พันธกานต์ตีตรา

102.0K · จบแล้ว
Florentina
48
บท
158
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เธอ...ถูกคนในครอบครัวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีพระคุณทำร้าย ส่วนเขา...ถูกคนรักทรยศหักหลัง ต่างฝ่ายต่างมีบาดแผลและความกลัว ณ คืนฝนตกหนัก "ถ้าเธอไม่เหลือใคร มาอยู่กับผมสิ"

นิยายรักโรแมนติกประธานนักศึกษาพลิกชีวิตแฮปปี้เอนดิ้งครอบครัวใช้ความรุนแรงดราม่าเจ้าเล่ห์หลอกลวง18+

บทนำ : ปฐมบทพันธกานต์

“แก! มันลูกเนรคุณ แกกล้าดียังไงมายุ่งกับผัวฉัน”

เสียงตวาดดังลั่น สนั่นทั่วบริเวณภายในในบ้าน ด้วยอารมณ์โกรธจัดของพิมพ์พิมล

แววตาจ้องเขม็งของสาวใหญ่วัย 40 ปีกำลังยืนด่าทอ 'พรีม ณิชยา' ลูกสาวในไส้เพียงคนเดียว หลังเห็นฉากที่พรีมกำลังนัวเนียอยู่กับสามีใหม่ของเธอ หรือก็คือพ่อเลี้ยงในห้องนอนส่วนตัว

"แม่! ช่วย..."

ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในชีวิตของตน คงจะมีแค่ในละครหลังข่าวหรือไม่ก็สังคมที่ขาดจริยธรรมหรือจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี ไร้การศึกษา แทนที่กลับบ้านมาเหนื่อย ๆ อากาศร้อน ๆ จากข้างนอก หวังพักผ่อนให้สบายใจ คลายความหัวเสียหลังเสียมือให้กับเจ้ามือวงไพ่ไปหลายแสน กลับต้องมาเห็นภาพสามีกับลูกสาวทำเรื่องผิดผีอยู่บนเตียงลับหลังตนเช่นนี้

พิมพ์พิมลรีบกรูเข้าแยกตัวพรีมออกจากดนัยหรือที่ใคร ๆ รู้จักในชื่อเฮียโชค แล้วผลักเธอออกอย่างแรง จนร่างเล็กเสียหลักล้มหน้ากระแทกพื้น ปากแตก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก ไม่แม้จะสนใจฟังเสียงเรียกขอความช่วยเหลือจากลูกสาว วินาทีนั้น...ใจของพรีมแตกสลาย เมื่อที่พึ่งสุดท้ายหันหลังให้เธอ

"เป็นอะไรไหมคะคุณ" พิมพ์พิมลแสดงสีหน้าเป็นห่วงดนัย แทนที่จะเป็นห่วงลูก กลับกันส่งสายตาเชิงตำหนิ โกรธแค้น มองเธอเป็นผู้ร้ายของเรื่อง

ทั้งที่พรีมอยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยจากแรงฉีกกระชาก ร่างกายสั่นเทา น้ำตาไหลอาบแก้ม หวาดกลัวต่อการกระทำอุกอาจของพ่อเลี้ยงที่ฉุดลากเธอเข้ามาในห้อง หลังกลับมาจากเรียนพิเศษในวันสุดสัปดาห์ตามปกติ ราวกับว่าวางแผนมาอย่างดี อาศัยจังหวะช่วงที่พิมพ์พิมลไม่อยู่บ้านหวังจะข่มขืนเธอ

แต่ผิดแผน ไม่คิดว่าพิมพ์พิมลจะกลับมาเร็ว ขัดจังหวะเข้าได้เข้าเข็ม ดนัยเฝ้ารอเวลานี้มาตลอด

'อีกนิดเดียวแท้ ๆ ฮึ่ย'

“แม่เป็นห่วงมันทำไม มันพยายามข่มขืนหนูนะ แม่ต้อง...(ปกป้องหนูสิ)” พรีมพูดคำสุดท้ายไม่ออก มันจุกอยู่ตรงคอเหมือนมีใครบีบคอไม่ให้เธอพูด

มือเล็ก ๆ สั่นกลัว เอื้อมจับขาแม่พยายามอธิบายเรื่องราวทั้งหมด ทั้งดึงให้แม่ออกห่างจากดนัยที่กำลังแสดงสีหน้าว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ

“ข่มขืนบ้าบออะไร คุณดนัยมีฉันอยู่ทั้งคน ถ้าแกไม่ไปยั่วยวนหรือให้ท่า เฮียไม่มีทางทำแบบนั้นกับแกหรอก เพราะเขาเป็นพ่อแกนะ เป็นแกเองที่ไม่รู้จักบุญคุณ เนรคุณเฮีย ฉันไม่น่าคลอดแกออกมาเลยจริง ๆ”

พิมพ์พิมลพูดขัดบท ไม่ฟังสิ่งที่ลูกสาวพูด แต่กลับเข้าข้างสามีใหม่ฐานะดี มีหน้ามีตาในสังคม ที่เห็นดีเห็นงาม เข้าข้างกว่าลูกในไส้ ด่าทอต่าง ๆ นานา หน้ามืดตามัวหลงใหลสามีใหม่จนลืมตรรกะเหตุผล ว่านี่คือลูกที่ตนน่าจะรู้นิสัยใจคอดีที่สุด

!

คำพูดของแม่ดั่งฟางเส้นสุดท้ายที่คอยยึดความสัมพันธ์ในครอบครัวแสนเลวร้ายให้ขาดลง เมื่อความจริงที่ลูกสาวเพียงคนเดียวพร่ำบอก พิมพ์พิมลยังไม่คิดจะเชื่อแถมยังเข้าข้างคนผิด ใจที่แตกสลายถูกย่ำยีจนละเอียด มองหน้าแม่

ย้อนกลับไป เมื่อ 10 ปีก่อน คือวันที่พิมพ์พิมลพบรักกับดนัย และพรีมในวัย 7 ขวบก็ไม่เคยมีความสุขอีกเลยนับตั้งแต่นั้น คำว่าครอบครัวที่เธอกลายเป็นเศษส่วนเกิน พิมพ์พิมลเอาแต่สนใจสามีใหม่ ชุบตัวเองในฐานะภรรยานักการเมืองท้องถิ่น ออกหน้าออกตาตามงานสังคมจนไม่มีเวลาให้ลูก เลี้ยงพรีมด้วยเงิน ปล่อยให้เธอดูแลตัวเอง ไม่สนใจว่าเธอจะกินจะนอนยังไง แค่วางเงินไว้บนโต๊ะ บอกสิ่งที่ต้องการ แล้ววันถัดมาพิมพ์พิมลก็จะหามาให้ด้วยเงินของดนัย

จนกาลเวลาล่วงเลย นับวันพรีมยิ่งโตเป็นสาว สวยขึ้นตามวัย ประหนึ่งดอกไม้แรกแย้ม

สายตาของพ่อเลี้ยงที่มองมาเริ่มเปลี่ยนไปเช่นกัน มันเป็นสายตาของนักล่าจ้องจะจับเหยื่อ หลายครั้งที่สายตาคู่นั้นหยาบโลน และคำพูดสื่อไปทางล่อแหลมเปิดเผยออกมาอย่างไม่ปิดบัง โดยเฉพาะเวลาที่พรีมต้องอยู่บ้านกับพ่อเลี้ยงสองคนตามลำพัง เขามักจะชอบเข้ามาใกล้ แตะเนื้อต้องตัว ทำทีเป็นสอนการบ้าน ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยแม้แต่จะใส่ใจ หรือชายตามอง จนพรีมรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย

เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ช่วงหลังมานี้พรีมไม่ค่อยกลับบ้าน ไปอาศัยอยู่บ้านเพื่อนสนิท ตั้งใจอ่านหนังสือ ติวข้อสอบ เรียนพิเศษจนดึกดื่น เพื่อความหวังเดียวคือสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ และเฝ้าภาวนาว่าถ้าเรียนจบมัธยมเมื่อไหร่จะออกไปใช้ชีวิตของตนเอง แต่กลายเป็นว่าการกระทำเธอ เป็นเด็กไม่ดีในสายตาแม่ เพราะคำเป่าหูของดนัย

“แม่...เฮียโชคไม่ใช่พ่อพรีม” ดวงตาชื้นแฉะจากของเหลวรสเค็มมองหน้าแม่อย่างสิ้นหวัง คำถามมากมายอยู่ในใจ โดยเฉพาะ...

'แม่เคยรักพรีมบ้างไหม'

"ไอพรีม! แกพูดกับเฮียโชค ผู้มีพระคุณกับแกแบบนี้ได้ยังไง เด็กอกตัญญู! ข้าวปลาที่เลี้ยงท้องแกจนถึงวันนี้ ค่าเล่าเรียน ก็ได้เฮียเป็นคนส่งทั้งนั้น"

"แม่พูดแบบนี้ แปลว่าพรีมต้องสำนึกรู้คุณด้วยการตกเป็นเมียอีกคนของเฮียเหรอ"

"พรีม!" พิมพ์พิมลตวาดเสียงดังอย่างเหลืออด

“พิมพ์ใจเย็น ๆ ลูกพรีมยังเด็กพึ่งเข้าสู่วัยรุ่น มีความอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา คงไม่รู้เรื่องรู้ราว แกไม่ได้ตั้งใจหรอก เป็นความผิดของผมที่ทำหน้าที่พ่อได้ไม่ดีพอ พยายามตักเตือน แต่ไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้ ไม่รู้ว่าลูกพรีมถูกคนไม่ดีที่โรงเรียนเป่าหูมารึเปล่า คง...ไม่ใช่เพื่อนสนิทที่เธอชอบไปนอนที่บ้านบ่อย ๆ ในช่วงนี้หรอกนะ ช่างเถอะในเมื่อพิมพ์เห็นแล้วเราค่อย ๆ สอนลูกกันเถอะ ขอให้เรื่องวันนี้มันแล้วก็แล้วกันไป” เฮียโชคพูดแก้ตัวให้ตัวเองดูดี บิดเบือนความจริง ทั้งยังมากล่าวหาเพื่อนสนิท ที่เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

“เฮียโชค! แกพูดอย่างนี้ได้ยังไง ชีสพายเป็นคนดี เธอได้รับการอบรมมาอย่างดีจากพ่อแม่ที่รู้จักผิดชอบชั่วดี แกนั่นแหละที่พยายามข่มขืนฉัน ไอ้เฒ่าหัวงู...”

พรีมเหลืออดพูดในสิ่งที่อัดอั้นทั้งหมดออกไป

เพียะ!

เสียงตบฟาดหน้าอย่างแรงจากฝ่ามือพิมพ์พิมลลงบนหน้าพรีม จนเลือดซึมออกมาตรงริมฝีปากซ้ำรอยแผลเดิม แก้มข้างที่โดนชาและค่อย ๆ แดงระเรื่อขึ้น เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับพยายามเรียบเรียงเรื่องราวและความรู้สึก

"..."

มือบางสั่นไหวยกมือขึ้นจับแก้ม ตกใจกับการกระทำ ไม่คิดฝันว่าพิมพ์พิมลจะกล้าตบตน สายตาสั่นไหวจ้องมองหน้าแม่ต้องการคำอธิบาย แต่สายตาที่มองมา กลับมีแต่ความโมโห อารมณ์โกรธ ผิดหวังในตัวลูกสาว

"แม่...ตบพรีมเหรอ" น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยกับพิมพ์พิมล

ที่ผ่านมาเธอไม่เคยตีหรือทำร้ายลูกสาวเลยสักครั้ง แต่คราวนี้...!

“เฮียโชคเลี้ยงดูแกมาตั้งแต่พ่อแกตายไปตอน 7 ขวบ นี่ผ่านมา 10 ปี เงินที่แกกิน แกใช้อยู่ทุกวันก็เป็นเงินเฮียโชค เขาเอ็นดูแกเหมือนลูกตัวเอง ถ้าเฮียคิดจะขมขื่นจริง ๆ คงไม่ต้องรอดจนถึงป่านนี้หรอก สี่ห้าปีที่แล้วแกคงเสร็จเฮียไปนานแล้ว เฮียเขาพยายามตักเตือนแก แต่แกยังมีหน้ามาว่าเฮียอีกเหรอ”

“...เพราะสี่ห้าปีที่แล้ว แม่มัวแต่เกาะติดคอยจับผิดผู้หญิงคนอื่นที่เฮียไปยุ่งอยู่ตลอดเวลาไง ถึงไม่เกิดเรื่อง แม่ไม่รู้จริงเหรอว่าไอ้เลวนี่มันคนยังไง ทั้งที่เห็นอยู่ว่ามันเจ้าชู้ไปทั่ว”

“พรีม แทนที่แกจะฟังสิ่งที่แม่พูด แกกลับเถียงคำไม่ตกฟาก ได้! ออกไปเลยนะ! แกออกจากบ้านหลังนี้ไปเลย ไอลูกไม่รักดี ไอเด็กอกตัญญูเลี้ยงเสียข้าวสุก และไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นอีก จะไปตายที่ไหนก็ไป ออกไป!”

พิมพ์พิมลโมโหไล่พรีมออกจากบ้านอย่างเหลืออด แทนที่จะรับฟัง ตรึกตรองคำพูดของลูกสาวสักนิด กลับมองว่าเธอดื้อรั้น ไม่ฟังใคร

"แม่...ฮึก"

"ออกไปซิ!"

พรีมกอดขาแม่ตัวเองสุดแรง ส่ายหน้าไปมา เพื่อไม่ให้เธอต้องไปจากบ้านหลังนี้ ในเมื่อมันเป็นบ้านที่พ่อแท้ ๆ ทิ้งไว้ให้เป็นของต่างหน้า สมบัติชิ้นสุดท้ายที่ทำให้พรีมยังคงอดทน เพราะคิดว่าสักวันเราจะกลับไปเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แม้จะอยู่ด้วยกันสองคนแม่ลูก

“แม่ พรีมไม่ไป พรีมจะอยู่กับแม่ พรีมไม่ได้ทำจริง ๆ นะ แม่เชื่อพรีมสิ คนที่ต้องออกไปคือเฮียโชค เราอยู่กันสองคนได้นะแม่ พรีมจะรีบเรียนจบหาเลี้ยงแม่เอง ทิ้งคนเลวนี้ไปเถอะนะ เฮียโชคเป็นคนไม่ดี แม่อย่าโดนหลอกสิ ฮึก” พรีมอ้อนวอนผู้เป็นแม่ ซึ่งต่อให้ใครจะมองมายังไง แต่ในสายตาลูกคนหนึ่งแม่ก็คือแม่

“ฉันบอกให้แกออกไป ไม่ได้ยินรึไง!” พิมพ์พิมลดึงผมพรีม กึ่งดึงกึ่งลากออกไปนอกประตู

ฮึก

ดวงตาเศร้าเหลือบมองหน้าเฮียโชค แสดงสีหน้าสะใจ แอบยิ้มมุมปาก

ถึงเจ้าตัวจะรู้สึกเสียดายแต่ใช่ว่าอนาคตจะไม่มีโอกาส เขาหาพรีมเจอแน่ตราบเท่าที่มีเงินและอำนาจ จนกว่าจะถึงวันนั้นเขาอดทนรอได้ แล้วค่อย ๆ เชยชมเธอและทำให้เธอเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์

พรีมกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นสลับกับมองหน้าแม่ไร้ซึ่งความสั่นไหวกับการที่อาจจะต้องเสียลูกเพียงคนเดียวไปตลอดกาล สุดท้ายแล้วที่ผ่านมาพิมพ์พิมลไม่เคยรักหรือห่วงใยเธอเลย คงจะดีเสียกว่าที่ปลดภาระก้อนใหญ่ในชีวิตออกไปได้

"..."

สองขาลุกขึ้นพยายามยืนหยัดกับการตัดสินใจที่เธอไม่ได้เป็นคนเลือก ทั้งที่ภายในใจแตกสลายสิ้นซากยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ในเมื่อที่นี่ไม่ต้องการเธอ พรีมไม่จำเป็นต้องลังเลอีกต่อไป

“สักวันกรรมจะตามสนองแก” น้ำเสียงโกรธแค้นและแววตาจับจ้องหน้าเฮียโชค สลับกลับมามองหน้าแม่อีกครั้ง พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"และแม่จะต้องเสียใจกับเรื่องในวันนี้ แม่เป็นคนเลือกที่จะตัดพรีมออกไปเอง"