บทที่ 5 ทำสัญญา
"..."
"ผมไม่ได้ให้เธอมาอยู่กับผม"
"เอ๊ะ?"
"เธอเป็นฝ่ายรับคำชวนของผมเองต่างหาก คนที่ตัดสินใจคือเธอ ถ้าตอนนั้นเธอปฏิเสธคำชวน ตอนนี้เธอก็คงจะไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้"
"งั้นทำไมคุณถึงชวนหนูละคะ"
"เพราะเธอสะดุดตาผม"
"คะ?"
'เหตุผลแค่นี้เหรอ'
"เธออาจจะไม่เชื่อ แต่มันคือเหตุผลนั่นจริง ๆ สาวน้อยเปียกปอน นัยน์ตาสิ้นหวัง เกือบจมดึงไปกับความโสมมของสังคม แต่ภายในลึก ๆ แฝงไปด้วยความไม่ยอมแพ้ ซึ่งผมชอบแววตานั้นมาก"
"!"
"มีอะไรจะถามผมอีกไหม"
พรีมส่ายหน้า เพราะคำตอบของเขา ทำให้เธอรู้สึกว่าเขาตั้งใจมองมาที่พรีมจริง ๆ ไม่ตัดสินจากภายนอก ต่างจากในตอนแรกที่พรีมคิดว่าเขาไม่ได้มองเธอ
ก่อนจะมีเอกสารหนึ่งฉบับราว ๆ สามแผ่นยื่นตรงหน้าเธออีกครั้ง
"อ่านให้ละเอียด นี่เป็นหนังสือสัญญาข้อตกลงระหว่างเราสองคน ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันทีที่เธอหยิบปากกาเซ็นมันลงบนเอกสาร สิ่งที่เธอต้องทำคือปฏิบัติข้อตกลงอย่างเคร่งครัดเท่านั้นโดยไม่มีข้อแม้ ดังนั้นถ้าทำไม่ได้ ผมจะปล่อยคุณไปและทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในคืนนี้"
พรีมกลืนน้ำลายลงคอ จู่ ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทั้งที่ฤทธิ์ยาควรทำให้ง่วงซึม นี่สินะการคุยกันของผู้ใหญ่ ต้องมีลายลักษณ์อักษรชัดเจน พรีมตั้งใจอ่านรายละเอียดอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน เพราะนี่คือหนังสือสัญญาแรกในชีวิตที่จะมีผลต่อชีวิตของเธอหลังจากนี้
ข้อตกลงระหว่าง A (ผู้ทำสัญญา) กับ B (ผู้ปฏิบัติตามสัญญา) : โดย B ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
1.ห้ามหักหลังหรือทำอะไรลับหลังโดยที่ A ไม่รู้เป็นอันขาด เพราะฉะนั้นก่อนทำอะไรต้องขออนุญาตและได้รับความยินยอมจาก A ก่อนเท่านั้น
2.ห้ามโกหกหรือใช้คำพูดกำกวมที่สามารถตีความผิด สร้างความเข้าใจผิดกับ A โดยเด็ดขาด
3. ทุกการเคลื่อนไหวของ B ต้องแจ้งให้ A ทราบ ยกเว้นตอนอยู่บ้าน เพื่อความสบายใจของ A
4.A เป็นผู้ปกครอง B แต่เพียงผู้เดียว
.
.
.
...ห้ามทำงานระหว่างเรียนจนกว่าจะเรียนจบปริญญาตรี A มีหน้าที่สนับสนุน B ทุกอย่าง...
ข้อตกลงระหว่าง A และ B สามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ตามความต้องการของ A ตราบเท่าที่ A เห็นด้วยและ B ยินยอมโดยไม่มีข้อแม้ และสัญญาฉบับนี้ไม่มีวันหมดอายุ จนกว่า A จะเป็นฝ่ายยกเลิกแต่เพียงผู้เดียว
'...นี่เป็นข้อตกลงจริง ๆ เหรอ' พรีมตั้งข้อสงสัยขึ้นในใจ ถึงมีบางส่วนที่ไม่เข้าใจนัก ที่ดูแล้วเหมือน A จะยึดติด ต้องการควบคุม B แต่พอมองดูดี ๆ ส่วนใหญ่มันแทบจะเป็นเรื่องปกติที่ไม่คิดว่าจะต้องมาทำเป็นข้อตกลงด้วยซ้ำ
จนพรีมเกิดคำถามว่า A เจอเหตุการณ์แบบไหนในชีวิตถึงต้องสร้างข้อตกลงพวกนี้ขึ้นมา ทั้งที่สำหรับพรีม มันเป็นเรื่องปกติมาก อย่างการจะไปไหนทำอะไรก็ต้องบอกผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองอยู่แล้ว ส่วนเรื่องห้ามโกหก มันก็ควรเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรทำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ศีล 5 ในศาสนาพุทธก็เขียนเอาไว้ มันไม่ได้ยากเลย
กระทั่งเห็นท้ายสัญญาว่า B อยู่ในความดูแลของ A ตลอดชีวิตและต้องทำตามข้อตกลงทุกข้อ หากทำการละเมิด A มีสิทธิ์ลงโทษ B ได้ทันที นี่แหละที่พรีมรู้สึกกังวล
"สงสัยข้อไหนก็ถามได้"
"ลงโทษแบบไหนเหรอคะ"
"ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความรุนแรงของเหตุการณ์นั้น ๆ"
พรีมทำท่าจะหยิบปากกาเซ็นลงบนเอกสาร
"เธอเข้าใจทุกอย่างแล้วจริงเหรอ สัญญาในมือเธอมันไม่ต่างอะไรกับการที่เธอขายชีวิตให้ผม" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นการเตือน ซึ่งตัวเขาก็รู้ดีว่าหนังสือสัญญานี้ฝ่ายเสียเปรียบคือ B
ถึงเขาจะมองแบบนั้น แต่สำหรับเธอ เขาคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต เธอพร้อมตอบแทนเขาไปตลอดชีวิต
"หนูสามารถเพิ่มข้อตกลงได้ไหมคะ"
"ไม่ได้ แต่...ถ้าเธอเป็นเด็กดีกับผมตลอด ผมจะยอมให้เธอเพิ่มข้อตกลงเข้าไป แน่นอนว่าต้องยินยอมทั้งสองฝ่าย" เว้นช่วงจังหวะพูด ก่อนจะพูดต่อ
"โอเคค่ะ"
"งั้นเขียนเพิ่มเข้าไป"
"ค่ะ"
"มีอะไรจะถามอีกไหม"
"หนูแค่สงสัยค่ะ ข้อตกลงธรรมดา ๆ จำเป็นต้องออกเป็นเอกสารด้วยเหรอคะ มันเป็นเรื่องทั่วไปของคนเรานิคะ"
รอยยิ้มมุมปากนึกขบขันกับความอ่อนต่อโลกของเด็กสาวตรงหน้า
"เพราะกาลเวลาทำให้คนเปลี่ยนแปลงไปยังไงล่ะ"
"หนูมั่นใจว่าหนูไม่เปลี่ยน ถ้าเปลี่ยนหนูคงเปลี่ยนเพื่อให้หนูเป็นที่คู่ควรจะยืนเคียงข้างคุณ"
"ไม่จำเป็น เพราะทันทีที่เธอเซ็นสัญญา มันก็ผูกเธอไว้กับผมแล้ว ดังนั้นเธอไม่จำเป็นต้องทำอะไร คิดแค่ว่าอย่าหักหลังผมก็พอ" สายตาและน้ำเสียงเย็นชาจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เป็นคำเตือนครั้งสุดท้ายให้เธอตระหนักก่อนเซ็น
"..."
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เซ็นยินยอมซะ"
พรีมไม่รอช้าจรดปลายปากกาลงบนกระดาษทันที เป็นอันเสร็จการทำข้อตกลง
ฮูว
"คือว่า..." พรีมพูดโพล่งออกมาอีกครั้ง
"..."
"สักวันหนูจะเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้คุณฟังค่ะ ดังนั้น...ขอบคุณที่ช่วยหนูนะคะพี่"
พรีมเปลี่ยนสรรพนามจากคำว่าคุณในตอนแรกมาเป็นพี่ ลดความห่างเหินในความสัมพันธ์ พร้อมรอยยิ้มสดใสถึงจะดูอ่อนล้าไปบ้าง แต่ก็คลายความกดดันระหว่างกันลงไปได้บางส่วน
"ผมชื่อชยิน อัศวพิพัฒน์ ยินดีต้อนรับสู่บ้านของผม"
"ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ หนูชื่อพรีม ฌิชยา เทียนสุข อายุ 17 ปี หนูจะตั้งใจเรียนให้เก่ง ๆ ไม่ทำให้พี่ผิดหวังค่ะ"
"งั้นเริ่มจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ก่อนเป็นไง" ชยินให้โจทย์แรกกับพรีม
"ค่ะ หนูมั่นใจว่าหนูทำได้ พี่รอดูได้เลย"
"ถ้างั้นวันนี้พักผ่อนเถอะ เหนื่อยมามากแล้ว"
"ค่ะ" พอนึกถึงโรงเรียน ความหนักอึ้งในใจเกิดขึ้นอีกครั้งแสดงออกผ่านสีหน้า
ไม่รู้ว่าแม่กับดนัยจะตามไปที่โรงเรียนสร้างความวุ่นวายอะไรอีกรึเปล่า ในเมื่อแม่เป็นคนไล่เธอออกมา แต่แอบหวั่นใจพวกเขาจะตามไปรังควาน ถ้าเกิดดนัยเกลี้ยกล่อมแม่จนใจอ่อนแล้วอารมณ์ดีขึ้น เรียกให้พรีมกลับไป หวังว่าไม่เป็นอย่างนั้น อีกไม่กี่เดือนจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ถ้าเกิดหยุดกลางคัน พรีมกลัวว่าจะส่งผลต่อผลการเรียน แต่ถ้าเธอไปโรงเรียน เธอก็...
"จะให้ผมย้ายโรงเรียนให้ไหม" ชยินถาม เหมือนเขารู้ความคิดเธอ
"คะ ช่วงปลายเทอมสองนะเหรอ"
"ใช่"
ทำแบบนั้นได้จริงเหรอ ถึงจะไม่รู้ว่าด้วยวิธีอะไร ถ้าเป็นไปได้พรีมก็อยากย้าย แม้จะเสียใจที่ต้องบอกลาเพื่อนสนิท และหวังว่าเธอจะเข้าใจในการตัดสินใจของเพื่อนคนนี้
"ค่ะ"
นับตั้งแต่นั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชยินดูแลพรีมอย่างดีมาโดยเสมอ ให้ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้าที่อบอุ่น อาหารร้อน ๆ แสนอร่อย และความรู้สึกดี ๆ เหมือนพี่ชายคอยสอน ตักเตือน ที่สำคัญทำให้เธอได้เดินตามความฝัน โดยไม่มีข้อแม้ ซึ่งพรีมรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจเสมอ
สิ่งเหล่านี้มันยากที่พรีมจะทดแทนได้ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนชยินมากนัก และเธอโตพอแล้วเลยอยากตอบแทนเขา ยอมผิดข้อตกลงสำคัญข้อหนึ่ง คือการแอบไปทำงานพิเศษ
เธอรู้ดีว่าเงินที่ใช้ตลอดสามปี แลกมากับการที่ชยินทำงานหนักทั้งวันทั้งคืน ถึงปริมาณที่เขาหาได้จะเยอะกว่าคนทั่วไป แต่ถ้าเขาไม่พยายาม คงไม่ประสบความสำเร็จถึงขนาดนี้ พรีมเลยนับถือชยินมากและมองเขาเป็นแบบอย่าง คิดแค่ว่าอะไรที่พอแบ่งเบาได้ เธอก็จะทำเป็นการขอบคุณเขา อย่างวันนี้...
