บทที่ 2 แผนการภายใต้รอยยิ้ม
กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยฟุ้งตามการเคลื่อนไหวของร่างบางผสมเข้ากับกลิ่นก้านหอมระเหย
ฟุดฟิด เป็นเหตุให้คนตัวสูงที่นอนสะลึมสะลืออยู่สูดดมกลิ่นหอมของมันเข้าเต็มปอด หรี่ตาเล็กน้อยมองหญิงสาวที่มองมายังเขาอยู่ก่อนแล้ว ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มในชุดนักศึกษา เป็นภาพที่คุ้นตา
"..."
ก่อนที่เจ้าตัวก้าวเท้าจังหวะสั้น ๆ เดินตรงมาหาหนุ่มขี้เซาที่ไม่ยอมลุกจากเตียง ใช้แขนเล็ก ๆ หวังจะดึงชยินลุกขึ้น แต่แรงผู้หญิงแล้วยังตัวเล็กกว่าชยินตั้งเท่านึงหรือจะสู้แรงผู้ชายตัวโตที่ออกกำลังกายเป็นประจำได้
คนตัวโตอาศัยความได้เปรียบนั้นออกแรงกระชากเบา ๆ ดึงแขนเล็กเข้าหาตน เสียหลักเซล้มลงบนเตียง ก่อนวงแขนกำยำข้างเดียวกันล็อกเอวบางแนบลำตัว ใช้เธอเป็นหมอนข้าง โน้มใบหน้าเข้าหา ฝั่งจมูกโด่งคมสัน บริเวณต้นคอจากทางด้านหลังสูดกลิ่นหอม
"เปลี่ยนน้ำหอมใหม่เหรอ" น้ำเสียงทุ้มต่ำกว่าปกติของคนขี้เซาเอ่ยถาม
"ค่ะ วันก่อนที่พรีมเล่าให้พี่ชยินฟังว่า คณะพานักศึกษาไปดูงานที่โรงงานน้ำหอม แล้วเขาก็ให้ลองผสมน้ำหอมของตัวเองขึ้นมา วันนี้พรีมก็เลยลองฉีดดูค่ะ ฉุนไปเหรอคะ"
"เปล่า หอมดี เหมาะกับเธอ"
"ดีใจที่พี่ชยินชอบ แต่...เวลานี้ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะคะ ได้เวลาลุกจากเตียงได้แล้วค่ะ"
"ถูกจับได้แล้วสินะ"
"โถ่ คิดว่าพรีมไม่รู้เหรอคะ พรีมอยู่กับพี่ชยินมาตั้งสามปี พรีมรู้ทุกเรื่องของพี่ชยินทั้งหมดนั่นแหละ ทั้งเรื่องที่พี่ชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร หรือกระทั่งผู้หญิงที่พี่ชยินคบอยู่"
"ฮึ" รอยยิ้มมุมปากจากเสือยิ้มยากชอบใจสิ่งที่พรีมพูด ก่อนจะสังเกตชุดที่เธอสวมใส่ รอยยิ้มบางจึงหุบลงพร้อมกับคิ้วหนาขมวดเข้าหาเล็กน้อย
“ชุดนักศึกษา…วันนี้วันเสาร์นิ ไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ” ชยินถาม
ชยิน อัศวพิพัฒน์ นักธุรกิจเศรษฐีหนุ่มไฟแรง วัย 31 ปี ผู้บริหารบริษัทศูนย์การค้าและนักลงทุน ซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตาดีในสังคมนักธุรกิจ ที่ในเวลานี้แทบทุกความเคลื่อนไหว เป็นที่จำตามองถึงความเก่งกาจในการทำธุรกิจของเขา
อีกทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องความเจ้าชู้ เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าในแต่ละวัน รันทุกวงการ นางแบบ ดารา นักแสดง อย่างล่าสุดไม่กี่วันก่อนก็พึ่งควงลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาลดังไปดินเนอร์ ให้นักข่าวมีเรื่องให้ลงสื่อแทบทุกวัน
และเมื่อคืนคงจะกลับดึก เสื้อผ้าถูกถอดกระจัดกระจายเต็มพื้นไม่ใช่วิสัยของคนเจ้าระเบียบ รักสะอาดคงดื่มมาหนัก แถมยังมีรอยลิปสติกสีแดงสดบนปกเสื้อ กลัวคนอื่นไม่รู้หรืออย่างไรว่าแอบไปแซ่บกันมา นั่นคือเรื่องที่คนทั่วไปรู้
อย่าง...น้อยคนนักจะรู้ว่าเขายังเป็นเจ้าของผับหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ปรากฏตัวในฐานะลูกค้าไปดูร้านอยู่บ่อย ๆ เขาเป็นนักดื่มที่ชอบเสพบรรยากาศแต่ไม่สูบบุหรี่ ชอบว่ายน้ำและวาดรูปเป็นงานอดิเรก เป็นคนเงียบ สุขุมกว่าในจอ เก็บตัว ใช้เวลาทั้งวันอยู่บ้านไม่ออกไปไหนถ้าไม่ใช่เวลาทำงานหรือนัดเจอผู้หญิง และมีนิสัยขี้เซาเป็นพิเศษ ต้องคอยปลุกทุกเช้า
“วันนี้พรีมต้องไปช่วยงานที่คณะ พอดีมีงานสัมมนาวิชาการ คนไม่พอ อาจารย์ก็เลยขอแรงนักศึกษา และได้ค่าขนม 500 บาทด้วย...อุ๊บ”
พรีมเผลอพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกไป รีบยกมือขึ้นปิดปาก หันมองหน้าชยินที่กำลังมองเธออยู่
“... ค่าขนม 500 บาท” เขาย้ำคำ ต้องการรู้สิ่งที่เธอพูดออกมา
“ไม่ใช่อย่างที่พี่ชยินคิดนะ คือ...พรีมหมายถึง อาจารย์ขอแรงนักศึกษาไปช่วยงานตอนลงทะเบียน คอยจัดเอกสาร ดูแลความสะดวกระหว่างงานสัมมนาค่ะ และเพราะตรงกับวันเสาร์ อาจารย์ก็เลยมีเงินค่าขนมให้นักศึกษาที่มาช่วยนิดหน่อยเท่านั้นเอง” พรีมรีบอธิบายเหตุผลให้ชยินฟัง
“หืมม...” แววตาสีดำสนิทหรี่ลงมองหน้าพรีม ราวกับกำลังจับผิดสิ่งที่เธอพูด ว่ากำลังโกหกหรือมีเรื่องปิดบังอยู่รึเปล่า
พรีมฉีกยิ้มกว้างเต็มไปด้วยสดใสให้ชยิน กลบเกลื่อนให้รู้สึกว่าไม่มีอะไรมากกว่านั้น ก่อนที่ชยินจะล้มตัวลงนอนเอาหน้าซุกหมอน เหมือนว่าจะยังไม่หายง่วงนอน
“อย่าให้รู้นะว่าแอบไปทำงาน” ชยินไม่คิดอะไร เชื่อในสิ่งที่พรีมพูด แต่ไม่ลืมที่จะเตือนด้วยน้ำเสียงเข้มซ้อนความดุไว้ในคำพูด
“มีซะที่ไหน พี่ชยินเป็นคนบอกพรีมเองนิว่าไม่ให้พรีมทำงาน ให้ตั้งใจเรียนอย่างเดียวจนกว่าจะเรียนจบ”
“ใช่ มันคือข้อตกลงระหว่างเรา แต่ก็แปลกนะ ปีสามจะเข้าปีสี่แล้ว ตารางเรียนรายวิชาน่าจะเหลือไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมถึงยังกลับบ้านเกือบเที่ยงคืนทุกวันล่ะ”
“พรีมก็อธิบายไปแล้วนิคะ ว่าพรีมต้องช่วยงานอาจารย์ที่ปรึกษาที่พรีมจะทำวิจัยด้วย ไหนจะมีติวหนังสือกับเพื่อน บางครั้งก็ช่วยติวให้รุ่นน้องที่คณะอีก”
พรีมพยายามตั้งสติตอบคำถามชยิน ไม่ให้เขาสงสัยการกระทำของเธอ ไม่อย่างนั้น แผนการทั้งหมดจะล้มเหลว ซึ่งจะให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ อีกไม่นานแผนการที่วางไว้ก็จะสำเร็จ
แต่ที่หนักกว่า...ถ้าเกิดเขารู้ขึ้นมา ถึงเวลานั้นพรีมเองไม่รู้ชะตากรรมตัวเองเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร ดีไม่ดีชยินไล่เธอออกจากบ้าน ซึ่งคือบทลงโทษที่เบาที่สุดแล้ว
เวลาโกรธชยินจะน่ากลัวมาก
“แต่มันมากเกินไปรึเปล่า ถ้าสัปดาห์ละสองสามวันพอเข้าใจได้แต่นี้มันทุกวันจนไม่มีเวลาให้ผม อย่างคราวนี้ยังขโมยวันหยุดไปอีก” ชยินเริ่มงอแง
ทีตัวเองกลับบ้านตีสองตีสาม พรีมยังไม่บ่นสักนิด เธอคิดในใจ จะเถียงแบบนั้นไปก็ไม่ได้ ถ้าไม่ให้อยากระเบิดลง
พรีมถอนหายใจเล็กน้อย มองท่าทีของชยิน ถ้าเธอไม่พูดเอาใจตอนนี้ คงได้ไปมหาวิทยาลัยสายแน่ ๆ ที่สำคัญเจ้าตัวยังไม่ยอมลุกขึ้นจากที่นอน
“เอาอย่างนี้ไหม พรุ่งนี้พรีมว่างทั้งวัน พรีมให้เวลาพี่ชยินเต็มที่เลย อยากพาพรีมไปไหนแล้วแต่พี่ชยิน” พอได้ยินอย่างนั้น เขาปรับเปลี่ยนสีหน้า อารมณ์ดีขึ้นทันตา
“หืม แกล้งหลอกให้ผมดีใจเล่นรึเปล่าพรีม”
“พรีมพูดจริง ๆ”
“งั้น… อืม...ไว้ผมค่อยบอกแล้วกันว่าจะไปไหน” ชยินพูดส่งยิ้มให้
อีกหนึ่งสิ่งที่พรีมแน่ใจว่าน้อยคนจะได้เห็นและเห็นมากกว่าใคร คือรอยยิ้มหวานของผู้ชายคนนี้ เป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจไม่ปรุงแต่ง ทุกครั้งที่เห็นทำให้พรีมรู้สึกอุ่นใจ
"คราวนี้ลุกขึ้นจากที่นอนแล้ว ลงไปกินอาหารเช้าพร้อมกันเถอะค่ะ พรีมหิวแล้ว"
"ครับ"
และหนึ่งในข้อตกลงระหว่างชยินกับพรีมจากทั้งหมด 10 ข้อ คือ ต้องกินข้าวเช้าด้วยกันทุกวันโดยไม่มีข้อแม้ ยกเว้นในวันที่เขาไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ
