตัว วันนี้ไม่ใช่แค่วันแรกของการย้ายบ้าน แต่เป็นวันแรกของการฝึกงานในบริษัทสถาปนิกอันดับต้นๆ ของประเทศ... บริษัทที่เป็นอาณาจักรของเขา
...
Techo Architects Studio
ตึกสูงระฟ้าสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ตั้งตระหง่านอยู่ย่านสาทร ภายในออฟฟิศตกแต่งด้วยปูนเปลือยตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม ให้ความรู้สึกดิบ เท่ และสุขุม เหมือนกับเจ้าของสถานที่ไม่มีผิด ฌาณิณก้าวเข้ามาในโถงต้อนรับด้วยความมั่นใจ แม้ภายในใจจะเต้นรัว ชุดทำงานของเธอวันนี้เป็นเดรสเข้ารูปสีครีมที่ดูสุภาพแต่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน ทับด้วยเบลเซอร์สีน้ำตาลอ่อน ผมยาวถูกม้วนเป็นลอนคลายๆ ที่ปลายผม
“น้องฌาณิณใช่ไหมคะ? พี่ชื่ออรนะ เป็นเลขาคุณเตโช” หญิงสาววัยสามสิบปลายๆ ท่าทางคล่องแคล่วเดินเข้ามาทักทาย “คุณเตโชแจ้งไว้แล้วค่ะ เชิญทางนี้เลย”
ฌาณิณยิ้มรับตามมารยาท เธอถูกพาเดินผ่านโซนทำงานของพนักงานหลายสิบชีวิต สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เธอ มีทั้งชื่นชมในความสวยและสงสัยในที่มาที่ไป เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ
“นั่นเด็กฝึกงานเหรอ? สวยว่ะ” “ลูกท่านหลานเธอหรือเปล่า ดูชุดสิ แบรนด์เนมทั้งตัว”
พี่อรพาเธอมาหยุดที่หน้าห้องกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของชั้น บนประตูติดป้ายสีดำทองสลักชื่อ ‘TECHO P.’ “คุณเตโชสั่งไว้ว่าให้น้องฌาณิณเข้าไปพบก่อนเริ่มงานค่ะ”
“ขอบคุณค่ะพี่อร” ฌาณิณสูดหายใจลึก เคาะประตูสองครั้งแล้วผลักเข้าไปโดยไม่รอเสียงอนุญาต
บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางนั้นเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดไว้จนสุด กลิ่นหอมเย็นๆ ของไม้สนซีดาร์และกาแฟคั่วเข้มลอยมาแตะจมูก เตโชนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาสวมเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบน แขนเสื้อถูกพับขึ้นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนที่ท่อนแขนแกร่ง สวมแว่นสายตากรอบบางกำลังก้มหน้าตรวจแบบแปลนขนาดใหญ่ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองผู้มาเยือน
ฌาณิณยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะ ปล่อยให้ความเงียบทำงาน เธอไล่สายตามองสำรวจเขาในโหมดทำงาน... ผู้ชายคนนี้ดูดีจนน่าหมั่นไส้ ยิ่งเวลาที่เขาขมวดคิ้วเคร่งเครียดแบบนั้น มันยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ที่น่าค้นหา
“จะยืนจ้องอีกนานไหม?” เสียงทุ้มดังขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่เงยหน้าจากกองเอกสาร เตโชถอดแว่นสายตาออกวางบนโต๊ะ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับเธอ สายตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า... เป็นสายตาของการ ‘ประเมิน’ ไม่ใช่ ‘ชื่นชม’
“แต่งตัวอะไรของเธอ?” เขาถามเสียงเรียบ
“ชุดทำงานไงคะ สุภาพ เรียบร้อย” ฌาณิณหมุนตัวเล็กน้อยให้เขาดู “อาเตไม่ชอบเหรอคะ?”
“ที่นี่บริษัทออกแบบ ไม่ใช่แคทวอล์ก” เตโชตำหนิเสียงดุ “และอีกอย่าง... อยู่ที่นี่ ห้ามเรียกว่าอา”
ฌาณิณชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าจางลงเล็กน้อย “แล้วจะให้เรียกว่าอะไรคะ?”
“บอส... หรือคุณเตโช” เขาลุกขึ้นยืน เต็มความสูงที่ข่มขวัญคนตัวเล็กกว่าได้เสมอ เขาเดินอ้อมโต๊ะมายืนพิงขอบโต๊ะด้านหน้า กอดอกมองเธอด้วยท่าทางวางอำนาจ “ที่นี่ไม่มีคำว่าครอบครัว ไม่มีคำว่าลูกเพื่อน มีแค่เจ้านายกับลูกน้อง เข้าใจไหม?”
“เข้าใจค่ะ... บอส” ฌาณิณเน้นเสียงคำท้าย สายตาของเธอฉายแววท้าทายวูบหนึ่ง “แล้วหน้าที่ของ... ลูกน้องคนนี้ คืออะไรคะ?”
เตโชหรี่ตามองริมฝีปากอิ่มที่ขยับพูดคำว่า ‘บอส’ ได้อย่างน่าฟัง... น่าฟังจนน่าหงุดหงิด เขาพยายามข่มใจไม่ให้คิดลึกซึ้งกับเด็กสาวตรงหน้า พยายามบอกตัวเองว่าเธอคือหลาน คือลูกศิษย์ที่เขาต้องดูแล
“หน้าที่ของเธอคือเรียนรู้งานจากทีม Interior อย่าทำตัวเป็นภาระ และ...” เขาเว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกนิด จนฌาณิณต้องเงยหน้าสบตา “ห้ามบอกใครเรื่องที่เราอยู่บ้านเดียวกัน”
“ทำไมคะ? กลัวคนอื่นจะเข้าใจผิด... หรือกลัวใจตัวเองกันแน่?” คำถามนั้นหลุดออกจากปากเธอเร็วกว่าความคิด
เตโชแค่นหัวเราะในลำคอ เขาโน้มหน้าลงมาจนระดับสายตาเสมอกัน กลิ่นน้ำหอมของเขาคุกคามประสาทสัมผัสของฌาณิณอย่างรุนแรง “เธอกำลังสำคัญตัวผิดนะ ฌาณิณ... ที่ฉันไม่อยากให้ใครรู้ เพราะไม่อยากให้เธอโดนนินทาว่าใช้เต้าไต่... หรือว่าเป็นเด็กเส้น”
