สามีป้ายแดงกับใบหย่าที่รอคอย 2
“ผมยอมรับความอับอายและพฤติกรรมเสื่อมเสียของคุณไม่ได้อีกต่อไป เซ็นชื่อซะ พรุ่งนี้เช้าเราจะไปทำเรื่องที่ทำการเขต เงินเก็บทั้งหมดในบัญชีของผม ผมจะยกให้คุณถือเป็นการชดเชย ถือเสียว่าพวกเราสองคนหมดเวรหมดกรรมต่อกัน”
พูดจบลู่เหยียนเฉิงก็เอนหลังพิงพนักโซฟา สองมือประสานกันวางไว้บนตัก เขากรามแน่น เตรียมรับมือกับพายุอารมณ์ของหญิงสาวตรงหน้า เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าเธอจะต้องฉีกกระดาษแผ่นนี้ทิ้ง กรีดร้องลั่นบ้าน หรือแม้กระทั่งขู่จะผูกคอตายเหมือนที่เคยทำมาตลอด
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามกับที่เขาคาดคิดไว้อย่างสิ้นเชิง
ภายในห้องนั่งเล่นอันเงียบสงัด ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีเสียงข้าวของแตกหัก มีเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของซ่งชิงเยี่ยน
“หึ”
ซ่งชิงเยี่ยนปรายตามองหนังสือหย่าบนโต๊ะด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับลู่เหยียนเฉิง นัยน์ตาดอกท้อที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดผวาและขลาดเขลา บัดนี้กลับทอประกายกระจ่างใสและเยือกเย็นจนลู่เหยียนเฉิงรู้สึกใจกระตุกไปชั่วขณะ
เธอยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าห่างเหินอย่างประหลาด
“ได้สิ ฉันตกลง”
คำตอบที่หลุดออกจากริมฝีปากบางนั้น ราบเรียบและง่ายดาย ราวกับกำลังพูดเรื่องสภาพอากาศในวันพรุ่งนี้
ลู่เหยียนเฉิงชะงักงัน รูม่านตาของเขาหดแคบลง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม “คุณ... คุณพูดว่าอะไรนะ?”
“ฉันบอกว่า ฉันตกลงจะหย่าให้คุณค่ะ พันโทลู่” ซ่งชิงเยี่ยนทวนคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ เธอก้าวเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แผ่นหลังเหยียดตรง ท่วงท่าสง่างามราวกับราชินีที่กำลังเจรจาธุรกิจ
“คุณพูดถูก การแต่งงานที่ปราศจากความรัก ฝืนทนอยู่กันไปก็มีแต่จะสร้างความทรมานให้กันเปล่าๆ ในเมื่อคุณทนฉันไม่ได้ ฉันเองก็เหนื่อยที่จะต้องวิ่งตามหวงคุณเหมือนคนบ้าแล้วเหมือนกัน หย่ากันไปน่ะดีที่สุดแล้ว”
ลู่เหยียนเฉิงมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาประเมินอย่างหนักหน่วง นี่ใช่ซ่งชิงเยี่ยนที่เขารู้จักจริงๆ หรือ? ผู้หญิงที่เคยเกาะขาเขาร้องไห้ฟูมฟาย ขอร้องไม่ให้เขาทิ้งเธอไป บัดนี้กลับนั่งยิ้มบางๆ และตกลงหย่าอย่างง่ายดาย?
นี่ต้องเป็นแผนแสร้งปล่อยเพื่อจับ หรือมารยาบทใหม่ของเธอแน่ๆ! ลู่เหยียนเฉิงแอบลอบคิดในใจ ความระแวงก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
“แต่ว่า...” ซ่งชิงเยี่ยนลากเสียงยาว มือเรียวขาวราวกับลำเทียนเคาะลงบนโต๊ะไม้เบาๆ เป็นจังหวะ “ฉันมีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
‘นั่นไงล่ะ’ ลู่เหยียนเฉิงคิดในใจ แววตาของเขากลับมาเย็นชาอีกครั้ง “เงื่อนไขอะไร? ถ้าคุณจะขอเรียกร้องเงินทองเพิ่ม ผมบอกเลยว่าผมมีให้เท่าที่บอกไปเท่านั้น”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันไม่หน้าด้านขอเงินคุณเพิ่มหรอก เงินก้อนนั้นฉันจะรับไว้ถือเป็นค่าเสียเวลาชีวิตก็แล้วกัน” ซ่งชิงเยี่ยนตอบกลับอย่างเผ็ดร้อน ทำเอาลู่เหยียนเฉิงถึงกับสะอึก
“เงื่อนไขของฉันคือ เราต้องรออีกสามเดือน ถึงจะไปจดทะเบียนหย่ากันที่ทำการเขต”
“สามเดือน?” ลู่เหยียนเฉิงขมวดคิ้ว “ทำไมต้องรอถึงสามเดือน? ในเมื่อตกลงกันได้แล้ว ก็ควรจัดการให้จบๆ ไป”
ซ่งชิงเยี่ยนถอนหายใจเบาๆ แสร้งทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พันโทลู่ คุณก็น่าจะรู้ดีว่าครอบครัวเดิมของฉันเป็นคนยังไง พ่อแม่และน้องชายของฉันที่อยู่ชนบท พวกเขามองฉันเป็นเหมือนบ่อเงินบ่อทอง ที่ผ่านมาฉันส่งเงินเดือนของคุณไปให้พวกเขาตลอดจนแทบไม่เหลือเก็บ”
ลู่เหยียนเฉิงนิ่งเงียบ เขาพอรู้เรื่องนี้มาบ้าง และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เขารังเกียจครอบครัวนี้
“ถ้าฉันจดทะเบียนหย่ากับคุณพรุ่งนี้ และเก็บข้าวของย้ายกลับไปที่หมู่บ้านทันที คุณคิดว่าปลิงดูดเลือดพวกนั้นจะปล่อยคุณไปง่ายๆ หรือคะ?” ซ่งชิงเยี่ยนวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเฉียบขาด
