บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ความช่วยเหลือของชายปริศนา

3 ปีก่อน...

ท่ามกลางสายฝนและกระแสลมแรงโหมกระหน่ำ เด็กสาวสภาพเปียกปอนสั่นสะท้านจากความหนาวเหน็บ นั่งกอดเข่าทรุดตัวนั่งริมฟุตบาทข้างถนน อาศัยป้ายรถเมล์เป็นที่กำบังลมพอประทังความเย็น ดวงตาระเรื่อแดงก่ำไร้ประกายหมดหนทาง เมื่อชีวิตและอนาคตของเธอในวัย 17 ปีต้องมาถึงทางตัน

ความมืดในจิตใจบดบังซึ่งจุดหมาย ลืมแล้วสิ้นความปรารถนาที่จะสร้างอนาคตที่ดี เลี้ยงดูแม่และกลับไปเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอีกครั้งในบ้านที่พ่อทิ้งไว้ให้ กลับกลายเป็นคนไร้บ้าน เมื่อพิมพ์พิมลที่เห็นสามีใหม่ดีกว่าลูกตัวเองตัดขาดสายสัมพันธ์

ครืน

เสียงฟ้าร้องยังคงกึกก้องทั่วบริเวณ เสียงคำรามคล้ายกับเสียงกรีดร้องของหัวใจบริสุทธิ์แตกสลายเป็นชิ้น ๆ ไร้เสียง

ณ วินาทีสิ้นหวังนั้นเอง...

"ถ้าไม่มีที่ไป มากับผมไหม" น้ำเสียงทุ้มต่ำ ราบเรียบไร้อารมณ์ แฝงความเย็นชาไว้ในคำพูด มีความรู้สึกไม่แตกต่างกับความหนาวเย็นที่ร่างเล็กกำลังเผชิญ ของชายแปลกหน้าในชุดสูทดูดี ยื่นร่มกำบังฝนมาทางหญิงสาว

"..."

ใบหน้าดูดี สะอาดเกลี้ยงเกลา มีภูมิฐานแสดงถึงฐานะมีกินมีใช้ คงความเรียบเฉย สุขุมอยู่อย่างนั้น กับแววตาสีดำสนิทมองไม่วางตาให้ความรู้สึกกดดันมากกว่าสงบนิ่ง ผิดกับเธอที่ไม่ว่ามองดูส่วนไหนก็มอมแมม สกปรก

พอมองดูดี ๆ แววตาคู่นั้นเหมือนกำลังตั้งใจจ้องมองพรีม แต่เธอกลับรู้สึกว่าเขาไม่ได้มอง เธออยากรู้ว่าเขากำลังมองใคร

วินาทีที่สบตา กลิ่นน้ำหอมลอยปะปนมากับไอฝน ดึงเราเข้าหากัน ทั้งสองคนต่างรู้ได้ทันทีว่าต่างมีแผลใจแสนสาหัส

คำถาม ความสงสัยมากมายถึงตัวตนที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว ทำไมเขาถึงยื่นร่มและหยิบยื่นโอกาสมาให้ กลายเป็นว่าในช่วงเวลาเลวร้าย เขาเปรียบเสมือนพรแห่งสวรรค์ที่เข้ามาดึงพรีมขึ้นจากปากเหว มอบความหวังใหม่ให้หญิงสาวตกอับ แม้ในใจนึกหวาดระแวง

แต่...พรีมพยักหน้าตอบรับไม่รอช้า

'เส้นทางจากนี้...อนาคตจะเป็นอย่างไรก็ช่าง คงไม่มีอะไรแย่ไปมากกว่านี้อีกแล้ว ขอแค่ไม่อยู่คนเดียวหรือถูกทิ้งอีกก็พอ...'

“นับจากนี้ชีวิตของเธอเป็นของผม มาสิ”

เป็นคำพูดที่ฟังดูอบอุ่น แต่น้ำเสียงนั้นกลับบาดลึกจนหายใจไม่ทั่วท้อง ประหนึ่งเป็นโซ่พันธนาการนับตั้งแต่วินาทีที่เธอตอบรับโอกาส กว่าจะรู้ตัวชีวิตของเธอ ไม่ใช่ของตนอีกต่อไป ก็ตอนที่เฝ้ามองเขาแต่เพียงผู้เดียว

ภายในรถหรูขับแล่นบนท้องถนน ทั้งเงียบสงัดและเย็นฉ่ำ พรีมได้แต่อดทนกับความหนาวสะท้าน ยังดีที่คนคนนั้นถอดสูทตัวนอกคลุมตัวเธอ พอลดทอนความหนาวเย็นลงไปได้บ้าง และไม่มีใครปริปากพูดสิ่งใดออกมา ต่างจมอยู่กับความคิดของตน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนขับรถขับพาไปยังจุดหมาย...คอนโดหรูใจกลางเมือง

"ห้องเธออยู่ตรงนั้น รีบไปอาบน้ำ กินยา แล้วพักผ่อนซะ" เอ่ยทันทีที่เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับชี้นิ้วไปยังตำแหน่งที่บอก

ชายผู้ช่วยชีวิตพอมองในที่มีแสงสว่าง ตัวเขานั้นใหญ่โตกว่าที่เห็นตอนแรก ช่วงอกที่ผึ่งผายและช่วงขาที่ยาวชะลูด เธอไม่รู้จักตัวตนของเขาแม้แต่ชื่อ นอกจากใบหน้าหล่อเหลาที่จำได้จนขึ้นใจ

เขา...ไม่ได้น่ากลัวหรือเหมือนคนทำอาชีพอันตรายอย่างที่คิด น่าจะเป็นนักธุรกิจฐานะดีถึงดีมากคนหนึ่ง สังเกตจากตำแหน่งที่อยู่คอนโดใจกลางเมือง พื้นที่ภายในกว้าง เพดานสูงมีโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ห้อยอยู่ ทำให้บ้านดูกว้าง ภายในมีทั้งหมดสองชั้น ตกแต่งด้วยของเรียบง่ายแต่มีราคา หาซื้อไม่ได้ตามตลาดทั่วไปเป็นของสั่งทำเฉพาะ มีน้อยชิ้น ไหนจะสิ่งของอำนวยความสะดวกครบครัน เทียบเท่ากับบ้านสองชั้นหนึ่งหลัง เพียงแต่ไม่มีสนามหญ้าให้เดินเล่น แลกกับความสะดวกในตัวเมืองที่จราจรติดขัด เท่าที่ดูราคาคอนโดแห่งนี้ไม่ต่ำกว่าแปดหลัก เพราะสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเอื้ออำนวยทำให้พรีมคิดไปแนวทางนั้น

พรีมเดินตามหลังมาติด ๆ กลัวทำอะไรพลาด ไม่กล้าทำอะไรนอกเหนือจากคำสั่ง พลางกวาดสายตามองรอบ ๆ รู้สึกเกร็งวางตัวไม่ถูก หันกลับมองย้อนดูตัวเอง ยิ่งในสภาพนี้แล้ว มองยังไงก็ไม่เข้ากัน เนื้อตัวสกปรกมอมแมม เสื้อผ้าหลุดลุ่ย

คิดในใจว่าจะมีวันที่ตนจะมีคอนโดหรูเป็นของตัวเองหรือประสบความสำเร็จได้อย่างเขาไหมนะ

ความลังเลก่อเกิดเป็นความไม่สบายใจ คิดว่าหรือจริงๆ แล้ว เธอไม่ควรตอบรับคำชวนและตามมา ทั้งที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน แทนที่จะตั้งแง่มองว่าเธออาจจะเป็นคนไม่ดี ซึ่งแล้วแต่จะให้คิดไป แต่เขากลับทำตัวปกติมาก และเป็นเธอกลับตั้งข้อสงสัยแทน

"..."

"ไว้ผมให้คนซื้อของใช้ส่วนตัวมาให้ ถ้าอยากได้อะไรก็บอก..."

"คือว่า..." พรีมแสดงท่าทีอึกอัก พูดสวนขัดประโยคอีกฝ่าย แล้วเงียบไป ไม่ยอมพูดต่อ กลัวว่าสิ่งที่พูดจะสร้างความไม่พอใจให้อีกฝ่าย

"..." จนเจ้าของบ้านหยุดเดิน หันหลังกลับมายืนตรงหน้าหญิงสาว รอฟังสิ่งที่เธออยากพูด

"คุณ...ไม่ถามหรือสงสัยอะไรเลยเหรอคะ ว่าทำไมหนูถึงอยู่ในสภาพนี้"

"...เธออยากให้ผมถามเหรอ" คนฟังเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามคำถามกลับ

"เปล่าค่ะ หนูแค่คิดว่าคนเราต้องมีคำถามอยู่แล้วนิคะ จู่ ๆ ถ้ามีใครที่ไหนที่ไม่รู้จักกัน มาที่บ้านแถมยังอยู่ด้วย"

"ใช่ ผมมีคำถาม มีข้อสงสัยมากมายในหัวเกี่ยวกับเธอ แต่ผมคิดว่าเธอคงไม่อยากเล่าอะไรตอนนี้ ผมก็ไม่ได้บังคับ ไว้คุณพร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอกผมก็แล้วกัน"

"ถ้าเกิดหนูเป็นคนไม่ดี..."

"คนไม่ดีที่ไหนจะสมมติตัวเองว่าเป็นคนไม่ดี แล้วยังกังวลคิดแทนผม ขนาดผมเป็นเจ้าบ้านยังไม่คิดมากเท่าเธอ"

"ถ้างั้นทำไมคุณถึงพาหนูมากับคุณละคะ"

ฮัดชิ้ว! คนตัวเล็กจามขัดจังหวะสนทนา

"ไปทำร่างกายให้อุ่นก่อน แล้วพักผ่อนซะ เรายังมีเวลาคุยกันอีกเยอะ ทำใจให้สบายเถอะ"

คนคนนั้นพูดทิ้งท้าย หันหลังเดินลงบันไดไปชั้นล่าง หลังมาส่งเธอถึงหน้าห้อง พรีมยืนนิ่งมองแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไปจนลับตา ร่องรอยความรู้สึกที่เหลือทิ้งไว้ช่างหนักอึ้ง เป็นบางอย่างที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดถูก

...

ในเมื่อเจ้าของบ้านอนุญาตแล้ว นับแต่นี้ไปที่นี่คือบ้านใหม่ของเธอ

หญิงสาวร่างบางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ใช้มือเล็กบิดลูกบิดประตูผลักเข้าไปในห้อง ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้แล้วอย่างดี กวาดสายตามองไปรอบ ๆ มันดูเรียบง่ายไม่ต่างอะไรจากชั้นล่าง เป็นห้องโล่งที่ของประดับตกแต่งมีไม่มากมาย มีเพียงของใช้เท่าที่จำเป็น น่าจะเป็นห้องที่เอาไว้รับแขก แต่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

ห้องเดิมที่เธอเคยอาศัยยังไม่กว้างเท่านี้ สองเท้าเดินสำรวจสร้างความคุ้นชิน ทุกซอกทุกมุม ปิดท้ายที่สุดท้ายคือห้องน้ำ พอเปิดประตูเข้ามา ยังมีห้องแยกออกเป็นห้องแต่งตัวอีกหนึ่งห้อง เธอดูตื่นเต้นกับมันเหมือนกำลังเดินสำรวจในเขาวงกต ซึ่งภายในห้องแต่งตัวยังโล่ง นอกจากชุดคลุมอาบน้ำ เธอคงต้องใส่นอนไปก่อนสำหรับคืนนี้ และถึงเวลาที่พรีมต้องอาบน้ำสักที

เธอเปลื้องเสื้อผ้าเปียกชื้นหน้ากระจก มองดูสภาพมอมแมมของตัวเอง นึกย้อนถึงเหตุการณ์ตอนนั้น

"สกปรก..."

รีบเดินเข้าไปในตู้กระจกใสเปิดฝักบัว ให้กระแสน้ำอุ่นไหลผ่านร่างกาย ชำระล้างสิ่งสกปรก ผิวสัมผัสกายเนื้อไม่เท่าไหร่ แต่ร่องรอยสัมผัสของดนัยที่เธอแสนรังเกียจยังคงอยู่ ใช้ใยขัดตัวขย้ำสบู่เกิดฟองหนา ขัดผิวจนเกิดรอยแดง ย้ำซ้ำ ๆ ตรงบริเวณที่โดน พยายามลบรอยเหล่านั้นออกไปจากความทรงจำ

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง พรีมเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำ เห็นเสื้อผ้าตัวใหม่วางอยู่ปลายเตียง พร้อมโน้ตสั้น ๆ ให้ลงไปข้างล่าง ทีแรกที่เธอเข้ามาในห้องมันไม่มีหรือไม่ได้ทันสังเกต นึกไปนึกมาพรีมแน่ใจว่าไม่มี เขาคงเอาเข้ามาให้

เสื้อเชิ้ตคอกลมตัวใหญ่หลวมโพรกกับกางเกงขายาวลากพื้น พอมันอยู่บนตัวพรีมแล้วดูเหมือนเด็ก ต้องใช้สายยางผูกผมมัดเป็นปม พับขากางเกงให้ดูเรียบร้อย ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่าง เขาคงอยากจะคุยสิ่งที่ยังค้างคา

ไม่รู้ทำไมในใจลึก ๆ พรีมรู้สึกกลัวคนคนนั้น ทั้งที่การกระทำของเขาดูสวนทางกับความกลัว สัญชาตญาณกำลังเตือนเธอแต่พรีมไม่สนใจ

...

"นั่งสิ" พรีมยืนนิ่ง มองดูอีกฝ่ายกำลังตักโจ๊กใส่ถ้วยอยู่ในห้องครัว เธอซึ่งเป็นเด็กจะให้ผู้ใหญ่มาคอยดูแลตลอดไม่ได้ อย่างน้อยขอให้ได้ทำอะไรบ้าง

"มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ" พรีมปลีตัวเข้าหาทันที

"ตอนนี้ยังไม่มี ไปนั่งเถอะ โจ๊กเสร็จพอดี กินให้หมด จะได้กินยา"

พรีมทำตามอย่างว่าง่าย นั่งที่โต๊ะ ค่อย ๆ ตักโจ๊กที่วางตรงหน้า กินทีละคำจนหมดถ้วยแล้วกินยา

ระหว่างนั้นนัยน์ตาสีดำสนิทจับจ้องพรีมไม่วางตา ไม่ปริปากพูดคำใดตั้งแต่เมื่อกี้ คอยมองผิวขาวผ่องที่โผล่ออกมานอกเสื้อเชิ้ตหลวมโพลก อย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับมีสีแดงระเรื่อ เป็นร่องรอยจากการขัดผิวแรง ๆ ซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง เท่านี้พอเดาได้แล้วว่าเธอเจออะไรมา

"ผมจะตอบคำถามเมื่อกี้"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel