บท
ตั้งค่า

22. ใครเขาสัญญา

เจิ้นไฉ่จ้องหน้าภรรยาตัวน้อยนิ่งราวกับกำลังชั่งใจ จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “กำหนดการสอบขุนนางรอบนี้กำลังจะมีขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า...” ชายหนุ่มเว้นจังหวะ พร้อมกับทอดถอนใจ บ่งบอกให้รู้ว่ายามนี้เขากำลังมีเรื่องลำบากใจ

“แล้วอย่างไรเจ้าคะ” หลี่ม่านเอียงคอมองเขา

เจิ้นไฉ่จ้องมองใบหน้าไร้เดียงสาที่กำลังเผยออกมา ก่อนจะเอ่ยบอกสิ่งที่เขากำลังกังวลอยู่ “หากข้าตัดสินใจลงสนามสอบของปีนี้ วันพรุ่งข้าจะต้องออกเดินทางไปเมืองหลวง”

คำกล่าวของเขา ไม่ได้ทำให้หลี่ม่านตื่นตกใจแม้แต่น้อย เพราะนางรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นนี้ เนื้อหาของเรื่องเมื่อพระรองหายดี เขาก็จะออกเดินทางมุ่งสู่การแก้แค้นเอาคืนสหายที่กล้าวางยาทำให้เขากลายเป็นผู้พิการมานานหลายปี

“มันก็ควรจะต้องเป็นเช่นนั้นมิใช่หรือเจ้าคะ” การตอบรับที่ดูราบเรียบของนาง ทำเอาเจิ้นไฉ่ถึงกับยืนนิ่งค้างไปชั่วขณะ

หลี่ม่านเห็นอาการของเขาใจดวงน้อยก็เริ่มเต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุ นางจึงรีบเอ่ยหาทางเลี่ยง “ข้าทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เราออกไปกันเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวท่านอาจารย์จะโวยวายเอาได้”

ทว่าทันทีที่ตั้งท่าจะเบี่ยงตัวออกจากสามี มือเรียวกลับคว้าแขนน้อย ๆ เอาไว้ “หลี่ม่าน ข้าจะไปสอบจอหงวนเอาตำแหน่งขุนนางมาให้เจ้า เจ้า... เจ้ารอข้าได้หรือไม่” เสียงช่วงท้ายสั่นเครือเล็กน้อย ราวกับเกรงว่าเอ่ยไปแล้วคนตรงหน้าจะไม่พอใจ

ผู้ที่ตัวเล็กกว่ามากเงยหน้ามองเขา ด้วยใจที่เต้นรัวจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมาจากอก “ขะ... ข้าจะไปไหนได้ถ้าไม่อยู่ที่นี่ อีกอย่างข้ายังไม่ได้เงินก้อนโตจากท่านเลยนะ ยังไม่ได้เป็นขุนนางท่านก็คิดจะไล่ข้าออกจากตระกูลแล้วหรือ” เอ่ยจบนางก็ออกแรงดึงแขนตนออกจากการจับของเขา ก่อนจะเดินหนีออกไป

แต่แทนที่สามีจะงุนงงหรือเคืองโกรธกับท่าทางของนาง เขากลับยิ้มอ่อนด้วยความเอ็นดู จากนั้นก็รีบสาวเท้าตามไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “หลี่ม่าน เจ้าสัญญาแล้วนะว่าเจ้าจะรอข้า” เขายังตามไปพูดกับภรรยาตัวน้อยที่เดินจ้ำอ้าวไม่ยอมรอ แต่ขาที่สั้นกว่าไหนเลยจะเดินได้ไวเท่าคนที่ตัวสูงกว่ามาก

“ใครเขาไปสัญญากับท่านกัน” หลี่ม่านหันมาแหวใส่เขา

“ก็เจ้าพูดเองว่าจะไม่ไปไหน เช่นนี้ไม่เรียกว่าสัญญาหรือ”

หลี่ม่านปรายตามองค้อนเขา พร้อมกับสาวเท้าเดินไปโดยไม่โต้แย้งอีก ผู้เป็นสามีก็เดินตามพลางเอียงคอมองนางเรื่อย ๆ

‘อะไรของเขาเนี่ยะ พอเดินได้คล่องนิสัยเจ้าเล่ห์ก็คล่องตามไปด้วยหรือไง หลายวันก่อนยังทำตัวเป็นก้อนหินไม่พูดไม่จาอยู่เลย’ หญิงสาวนึกในใจพร้อมกับเบี่ยงหน้าหนีท่าทางเจ้าชู้ของสามี ซึ่งวันนี้เขาดูต่างออกไปจนนางเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาดื้อ ๆ

“นั่นไงมากันแล้ว” ฮูหยินสวี่เอ่ยพลางสาวเท้าก้าวเข้ามาเกี่ยวแขนสะใภ้ของตนด้วยความรักและเอ็นดู

“อาหารของข้ามาแล้ว” หมอเทวดาเหิงเอ่ยเสียงตื่นเต้น

“ท่านลุง ไยท่านทำตัวเหมือนเด็กน้อยเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ นี่หากท่านพ่อเห็นจะต้องเย้าท่านไปจนตายแน่” ชิงหรานเย้า

“เจ้าห้ามไปบอกพ่อเจ้าเป็นอันขาด” หมอเทวดาเหิงยกนิ้วชี้หน้าหลานสาวอย่างไม่จริงจัง “ข้าก็แค่ดีใจที่ก่อนเดินทางไปเมืองหลวง ได้กินอาหารฝีมือศิษย์รักอีกครั้งก็เท่านั้น”

“พูดไปเรื่อย ตั้งแต่ท่านมาข้าก็ลงมือทำอาหารเองทุกวัน ยังจะมาพูดราวกับข้าขี้เกียจอย่างนั้นแหละ หากคนอื่นไม่รู้คงคิดว่าข้าดูแลท่านหมอเทวดาไม่ดีเป็นแน่ คอยดูเถิด หากคราวหน้าท่านมาอีกข้าจะไม่ทำให้กินแล้ว” หลี่ม่านปรายตามองอย่างหมั่นไส้

“โถ ๆ ศิษย์รักของข้า ไยเจ้าถึงขี้น้อยใจเช่นนี้เล่า”

“ไม่รู้ล่ะ ใครใช้ให้ท่านพูดเรื่องไม่จริง” หลี่ม่านย้อน

“โถ ศิษย์รักของข้า” หมอเทวดาเหิงรีบขยับมาทำท่าออดอ้อนศิษย์รักของตนด้วยท่าทางราวกับเด็กน้อยที่ทำผิด

นำพาเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูดังขึ้นทันที

จ้าวชิงหรานที่นั่งร่วมวงด้วยก็เกิดข้อสงสัยอย่างหนึ่งขึ้นมา

“ฮูหยินน้อย แล้วนี่ท่านจะเดินทางไปเมืองหลวงกับคุณชายหานหรือไม่ หากท่านไปด้วยคงต้องดีมากเลย” สิ้นคำถาม ทุกสายตาก็หันมาทางหลี่ม่านที่กำลังจะคีบอาหารให้มารดา

หลี่ม่านเผยยิ้มบางก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเรียบ

“ที่นี่ยังต้องมีคนดูแล อีกอย่างการสอบขุนนางในเมืองหลวงต้องใช้เงินมาก ทั้งเรื่องกินเรื่องตำราและอื่น ๆ อีกจิปาถะ หากข้าไปด้วยจะยิ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายทำให้ต้องใช้เงินมากขึ้นอีก ข้าคิดว่าตนเองควรรออยู่ที่นี่ดีกว่าเจ้าค่ะ” หลี่ม่านเอ่ยอย่างรู้ความ

ทว่าความจริงนางแค่อยากอยู่หาเงินที่นี่มากกว่า แม้ยามนี้การเงินในตระกูลหานจะมีสภาพคล่องกว่าแต่ก่อน ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่พอที่จะทำให้ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องกังวลได้

กว่าสามีจะสอบเรียบร้อยได้รับตำแหน่ง นางยังต้องหาเงินมาสำรองจ่ายภายในจวน และส่งให้เขาใช้จ่ายที่เมืองหลวงอีก หากไปอยู่ที่นั่นนอกจากปรุงยารักษาก็ไม่รู้จะทำอะไรที่ทำให้ได้เงิน

ในเมืองใหญ่เช่นนั้น หากไม่มีเงินมากพอคงเปิดร้านค้าหรือสร้างรากฐานให้กับตนเองได้ยาก ในเมื่ออยู่ที่นี่หาเงินได้ง่ายกว่า ไยนางต้องฝืนไปบุกเบิกในที่ที่ไม่คุ้นเคยด้วยเล่า เอาไว้เก็บเงินก้อนโตได้ก่อน นางย่อมหาทางไปเยี่ยมเยียนเมืองหลวงแน่

สิ้นคำของสตรีที่อายุน้อยที่สุด ภายในห้องอาหารก็เงียบงันไปในทันที โดยเฉพาะสองแม่ลูกที่เข้าใจความหมายที่หลี่ม่านเอ่ย

“ม่านเอ๋อร์ แม่ขอบใจเจ้านะ” ฮูหยินสวี่กล่าว

“ข้ายินดีเจ้าค่ะท่านแม่” หลี่ม่านตอบมารดาสามีแล้วก็หันมาทางสามี “ท่านพี่ ข้ารอเกียรติยศจากท่านอยู่นะ”

เจิ้นไฉ่มองหน้าภรรยาตัวน้อยพร้อมกับเผยยิ้มอ่อน ทั้งมือที่วางอยู่บนตักยังเอื้อมมากุมมือนางไว้แน่น “ได้ ข้าจะนำเงินทองและเกียรติยศมาฝากเจ้าแน่นอน รอข้านะ”

หลี่ม่านได้ยินคำสัญญาอีกรอบจากปากสามี ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาววัยสิบห้าก็รีบก้มหนีความอาย ทุกคนเห็นเช่นนั้นก็พากันยิ้มชอบใจ โดยเฉพาะสองแม่ที่หวังให้บุตรทั้งสองลงเอยกันแบบจริงจังเสียที มิใช่ทำราวกับเป็นพี่น้องที่มาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน เหมือนอย่างที่ทั้งคู่ทำกันอยู่ทุกวันนี้

“เอาล่ะ อาหารเย็นชืดแล้ว รีบกินเถิด” ฮูหยินสวี่เอ่ย เมื่อเห็นบุตรชายตนเอาแต่จ้องหน้าภรรยา ส่วนหลี่ม่านก็มัวแต่ก้มหน้า

บรรยากาศภายในห้องรับอาหารจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความชื่นมื่น และมันก็แผ่ขยายออกไปส่งให้เหล่าบ่าวไพร่ด้วย

หลังจากดื่มด่ำกับอาหารรสเลิศแล้ว หลี่ม่านก็ปลีกตัวออกมาจัดการเรื่องยาสมุนไพรที่มีไว้สำหรับเตรียมให้สามีเก็บไว้ใช้ รวมถึงเงินทองที่เขาต้องเอาไว้ใช้จ่ายยามที่ไปถึง แม้ว่าที่พำนักจะไม่ต้องเสียเงินเช่า เพราะมันเป็นไปตามที่นางคาด พระรองจะไปอาศัยอยู่ที่จวนของนางเอก ในฐานะศิษย์ท่านหมอเทวดาเหิง

ค่าใช้จ่ายที่นางเตรียมให้เขาจึงมีแค่ค่ากินอยู่และส่วนที่เอาไว้ซื้อข้าวของเครื่องใช้เท่านั้น นับว่าประหยัดไปได้มากทีเดียว

เจิ้นไฉ่เห็นภรรยาปลีกตัวออกมา เขาก็รีบขอตัวจากทุกคน ร่างสูงหยุดยืนที่หน้าประตู ก่อนจะเดินเข้ามาในขณะที่หลี่ม่านกำลังเอ่ยกับคนงาน “เจ้าจะให้เขาทำอะไรหรือ” ชายหนุ่มมองหน้าภรรยาสลับกับชายทั้งสี่ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้า

“ข้าคิดว่าให้สือหวนติดตามท่านพี่ไปคนเดียวคงไม่พอ เลยคิดว่าจะให้คนที่มีวิชาต่อสู้ตามท่านไปสักคนสองคนเจ้าค่ะ”

“แต่ทางนี้ยังต้องมีคนงานชายช่วยเจ้านะ” เจิ้นไฉ่ทักท้วง หากสามคนนี้ติดตามไปอีก ก็เท่ากับที่นี่ไม่มีผู้ชายเหลือแล้ว

“ท่านพี่อย่าห่วง ข้าให้ลุงเฉาช่วยหาคนงานเพิ่มแล้ว”

“คนใหม่จะไว้ใจได้เช่นคนที่อยู่กันมาก่อนหรือ”

เจิ้นไฉ่ยังคงทักท้วงอย่างเป็นกังวล และคำพูดที่เขาเอื้อนเอ่ยนั้นก็ทำเอาเหล่าคนฟังที่เคยได้รับการช่วยเหลือรู้สึกซาบซึ้งนัก เพราะมันเท่ากับผู้เป็นนายไว้ใจพวกเขามากถึงกล่าวเช่นนี้

ขณะนั้น สือหวนที่ยืนฟังอยู่ทางด้านหลังก็เอ่ยขึ้น

“คุณชาย ข้าว่าฮูหยินน้อยทำถูกแล้วนะขอรับ จากที่เคยได้ยินมา การสอบจอหงวนนั้นมิใช่เรื่องง่าย ท่านอย่าลืมเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับตนเองสิขอรับ” สือหวนกล่าวเตือนผู้เป็นนาย ให้นึกถึงเรื่องที่สหายรักวางยาจนทำให้เขาพลาดโอกาสสอบจอหงวน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel