พรากรัก ~ 4
เช้าวันเสาร์ คฤหาสน์มาราสกุลกิจ..
“ส้มเช้ง!” วรรณนรีเรียกหาหัวหน้าแม่บ้าน
“คะ คุณท่าน”
“ตาดริวลงมาหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ”
“ให้ใครขึ้นไปปลุก แล้วบอกหลานฉันด้วยว่าวันนี้อย่าลืมว่ามีนัด!”
“ค่ะ คุณท่าน”
วรรณนรีสั่งการแม่บ้านก่อนจะเดินไปยังโต๊ะอาหาร
...บ้านเรือนไทยอัครภักดีพิชัย...
เช้านี้นวลพรรณเรียกหาดาริกาหลานสาวของเธอตั้งแต่เช้า
“คุณย่าอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ หนูจะทำให้ทาน” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นเพราะระยะนี้ย่าของเธอทานได้น้อยกว่าปกติ
“ย่าไม่อยากกินอะไรหรอกยัยหนู ย่าอยากคุยกับหนู”
“ย่าจะพูดอะไรกับหนูเหรอคะ” ดาริการู้สึกรับรู้ได้ถึงลางสังหรบางอย่าง
“ย่ารับปากกับย่าวรรณเอาไว้..”
“ย่ารับปากอะไรคะ”
“จะให้หนูแต่งงานกับหลานชายของย่าวรรณ”
“อะไรนะคะ! แต่งงาน!”
“ย่าขอนะยัยหนู”
“แต่ย่าคะ..”
“ทำเพื่อย่า..ก่อนย่าจะตาย เพื่อปลดภาระหนี้สินและรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้..”
“แต่เราไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นก็ได้นะคะ หนูจะพยายามเอาบ้านหลังนี้คืนมาให้ได้ค่ะ”
“หนูก็รู้ดีนะลูก หนูไม่มีกำลังและเวลามากพอที่จะทำได้”
“หนูขอโทษค่ะย่า หนูจะทำงานให้มากขึ้น”
“มันไม่ใช่ความผิดของหนูหรอกลูก แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้จะไม่ทันกาล เราจะรักษาบ้านของท่านปู่ไว้ไม่ได้”
“ย่าคะ..”
“วรรณเขารับปากย่าว่าจะจัดการให้ ก่อนตายย่าจะได้หมดห่วง รับปากย่าได้ไหมลูก”
ดาริกามองแววตาอ้อนวอนของผู้เป็นย่าอย่างวิตกกังวลและสะเทือนใจ
“ทำเพื่อย่า ก่อนย่าจะตาย ได้ไหมยัยหนู..” นวลพรรณเอ่ยขอร้องหลานสาวอีกครั้ง ดาริกานิ่งคิดก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา..
“ค่ะ..คุณย่า”
“ขอบใจมากลูก ขอบใจที่ทำเพื่อย่าเป็นครั้งสุดท้าย” นวลพรรณเอ่ยแล้วน้ำตาไหลออกมา เธอจะได้หมดห่วง หลานผู้เป็นที่รักจะได้ไม่ตกระกำลำบากในวันที่เธอจากไป..บ้านแสนรักหลังนี้ก็ยังคงดำรงอยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน..
ฝั่งวรรณนรีทานอาหารเรียบร้อยแล้วก็นั่งอ่านหนังสือรอหลานชายตัวดีในห้องโถงจนกระทั่งสายเกือบ 10โมงกว่าพ่อตัวดีจะลงมา
“ลงมาได้แล้วหรือ”
“ครับย่า”
“งั้นก็ออกไปกันได้แล้ว”
“ไปไหนครับ ผมยังไม่ได้กินมื้อเช้าเลย”
“ไม่ต้องกงไม่ต้องกินมันแล้ว อยากจะลงมาสายดีนัก”
“ย่าา!”
“ส้มเช้ง!”
“คะ คุณท่าน”
“ไปบอกนายกร เตรียมออกรถ!”
“ค่ะ คุณท่าน”
“ไป!” วรรณนรีหันไปทำตาดุๆ หน้าเคร่งขรึมมองหลานชาย แอนดริวจำใจยอมเดินตามย่าไปยังรถ
เมื่อนายกรคนขับรถเคลื่อนรถออกจากคฤหาสน์ แอนดริวก็เปิดฉากซักถามผู้เป็นย่าทันที
“ย่าจะพาผมไปไหน!”
“ย่าบอกเราไปแล้วนะ วันนี้มีนัดจะพาเราไปดูตัว..ว่าที่เจ้าสาว”
“ยัยหน้าจืดนั่นน่ะเหรอ” แอนดริวเอ่ยพึมพำพร้อมกับทำหน้าเซ็งๆ
“ว่าที่เจ้าสาวของเรา “ หนูพราว “ เรียบร้อยอ่อนหวานกิริยามารยาทอ่อนโยน เป็นกุลสตรีเก่งงานบ้านงานเรือนทุกอย่าง” วรรณนรีพูดไปก็นึกถึงหลานสาวของเพื่อนรักอย่างรักใคร่เอ็นดู
“หนูพราวของย่า เธอทำอาชีพอะไรเหรอครับ”
“หนูพราวอยู่บ้านดูแลย่าของเธอ ทำขนมไทยส่งขายและงานเย็บปักถักร้อยต่างๆ”
“ทำขนมหวาน..ทำไปกินไป(ตัวจริงต้องอ้วนฉุหน้าเป็นมันเยิ้มแน่ๆเลย เอารูปสมัยไหนมาให้เราดูนะ)” แอนดริวนึกภาพของว่าที่เจ้าสาวในมโนภาพ
นายกรขับรถครึ่งชั่วโมงก็มาถึงฝั่งธน รถหรูเลี้ยวเข้าซอยมาจอดหน้ารั้วไม้เก่าแก่ คนขับรถบีบแตรรถไม่นานก็มีชายวัยกลางคนมาเปิดประตูรั้วให้รถขับผ่านเข้าไป ขณะที่รถเคลื่อนผ่านประตูเข้ามาด้านใน แอนดริวรู้สึกวังเวงกับบรรยากาศชอบกล รอบรั้วบ้านปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่หนาทึบ รถแล่นเข้ามาจอดหน้าเรือนไทยหลังใหญ่ วรรณนรีก้าวลงจากรถด้วยความคุ้นเคย
“ลงมาสิตาดริว”
แอนดริวก้าวลงจากรถก็รับรู้ได้ถึงลมเย็นๆที่พัดมาสัมผัสกับร่างกายของเขา
“วังเวงชะมัด!”
“ไป..เข้าไปด้านใน”
“ผมขอเดินดูรอบๆแป๊บนึงนะครับย่า เดี๋ยวผมตามเข้าไป” แอนดริวหาทางถ่วงเวลาที่จะเจอกับว่าที่เจ้าสาวของเขาให้ช้าที่สุด
“อย่างนั้นก็รีบตามย่าเข้าไปล่ะ อย่ามัวแต่โอ้เอ้อยู่นะตาดริว!”
“คร้าบบบ..ย่าาา”
แอนดริวเดินดูบรรยากาศโดยรอบ เดินมาจนถึงมุมหนึ่งเขาก็ได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมา
“หิวขึ้นมาเลยแฮะ” แอนดริวลูบท้องตัวเองป้อยๆเพราะยังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า เขาเดินตามกลิ่นอาหารไป จนมาถึงชานเรือนกว้างๆเชื่อมต่อมาจากด้านหลังของเรือนไทยหลังใหญ่ คงจะเป็นห้องครัวแบบไทยๆ เขายืนมองเห็นด้านหลังของผู้หญิงคนหนึ่งผมยาวสลวยกำลังง่วนอยู่กับการทำอะไรสักอย่างตรงหน้า
“คงจะเป็นแม่ครัวล่ะมั้ง” ชายหนุ่มคิด
“คุณเป็นใคร!”
“ห๊ะ!” แอนดริวรีบหันไปทางต้นเสียง
“คุณเป็นใคร? เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!” ป่านถือไม้กวาดชูขึ้นเตรียมพร้อมจะฟาดคนตรงหน้า
“ผ่ะ..ผม..ผมเป็นหลานของย่าวรรณครับ” แอนดริวรีบบอกหญิงตรงหน้า
“อ๋อ..ป่านตกใจหมดเลย งั้นเชิญทางด้านโน้นค่ะ” ป่านลดไม้กวาดลงแล้วเดินนำแอนดริวไปยังห้องของนวลพรรณ แอนดริวหันไปมองทางห้องครัวแว๊บหนึ่งก่อนจะเดินตามไป
แอนดริวเข้ามาหาย่าในห้องของนวลพรรณ แต่เจ้าของห้องนั้นนอนหลับไปแล้ว ย่าของเขาจึงชวนเขาออกมาด้านนอก
“ป่าน..”
“คะ คุณท่าน”
“หนูพราวอยู่ที่ไหน”
“คุณหนูทำอาหารกับขนมอยู่ค่ะ”
“ดีเลย..ตาดริว! เราไปดูน้องทำขนมกับย่า”
“เฮ้อ..ครับ..” แอนดริวรับคำของย่าพร้อมกับถอนหายใจ ทำหน้าเซ็งๆ เขาเดินตามผู้เป็นย่าไปก็คิดไป..(หนูพราวหรือว่าหนูพร้าวเหม็นหืน อยู่แต่หน้าเตาทำขนมทั้งวัน หน้าคงจะมันเยิ้ม กลิ่นตัวคงจะเหม็นควันเหม็นไฟ)
