พรากรัก ~ 2
รุ่งเช้า..บ้านไม้เรือนไทยทรงโบราณของตระกูลผู้ดีเก่า "อัครภักดีพิชัย" ดาริกา สาวสวยอ่อนหวานเรียบร้อยแบบฉบับตระกูลผู้ดีเก่า หลานสาวคนเดียวของบ้านวัย 25ปี พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตขณะที่เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่1 บางข่าวก็ว่าเป็นอุบัติเหตุ บางข่าวก็ว่าฆ่าตัวตายหนีภาระหนี้สินและอับอายที่ถูกฟ้องร้องล้มละลาย คุณปู่ของเธอมีเชื้อสายเป็นหม่อม แต่ท่านมีภรรยาหลายคน เมื่อท่านเสียชีวิต ย่าของเธอก็เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะมาโดยตลอด จากเมื่อก่อนเธอเป็นคนอารมณ์ดียิ้มง่าย ครอบครัวของเธอมีความสุขอบอุ่น อยู่อย่างสุขสบาย จนกระทั่งพ่อของเธอบริหารธุรกิจล้มละลายและเสียชีวิตลง จากนั้นมาดาริกาก็ไม่เคยยิ้มได้อีกเลย เธอเรียนมหาวิทยาลัยจนกระทั่งปี4 นวลพรรณ คุณย่าของเธอก็ป่วยล้มหมอนนอนเสื่อ เธอจึงตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยมาดูแลย่าญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเธอและดูแลบ้านโดยมีพี่ป่านพี่เลี้ยง,น้าเนียนผู้ช่วยงานบ้านและลุงสานคนสวนที่เธอต้องดูแลอีก 3ชีวิต เอกวุฒิแฟนหนุ่มที่คบหาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมที่เธอคิดว่าจะพึ่งพาเขาได้ในอนาคต เมื่อเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปเรียน เอกวุฒิก็พลาดพลั้งไปทำรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยท้องในขณะที่เขากำลังเรียนอยู่ปี2 เมื่อรุ่นน้องคลอดก็ทิ้งลูกไว้ให้เขาเลี้ยงแล้วก็หนีเขาไป ลำพังตัวเขาเองก็เอาตัวไม่รอด ต้องหาเช้ากินค่ำไม่เป็นหลักแหล่งจนต้องพาน้องออยลูกสาววัย 4ขวบ มาฝากไว้ที่บ้านของเธอ ดาริกาจึงต้องรับผิดชอบดูแลผู้อาศัยภายในบ้านทั้งหมด 5ชีวิต กับภาระหนี้สินจากธุรกิจล้มละลายที่พ่อของเธอทิ้งไว้เป็นมูลค่า 8ล้าน บ้านเรือนไทยเก่าแก่ที่อาศัยอยู่ก็ติดจำนองกับธนาคารเป็นมูลค่า 3ล้าน เธอต้องปากกัดตีนถีบ อดหลับอดนอนทำขนมไทยส่งขายและรับงานเย็บปักถักร้อยทุกประเภทมาทำที่บ้านเพื่อพยายามรักษาบ้านและดูแลรักษาคุณย่าที่ป่วย
ดาริกานั่งปักผ้าอยู่ริมระเบียง คิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา จนกระทั่งพี่เลี้ยงมาเรียกเธอ
“คุณหนูคะ คุณท่านเรียกหาค่ะ”
“จ้ะพี่ป่าน”
“ก๊อกๆ” ดาริกาเคาะประตูห้องของย่านวลพรรณก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
“คุณย่าเรียกหาหนู ต้องการอะไรหรือเปล่าคะ”
“เข้ามานั่งใกล้ๆย่าสิลูก”
“ค่ะ..คุณย่า” ดาริกานั่งลงบนเตียงไม้โบราณใกล้ๆ นวลพรรณ
“ก่อนตาย..ย่าอยากจะขอให้หลานทำเพื่อย่าสักเรื่องนึงนะลูก”
“คุณย่า! คุณย่าอย่าพูดเลยค่ะ นอนพักเยอะๆ คุณย่าต้องอยู่กับหนูไปนานๆนะคะ” ดาริกาพยายามเข้มแข็ง ไม่ให้น้ำตาของเธอไหลออกมา
“ย่าอยู่กับหนูไปตลอดไม่ได้หรอกลูก เมื่อถึงเวลาย่าก็ต้องไป..”
“คุณย่าอย่าทิ้งหนูไปอีกคนเลยนะคะ..”
“ย่ารักหนูมากนะลูก”
“หนูก็รักย่ามากค่ะ” ดาริกาน้ำตาคลอซบหน้าลงบนอกของย่าแล้วกอดไว้แน่น
“ถ้าย่าไม่อยู่..ย่าอยากจะขอหนู อย่าทิ้งบ้านหลังนี้..อย่าทิ้งคนในบ้าน จะได้ไหมลูก”
“ได้ค่ะย่า หนูจะรักษาบ้านหลังนี้ไว้และดูแลทุกคนในบ้านนี้เท่าที่หนูจะทำได้” เธอรู้ดีว่าย่ารักและผูกพันกับบ้านหลังนี้มาก
“หนูเป็นคนดี จิตใจอ่อนโยน ย่าเชื่อมั่น ไม่ว่าหนูจะอยู่ที่ไหน ก็จะมีคนรักคนเมตตา แต่จงจดจำสิ่งที่ท่านปู่และพ่อของหนูสอนไว้นะลูก อยู่อย่างเข้มแข็งและอดทน แต่อย่าละทิ้งหน้าที่และศักดิ์ศรีของตัวเอง”
“ค่ะคุณย่า..หนูจะจดจำไว้ให้ขึ้นใจ” ดาริกากอดซึมซับความรักความอบอุ่นและคำสอนจากย่า เธอรับรู้ได้ว่าย่าคงจะอยู่กับเธอได้อีกไม่นาน...
เช้าวันนี้วรรณนรีแวะมาเยี่ยมเพื่อนรักอีกครั้ง..
“สวัสดีค่ะคุณย่าวรรณ”
“สวัสดีจ้ะหนูพราว นวลเป็นยังไงบ้าง”
“คุณย่าอาการไม่ดีขึ้นเลยค่ะ มีแต่ทรงกับทรุด คุณย่าวรรณช่วยพูดให้คุณย่าไปรักษาที่โรงพยาบาลได้ไหมคะ”
“ย่าจะลองพูดเกลี้ยกล่อมให้นะลูก”
“ขอบคุณมากค่ะคุณย่า” ดาริกาเอ่ยขอบคุณอย่างมีความหวังในการรักษาคุณย่ามากขึ้น เธอเดินมาส่งวรรณนรีที่หน้าห้องของนวลพรรณแล้วเปิดประตูให้หญิงชราเข้าไปคุยกับย่าของเธอก่อนที่เธอจะกลับมาก้มหน้าก้มตาเร่งทำขนมให้เสร็จทันเวลาส่ง
“นวล..”
“วรรณ..ดีจังที่เธอมา”
“นวล..ไปหาหมอ ไปโรงพยาบาลกับฉันนะ..”
“ไม่! ฉันไม่อยากไปไหน ฉันอยากจะอยู่และตายที่นี่..”
“ถ้าเธอไม่ไปรักษาตัวก็จะทรมานอยู่แบบนี้ ไปรักษาเผื่อจะดีขึ้น ถ้าไม่ทำเพื่อตัวเองก็ถือซะว่าเห็นใจหลานสาวของเธอเถอะนะ”
“มันไม่ดีขึ้นหรอกวรรณ ฉันรู้ตัวดี ที่ฉันทนอยู่ก็เพื่อยายหนู เรื่องที่ฉันขอเธอไว้..”
“เธอไม่ต้องกังวลนะ ฉันรับปากว่าจะดูแลหนูพราวอย่างดี ฉันจะให้หลานชายคนเดียวของฉันแต่งงานกับหนูพราว”
“หลานของเธอจะยอมหรือ”
“ยอมสิ เธอไม่ต้องห่วงอีกแล้วนะ ฉันจะดูแลหนูพราวเอง นอนพักเถอะ” วรรณนรีรับปากเพื่อนรักไปก็แอบวิตกกังวลว่าพ่อหลานชายตัวดีของเธอจะฟาดงวงฟาดงาขนาดไหนถ้ารู้เรื่องนี้ แล้วเขาจะยอมทำตามหรือเปล่า วรรณนรีครุ่นคิด
