สามีป้ายแดงกับใบหย่าที่รอคอย 1
เดิมทีลู่เหยียนเฉิงมีคนที่ผู้ใหญ่หมายตาไว้อยู่แล้ว แต่เพื่อตอบแทนบุญคุณ เขาจึงยอมกลืนเลือดกัดฟันจดทะเบียนสมรสกับซ่งชิงเยี่ยน หญิงสาวที่เขาไม่ได้รักแม้แต่น้อย
และด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าสามีรูปหล่อหน้าที่การงานดีจะถูกหญิงอื่นแย่งชิงไป ซ่งชิงเยี่ยนคนเดิมจึงทำตัวเป็นผู้หญิงงี่เง่า คอยตามหึงหวง อาละวาดพังข้าวของ และทำตัวร้ายกาจใส่ทุกคนที่เข้าใกล้สามี โดยเฉพาะกับไป๋ลู่หลินหญิงสาวที่เติบโตมาในลานบ้านพักทหารแห่งนี้ และเป็นคนที่ใครๆ ต่างก็เชียร์ให้ลงเอยกับลู่เหยียนเฉิงแต่แรก
“ช่างเป็นบทละครน้ำเน่าที่คลาสสิกเสียจริง” ซ่งชิงเยี่ยนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ
สำหรับซูเปอร์สตาร์ตัวแม่อย่างเธอ ผู้ชายที่ไม่รักเรา ก็แค่เศษขยะที่รอวันทิ้งเท่านั้น จะไปลดคุณค่าตัวเองเพื่อตามหึงหวงให้เหนื่อยทำไม? ยุค 80 เป็นยุคทองแห่งการปฏิรูปและการเปิดประเทศ โอกาสทำเงินทำทองกองอยู่ตรงหน้าเต็มไปหมด สู้เอาเวลาไปหาเงินสร้างตัวไม่ดีกว่าหรือ!
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูไม้ทาสีเขียวขี้ม้าของบ้านพักหมายเลข 302 ซ่งชิงเยี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นอายกดดันอันหนักอึ้งก็พุ่งปะทะใบหน้า บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นที่ควรจะอบอุ่นกลับเย็นเยียบราวกับลานน้ำแข็ง
ภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวสลัว ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งนั่งหลังตรงตระหง่านอยู่บนโซฟาไม้บุนวม เขาสวมชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกที่รีดจนเรียบกริบไม่มีรอยยับแม้แต่นิ้วเดียว กระดุมติดครบทุกเม็ดตั้งแต่ปกคอเสื้อจรดชายเสื้อ ขับเน้นให้เห็นถึงความมีระเบียบวินัยและเคร่งขรึมอย่างถึงที่สุด
เขาคือลู่เหยียนเฉิง สามีตามกฎหมายของเธอ
เมื่อได้เห็นใบหน้าของเขาชัดๆ ซ่งชิงเยี่ยนถึงกับแอบเดาะลิ้นในใจ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าของร่างเดิมถึงได้คลั่งรักเขานักหนา ใบหน้าของลู่เหยียนเฉิงหล่อเหลาคมคายราวกับสลักเสลาจากหยกชั้นดี คิ้วเข้มดุจกระบี่พาดเฉียง คมจมูกโด่งสัน ริมฝีปากบางเฉียบเม้มแน่น นัยน์ตาดำขลับลึกล้ำราวกับสระน้ำเย็นเยียบไร้ก้นบึ้ง ทว่ายามนี้ นัยน์ตาคู่นั้นกลับทอประกายเย็นชาและเจือไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
“กลับมาแล้วหรือ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง
ซ่งชิงเยี่ยนไม่ได้ตอบกลับในทันที เธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อยและเดินไปเปลี่ยนรองเท้าผ้าใบเป็นรองเท้าแตะเดินในบ้าน ท่าทางสงบนิ่ง ไม่สะทกสะท้านของเธอทำให้ลู่เหยียนเฉิงขมวดคิ้วมุ่น
ตามปกติแล้ว หากมีคนไปฟ้องเขาเรื่องที่เธออาละวาด หรือหากเขามีท่าทีเย็นชาใส่ เธอจะต้องพุ่งเข้ามาร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ก็เริ่มทุบตีข้าวของเพื่อเรียกร้องความสนใจแล้ว แต่วันนี้เธอกลับเงียบผิดปกติ
ลู่เหยียนเฉิงไม่คิดจะเสียเวลาเดาใจผู้หญิงไร้เหตุผลผู้นี้อีกต่อไป ความอดทนของเขาขาดผึงลงตั้งแต่วินาทีที่สหายทหารวิ่งมาบอกว่า ภรรยาของเขาผลักสหายไป๋ลู่หลินตกน้ำกลางงานเต้นรำ
“นี่คือสิ่งที่เราควรต้องจัดการให้จบสิ้นเสียที”
เขาเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางเตรียมไว้บนโต๊ะไม้เตี้ย แล้วเลื่อนมันไปตรงหน้าซ่งชิงเยี่ยนอย่างตึงเครียด
ซ่งชิงเยี่ยนหลุบตามอง ตัวอักษรสีดำตัวบรรจงที่เขียนไว้บนหัวกระดาษปรากฏเด่นชัด... หนังสือขอหย่า
“ผมทนพฤติกรรมของคุณไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ซ่งชิงเยี่ยน” น้ำเสียงของลู่เหยียนเฉิงแข็งกร้าวและเด็ดขาด ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความลังเล
“การแต่งงานของเราแต่แรกก็เป็นเพียงความรับผิดชอบ ผมพยายามให้เกียรติคุณในฐานะภรรยา และหวังว่าคุณจะปรับปรุงตัวเป็นสะใภ้ทหารที่ดี แต่คุณกลับยิ่งทำตัวร้ายกาจ หึงหวงไร้เหตุผล ด่าทอสหายรอบข้าง และวันนี้คุณถึงขั้นลงมือทำร้ายสหายไป๋จนตกน้ำ ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมาคุณต้องขึ้นศาลทหาร!”
ลู่เหยียนเฉิงสูดลมหายใจลึก นัยน์ตาคมกริบจ้องมองภรรยาอย่างเยียบเย็น
