พลิกชะตาตัวประกอบสู่ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

80.0K · อัพเดทล่าสุด
หลินซี
36
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เกิดใหม่เป็นตัวประกอบ ข้าก็หวังเพียงจะใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างที่ไม่เคยได้ใช้ แล้วเหตุไฉนชะตาชีวิตถึงผลักให้อดีตนักฆ่า กลับกลายเป็นยอดหญิงอันดับหนึ่งไปได้เล่า

นิยายรักโรแมนติกเกิดใหม่ในนิยายนิยายจีนโบราณนักฆ่านางเอกเก่งแต่งงานก่อนรักโรแมนติกจากมิตรภาพสู่ความรัก

1. ไก่ป่าตัวอ้วน

ณ ขุนเขาในยามรุ่งอรุณ ที่ซึ่งความสว่างยังไม่ทันได้เผยโฉมเต็มที่ ทั้วบริเวณยังมีหมอกสีขาวปกคลุมราวกับม่านแพร บรรยากาศโดยรอบคละเคล้าไปด้วยเสียงนกร้องสอดประสานกัน

ทว่าท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบที่ดูวังเวงนี้ กลับมีร่างของหญิงสาวที่สวมใส่ชุดผ้าฝ้ายสีหม่น กำลังเดินมุ่งหน้าเข้าป่าลึกเพียงลำพัง บนหลังสะพายตะกร้าสานใบเก่าที่ใกล้จะพุพังเต็มที

นางค่อย ๆ เดินลัดเลาะไปตามทางแคบบนไหล่เขาอย่างระมัดระวัง แม้เส้นทางจะเต็มไปด้วยรากไม้และโขดหินน้อยใหญ่ที่คอยขวางทางทำให้เดินลำบาก ทว่าสองเท้าเล็กของนางกลับมั่นคงและคล่องแคล่ว เพราะการเดินป่านี้มิใช่เพิ่งทำครั้งแรก

ไม่นานนางก็เดินมาหยุดนิ่งอยู่ใต้ต้นสนใหญ่ ก่อนจะก้มลงใช้ปลายนิ้วปัดใบไม้แห้งที่ทับถมจนแน่นหนาออกแผ่วเบา ใบหน้าจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เมื่อพบกับต้นสมุนไพรที่ตนตามหามาตลอดทางนางก็กล่าวพึมพำ “ในที่สุดก็เจอ...”

หญิงสาวรีบวางตะกร้าลง ก่อนจะหยิบเสียมด้ามสั้นออกมา จากนั้นก็ค่อย ๆ ใช้ปลายเสียมแซะดินรอบโคนต้นอย่างระมัดระวัง พร้อมกับจับจ้องรากสมุนไพรตาไม่กะพริบ

เพราะนางรู้ดีว่าหากพลาดพลั้งจนรากขาดสะบั้น คุณค่าทางยาของมันอาจจะลดลงไปมากกว่าครึ่งก็เป็นได้ จากนั้นไม่นานนัก รากสมุนไพรสีเหลืองอ่อนก็ถูกยกขึ้นมาจากดิน

“ตรงตามตำราที่ตาเฒ่าให้มาเลย” เด็กสาวพึมพำ พร้อมกับบรรจงปัดเศษดินออกเบา ๆ ราวกับกลัวสมุนไพรนี้จะบอบช้ำ จากนั้นนางก็ห่อมันด้วยผ้าชื้นที่เตรียมมา แล้วเก็บลงตะกร้าแยกไว้ต่างหาก เพื่อป้องกันไม่ให้มันบอบช้ำจนสรรพคุณเสีย

“หวังว่าจะช่วยบรรเทาอาการไอได้ตามที่ตำราบอกไว้นะ” เสียงของนางแผ่วเบาราวกับกำลังปลอบโยนตนเอง

เมื่อหลายเดือนก่อน ฟานหลานตี้ผู้เป็นมารดาป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ได้ หมอประจำหมู่บ้านที่เคยมาตรวจก็เอาแต่เอ่ยว่า ยาที่ใช้รักษามารดานางนั้นแพงมาก หากไม่มีเงินให้ เขาก็มิอาจทำการรักษาได้ ในยามนั้นหลี่ม่านตัดสินใจไปคุกเข่าขอร้องให้คนเรือนใหญ่เมตตา แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคำด่าทอที่ไร้ซึ่งความเห็นใจ คนตระกูลฟานไม่ยอมเจียดเงินให้แม้แต่เหรียญเดียว นี่จึงเป็นสาเหตุให้มารดาของนางอาการทรุดหนักขึ้นไปอีก

และสิ่งเดียวที่หลี่ม่านพอจะทำได้คือการขึ้นเขามาเก็บสมุนไพรในป่า เพื่อนำกลับไปต้มประทังอาการของมารดา

ก่อนหน้านี้นางก็ไม่ได้สนใจเรื่องสมุนไพรเท่าใดนัก ที่ขึ้นเขามาก็เพื่อล่าสัตว์ไปทำอาหารไม่ก็เอาไปแลกเงินแลกผ้าห่ม เพราะการใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลฟานนั้น สองแม่ลูกถูกเอาเปรียบทุกอย่าง หาสิ่งใดมาได้หากไม่รีบแลกของก่อนก็จะถูกพวกเขาริบไป

แต่นับตั้งแต่ได้พบกับตาเฒ่า พรานป่าผมขาวที่ชอบมานั่งตกปลาแถบแม่น้ำลึกเข้าไปในป่า เด็กสาวที่ล่าสัตว์อยู่เป็นนิด ก็เปลี่ยนอาชีพมาหาสมุนไพรไปแลกข้าวปลาอาหารแทน เพราะคนตระกูลฟานไม่แยแสรากไม้ใบหญ้าเหล่านี้ พวกเขาต่างก็มองว่ามันไร้ค่าไร้ราคา ไม่มีประโยชน์ที่จะนำมาใช้งานหรือทำให้อิ่มท้อง

ผิดกับหลี่ม่าน นางรู้ว่าการศึกษาเรื่องสมุนไพร จะสร้างประโยชน์ให้นางได้ดีกว่าการล่าสัตย์มาให้คนเรือนใหญ่แย่งชิงไปนัก และในแต่ละวัน นางก็จะออกมาหาสมุนไพรไปปรุงยารักษาโรคนั้นโรคนี้เก็บเอาไว้ ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ถึงกระนั้นเด็กสาวก็ไม่เคยคิดที่จะหยุดทำ นางยังคงตั้งใจเรียนรู้อยู่เรื่อย ๆ

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่นางออกมาตั้งแต่เช้า เพื่อเสาะหาต้นสมุนไพรที่มีอยู่ในตำราเล่มเก่า ที่ระบุไว้ว่ามันสามารถขจัดอาการไอได้ผลดีนัก ทั้งยังมีสรรพคุณฟื้นฟูร่างกายด้วย

“ลองหาอีกนิดดีกว่า ไม่แน่ใกล้ ๆ กันนี้อาจจะมีอีก” นางเอ่ยพลางมองซ้ายแลขวาหาจุดที่น่าจะมีสมุนไพรชนิดนี้ และแล้ววันนี้เด็กสาววัยสิบห้าก็โชคดีนัก สิ่งที่นางหวังนั้นมีจริง ๆ

“ดูท่าที่นี่คงจะเป็นถิ่นของเจ้าสินะ” หลี่ม่านเอ่ยเสียงสดใส แต่ก็ใช่ว่านางจะขุดเอาสมุนไพรนี้กลับไปอย่างที่คิดไว้คราแรก หลังจากเห็นว่ามันมีอยู่มากมาย เด็กสาวก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ขุดขึ้นมาทั้งหมด นางจะรอให้การปรุงยาสำฤทธิ์ผลก่อนค่อยมาเก็บทีเดียว สมุนไพรเหล่านี้จะได้ไม่สูญเสียสรรพคุณ

“ไว้วันหน้าข้าจะมาใหม่นะ พวกเจ้าเติบโตกันให้ดีล่ะ” นางเอ่ยบอกสมุนไพรเหล่านั้นราวกับมันสามารถรับฟังคำพูดได้

จากนั้นหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์ที่เริ่มโผล่พ้นแนวเขาขึ้นมาทีละน้อย เด็กสาวสูดเอาอากาศสดชื่นนั้นเข้าปอดก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “เดินดูอีกหน่อยดีกว่า เผื่อจะได้อะไรมาเพิ่ม” นางเอ่ยพลางล้วงเอาตำราเล่มเก่าออกมาตรวจดูภาพต้นสมุนไพร

ทว่าตำราที่นางถือกลับดูไม่เหมือนตำราในยุคที่นางอยู่เลย มันเหมือนตำราที่อยู่ระหว่างยุคเก่ากับยุคใหม่ คนทำขึ้นน่าจะมีสมองอัจฉริยะมากพอสมควร ส่วนเหตุผลที่พรานเฒ่ามอบตำรานี้ให้นาง อาจเป็นเพราะเขาอ่านเนื้อหาด้านในไม่ออกกระมัง จึงได้คิดเอาตำรานี้มาแลกกับไก่ป่าที่นางล่ามาได้

คราแรกหลี่ม่านก็ไม่ได้สนใจเท่าใดนัก แต่พอได้อ่านนางก็มองเห็นประโยชน์อันมหาศาลที่แฝงอยู่ในตำราเล่มนี้ ในยามนั้นนางจึงไม่นึกเสียดายเรื่องที่เอาไก่ป่าตัวโตแลกมา

เมื่อเห็นแดดออกหลี่ม่านจึงตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในป่าอีกเล็กน้อยเพื่อหาเก็บเพิ่มเติม ไม่นานนัก... ตะกร้าไม้ไผ่บนหลังก็เต็มไปด้วยสมุนไพรหลายชนิด นอกจากจะแบ่งไว้ให้ท่านแม่รักษาตัวแล้ว หากมีเหลือเฟือหรือเป็นสมุนไพรที่ไม่ต้องใช้ในการรักษา นางจะนำไปแลกเกลือหรือแป้งหยาบกับชาวบ้านเอาเก็บไว้ทำกิน

ทว่าในจังหวะที่หลี่ม่านกำลังจะหมุนตัวเดินกลับ ทันใดนั้น หูก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วมาจากพุ่มไม้หนาทึบด้านหน้า

กุก... กุก...

หญิงสาวชะงักฝีเท้าลงทันที นางค่อย ๆ ย่อตัวหมอบราบลงกับพื้นอย่างเงียบเชียบ สายตาคมกริบมองลอดผ่านกิ่งก้านใบไม้เข้าไป จนกระทั่งเห็นไก่ป่าตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์กำลังก้มเงย คุ้ยเขี่ยหาเมล็ดพืชอยู่ใต้พุ่มหญ้า นางเผยยิ้มกริ่มชอบใจทันที

มันเป็นไก่ป่าที่ตัวอ้วนไม่น้อยเลยทีเดียว

หากสามารถจับมันกลับไปได้ นอกจากท่านแม่จะมีน้ำแกงร้อน ๆ รสชาติเข้มข้นไว้ดื่มบำรุงร่างกายแล้ว ขนาดของมันยังเหลือเก็บไว้กินได้อีกหลายมื้อติดต่อกันเลยเชียว

หลี่ม่านสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ค่อย ๆ ปลดอาวุธไม้ที่เหน็บซ่อนไว้อย่างดีข้างตะกร้าออกมาถือไว้ในมือ

อาวุธชิ้นนี้คืองานประดิษฐ์ที่นางลงมือทำขึ้นด้วยตนเองเมื่อปีก่อน หลังจากที่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกอยู่นานหลายเดือน ทั้งทดลองดัดไม้ไผ่ ทำสายดีดจากเอ็นป่านที่เอาสมุนไพรไปแลกมา ไหนจะตั้งใจเหลาไม้ไผ่ทีละชิ้นจนกลายเป็นลูกดอก แม้ว่ามันจะยังดูไม่สมบูรณ์แบบ แต่นางก็มั่นใจว่ามันมีความแม่นยำกว่า การหยิบก้อนหินขึ้นมาขว้างตามสัญชาตญาณหลายเท่าตัวนัก

หลี่ม่านขยับคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้ข้อศอกยันหัวเข่าข้างที่ตั้งอยู่ให้มั่นคงไม่สั่นไหว จากนั้นก็ค่อย ๆ เล็งปลายลูกดอกตรงไปยังเป้าหมายที่กำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหารโดยไม่แยแสสิ่งใด