บทที่ 1 : เส้นกั้นบางๆ ที่มองไม่เห็น - 2
จังหวะที่ปลายนิ้วเรียวสัมผัสกับขวดน้ำ มันเป็นจังหวะเดียวกับที่ปลายนิ้วของเธอแตะโดนหลังมือหนาของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ความเย็นของขวดน้ำไม่อาจสู้กระแสไฟฟ้าสถิตที่แล่นปราดผ่านจุดที่สัมผัสกันได้
เตโชชะงักกึก เขาไม่ดึงมือออก แต่กลับจ้องมองมือน้อยๆ ที่วางทาบทับอยู่บนมือเขา ผิวของเธอนุ่ม... นุ่มและอุ่นจนน่าตกใจ
"มืออาเตเย็นจังค่ะ" ฌาณิณพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอไม่ได้รีบชักมือกลับ แต่กลับใช้นิ้วโป้งไล้เบาๆ ที่หลังมือเขาอย่างเผลอไผล
การกระทำนั้นเหมือนการจุดชนวนระเบิด
เตโชคว้าข้อมือเล็กไว้ทันที แรงบีบที่ข้อมือทำให้ฌาณิณต้องเงยหน้าสบตาเขาด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน
"อย่าเล่นแบบนี้ ฌาณิณ" เขากัดฟันพูดเสียงลอดไรฟัน "เธออาจจะเคยอ้อนพ่อเธอได้ แต่กับอา... มันใช้ไม่ได้ผล"
"ณิณไม่ได้..."
"อย่าคิดว่าอาไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไร" เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาที่สั่นไหวของเธอ "แววตาแบบนี้... ท่าทางแบบนี้... เก็บไปใช้กับเด็กผู้ชายรุ่นเดียวกับเธอ อย่ามาใช้กับคนแก่รุ่นพ่ออย่างอา"
คำพูดของเขาเจ็บแสบและตรงไปตรงมา แต่แทนที่ฌาณิณจะร้องไห้หรือวิ่งหนี เธอกลับเม้มปากแน่น เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
"แล้วถ้าณิณไม่ได้อยากใช้กับเด็กผู้ชายพวกนั้นล่ะคะ?" เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น "ถ้าณิณอยากใช้กับ... คนที่ณิณรู้สึกด้วยจริงๆ"
เตโชนิ่งงันไปชั่วขณะ เขาไม่คิดว่าเด็กสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจะกล้าย้อนคำเขาแบบนี้ แรงบีบที่ข้อมือคลายลงเล็กน้อย แต่เขายังไม่ยอมปล่อย
"เธอแค่กำลังสับสน" เขาพูดเสียงแข็ง "เธอเพิ่งเรียนจบ โลกของเธอยังแคบ เธอยังไม่เจอคนอีกมาก"
"ณิณอายุยี่สิบสองแล้วนะคะ" เธอยืนยันหนักแน่น "ณิณรู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง และรู้ด้วยว่า... อาเตก็ไม่ได้ไม่รู้สึกอะไรเลย"
ประโยคนั้นเหมือนหมัดฮุกที่กระแทกเข้ากลางใจ เตโชปล่อยข้อมือเธอราวกับต้องของร้อน เขาถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว สร้างระยะห่างขึ้นมาอีกครั้ง กำแพงที่เขาสร้างขึ้นอย่างแน่นหนาเริ่มมีรอยร้าวเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของเด็กสาว
"เพ้อเจ้อ" เขาตัดบทเสียงห้วน หันหลังให้เธอทันทีเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่อาจจะฉายชัดบนใบหน้า "กลับเข้าห้องไปซะ แล้วพรุ่งนี้เช้าไม่ต้องตื่นมาทำอาหารเช้า อาจะออกไปทำงานแต่เช้า"
"อาเตคะ..."
"เข้า-ห้อง-ไป!" เขาตวาดเสียงดังก้องจนร่างเล็กสะดุ้งโหยง
ฌาณิณเม้มปากจนเจ็บ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาด้วยความน้อยใจ แต่เธอก็ยอมพยักหน้า "ค่ะ... ฝันดีนะคะ อาเต"
เธอกอดขวดน้ำแนบอก แล้วหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองไป เสียงประตูปิดลงเบาๆ ตามด้วยเสียงล็อกกลอน
เมื่อเสียงทุกอย่างเงียบลง เตโชถึงกับต้องยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความอัดอั้น หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติของคนวัยสี่สิบ ตอนนี้กลับเต้นแรงราวกับเด็กหนุ่มแรกรุ่นที่เพิ่งมีความรัก
เขาเดินไปที่สวิตช์ไฟ กดปิดไฟทุกดวงจนห้องตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากตึกสูงด้านนอกที่ส่องลอดเข้ามา เตโชเดินกลับไปที่โซฟา ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง สายตาของเขามองไปยังประตูห้องนอนปีกซ้ายที่ปิดสนิท
เขาโกหก... เขาโกหกเธอที่บอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไร และที่สำคัญที่สุด... เขาโกหกตัวเองไม่ได้ว่าวินาทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสเขา ความคิดชั่วร้ายในหัวมันเตลิดไปไกลแค่ไหน
"ภู..." เตโชพึมพำเรียกชื่อเพื่อนรักในความมืด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความทรมาน "มึงกำลังฆ่ากู... มึงเอายาพิษที่หวานที่สุดในโลกมาวางไว้ในบ้านกู"
ชายหนุ่มหลับตาลง ซึมซับความเจ็บปวดที่หอมหวานนี้ไว้ นี่เป็นเพียงคืนแรก... คืนแรกจากสามร้อยหกสิบห้าคืนที่เขาต้องทนทรมานอยู่กับสิ่งเย้ายวนใจที่เรียกว่า 'ฌาณิณ'
และเขาก็ไม่แน่ใจเลยว่า... ปราการที่เขาสร้างขึ้นนี้ จะต้านทานไฟราคะที่กำลังโหมกระหน่ำได้นานแค่ไหน
