บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 สวมรอยเป็นนางคณิกา (ตอนปลาย)

ตอนที่ 4 สวมรอยเป็นนางคณิกา (ตอนปลาย)

หลินจือเสี้ยวพยายามนึกถึงความทรงจำที่ได้รับมาก ทำให้รู้ว่า สตรีตรงหน้าคือเด็กรับใช้ประจำตัวของตน ยิ่งเห็นท่าทีอ่อนน้อมของนางก็รู้สึกเอ็นดูขึ้นมา

“ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย ก็แค่อาการบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าอย่าได้เป็นกังวลมากไปเลย ว่าแต่เอาอะไรมาให้ข้ากินล่ะ กำลังหิวอยู่พอดี”

น้ำเสียงที่หลินจือเสี้ยวตอบกลับหลิวหลินนั้น เป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนและสดใส ที่สำคัญยังส่งรอยยิ้มอ่อนโยนไปให้อย่างที่หลิวหลินไม่เคยได้ยินมาก่อน ทำให้นางถึงกับอึ้งไปทันที

“พี่จือเสี้ยว...ท่าน...” หลิวหลินเรียกอีกฝ่ายตะกุกตะกัก เวลานี้นางมีคำที่จะเอ่ยออกมามากมายอยู่ในหัว ทว่าไม่รู้จะเริ่มกล่าวอย่างไรดี

“เอาของกินมาให้ข้าเถอะน่า ยามนี้ข้าหิวแล้ว” หลินจือเสี้ยวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง มือข้างหนึ่งก็กวักเรียกให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

ทำให้หลิวหลินที่ยังแปลกใจอยู่นั้น ได้แต่เดินถือถาดข้าวต้มไปให้หลินจือเสี้ยวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

ทันทีเห็นถ้วยข้าวต้ม หลินจือเสี้ยวถึงกับตาเบิกกว้าง เนื่องจากข้าวต้มนั้นดูน่ากินมากแม้จะเป็นเพียงข้าวต้มหมูธรรมดาก็ตาม

“กลิ่นหอมน่าอร่อยมากเลยนะ แถมยังมีเนื้อหมูเยอะด้วย ข้าวต้มชามนี้เจ้าทำเองหรือ” นางเอ่ยถามคล้ายกับกำลังดีใจที่ได้กินข้ามต้มหมูที่มีเนื้อหมูมากกว่าข้าว แล้วรีบตักข้าวต้มหมูเข้าปากในทันที

ภาพที่เห็นทำให้หลิวหลินนั่งมองหลินจือเสี้ยวด้วยสายตาตกใจ แล้วได้แต่ครุ่นคิดสงสัยอยู่ในใจ

‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ปกติแล้วพี่จือเสี้ยวจะไม่ท่าทีใจดี หรือพูดจาสนิทสนมกับเด็กรับใช้ถึงเพียงนี้ อีกทั้งนางไม่เคยมีกิริยากินอะไรมูมมามมาก่อน ต่อให้อาหารที่อยู่ตรงหน้าจะดีและราคาแพงเท่าใดก็ตาม ทำไมครั้งนี้ข้าวต้มหมูธรรมดา ๆ ชามหนึ่งกลับทำให้นางมีความสุขได้ถึงเพียงนั้นกันนะ’

“หลิวหลิน แล้วเจ้าล่ะ กินข้าวหรือยัง” หลินจือเสี้ยวเอ่ยถามขณะวางช้อนลงเมื่อกินหมดชามแล้ว

“เอ่อ...ข้ากินแล้วเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ทำไมข้า...ข้ารู้สึกว่าท่านดูแปลกไป”

เมื่อความสงสัยพุ่งเข้าสู่ความคิด ในที่สุดหลิวหลินก็กล้าถามในสิ่งที่อยากจะรู้ออกมา

หลินจือเสี้ยวมองสาวใช้แวบหนึ่ง แล้วคิดในใจ

‘ข้ารู้ดีว่านางคณิกาคนเดินนั้นมีนิสัยเป็นเช่นไร ซึ่งข้าเองไม่ได้ชอบนิสัยเช่นนั้นเลย ในเมื่อต้องใช้ชื่อและฐานะของนาง ดังนั้นข้าจึงอยากทำให้คนมองหลินจือเสี้ยวผู้นี้เสียใหม่ แต่ทว่าข้าจะเลือกทำดีเฉพาะกับบางคนเท่านั้น เพราะถ้าใคร้ายมา ข้าก็จะร้ายตอบกลับไปร้อยเท่าพันเท่าอย่างไรล่ะ การเปลี่ยนนิสัยไม่ใช่เรื่องที่แย่หรอก’

ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิงความคิดอีกฝ่าย “แล้วเจ้าไม่ชอบที่ข้าเป็นเช่นนี้หรือ หรือว่าอยากให้ข้ากลับไปเป็นนางมารร้ายเช่นเดิมเล่า”

“ชอบสิเจ้าคะ” หลิวหลินรีบตอบทันที แล้วเอ่ยประโยคต่อมา “ข้ารู้สึกว่าพี่จือเสี้ยวยามนี้เป็นคนใจดี ท่านจะเป็นเช่นนี้ตลอดไปใช่หรือไม่เจ้าคะ”

นางเอ่ยถามด้วยความหวัง แววตาใสซื่อจนหลินจือเสี้ยวหัวเราะในความไร้เดียงสาของเด็กรับใช้คนนี้

“เจ้านี่มันเด็กน้อยจริง ๆ มาเถอะ พวกเรามาคุยกันสักหน่อย ข้าอยากได้ความคิดเห็นบางอย่างจากเจ้า”

หลิวหลินนั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับหลินจือเสี้ยว รีบเอ่ยขึ้นมาอย่างสดใส “พี่จือเสี้ยวมีอะไรก็ถามมาเลยเจ้าค่ะ ข้าจะตอบความจริงทุกอย่าง และทุกเรื่องที่ข้ารู้”

“ข้าสงสัยว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้าหรือเท่าที่ข้าจำได้ หลังจากแสดงระบำเสร็จแล้ว มีแขกผู้หนึ่งยกสุรามาให้ เมื่อข้าดื่มเข้าไปไม่นานก็เกิดอาการผิดปกติ ข้ารู้สึกมึนหัวมาก จากนั้นก็มีคนพาข้าไปขึ้นรถม้าเพื่อพาข้าไปที่แห่งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นข้าก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย” หลินจือเสี้ยวเอ่ยถามขึ้นมาอย่างจริงจัง หวังว่าจะได้เบาะแส ที่เกิดขึ้นสักหน่อย อย่างน้อยก็จะได้ระวังตัวไว้

หลิวหลินมีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับมา “ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไรเจ้าค่ะ ยามที่ท่านถูกพาตัวออกไปข้าก็ไม่เห็น เจอท่านอีกครั้งก็ตอนที่มีคนแบกท่านกลับมา ซึ่งสภาพของท่านแทบดูไม่ได้เลยเจ้าค่ะ ร่างกายมีบาดแผลและรอบฟกช้ำเต็มไปหมด ซ้ำเสื้อผ้าก็ขาดวิ่น เถามามาเลยสั่งให้พาท่านเข้ามาในห้องนอน นางบอกเพียงแค่ดูแลท่านให้ดี”

“เถามามาอย่างนั้นหรือ” หลินจือเสี้ยวถามคำถามที่เพิ่งผุดขึ้นมาในหัว พยายามคิดว่าเถามามาผู้นี้ใคร ก่อนจะจำได้ว่าสตรีผู้นี้คือคนดูแลหอจันทร์กระจ่าง

“เจ้าค่ะ” หลิวหลินพยักหน้ารับ แล้วมองสตรีตรงหน้าอย่างแปลกใจ

หลินจือเสี้ยวเริ่มคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ทำให้รู้สึกได้ว่า เถามามาผู้นี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางคณิกาหลินจือเสี้ยวอย่างแน่นอน ทว่าต่อให้คิดไปทางนั้น นางจะเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน เพื่อไม่เป็นการปลุกให้ไก่ตื่น และยังเชื่ออีกว่าหอจันทร์กระจ่างแห่งนี้ ต้องมีความลับดำมืดอะไรสักอย่างเป็นแน่

“ข้าจะต้องสืบหาความจริงให้ได้ว่าใครกันที่ทำร้ายข้า” หลินจือเสี้ยวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว สายตาแน่วแน่

หลิวหลินเองอยู่ ๆ ก็มีความฮึกเหิมขึ้นมาเหมือนกัน จึงได้เอ่ยขึ้นมาอีกคน และมีท่าทีจริงจังไม่ต่างกัน “ข้าจะช่วยท่านสืบหาคนร้ายเองเจ้าค่ะ!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel