6
"คารวะพระสนม"
ซูหว่านหนิงพยักหน้า
"มีอะไร"
นางกำนัลคุกเข่าลงทันที
"ข้าน้อยทำป้ายหยกของพระสนมหลินหายเพคะ"
ชิงเหอสะดุ้ง ป้ายหยกของพระสนม หากทำหายจริง อย่างน้อยต้องถูกโบย หนักกว่านั้นอาจถูกไล่ออกจากวัง
"ข้าน้อยหามาทั้งวันแล้ว" นางกำนัลร้องไห้
"แต่หาไม่พบ"
"แล้วเหตุใดถึงมาที่นี่"
ซูหว่านหนิงถาม
"ข้าน้อย" นางชะงัก ก่อนตอบอย่างอาย ๆ
"หลงทางเพคะ"
ชิงเหอหลุดหัวเราะพรืด ตำหนักเย็นอยู่ท้ายวัง จะหลงมาได้อย่างไรกัน นางกำนัลหน้าแดงทันที
"ข้าน้อยรีบร้อนเกินไป อีกอย่างก็เพิ่งเข้าวังมาได้ไม่นาน ยังไม่ชำนาญเส้นทางเพคะ"
ซูหว่านหนิงไม่ได้สนใจนัก แต่จังหวะนั้นเอง สายตาของนางกวาดผ่านใบหน้าหญิงสาว จากนั้นก็หยุดนิ่ง
ในฐานะจิ้งจอกพันปี นางมองโชคชะตาได้เล็กน้อย แม้ตอนนี้พลังจะเหลือไม่มาก แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ยังพอทำได้อยู่ สงสารที่อีกฝ่ายยังเด็กอยู่มาก ข้าจะช่วยนางเอาบุญก็แล้วกัน
ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในหัว สระบัว ทางเดินหิน ต้นหลิว และแมวลายส้มตัวหนึ่ง ซูหว่านหนิงกะพริบตา
"เจ้าเดินผ่านสระบัวทางทิศตะวันออกหรือไม่"
นางกำนัลอึ้งไป
"ใช่เพคะ"
"ระหว่างทางมีแมวตัวหนึ่งกระโดดใส่เจ้า"
หญิงสาวเบิกตากว้าง
"พระสนมทราบได้อย่างไร!"
ชิงเหอก็อ้าปากค้างเช่นกัน ซูหว่านหนิงไม่ตอบ
"ป้ายหยกไม่ได้หาย"
"เพคะ?"
"ติดอยู่บนกิ่งหลิว ข้างสระบัว"
นางกำนัลนิ่งไป จากนั้นรีบลุกขึ้น
"จริงหรือเพคะ!"
"ไปดูก็รู้"
หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรีบวิ่งออกไป
หนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง นางกำนัลคนเดิมวิ่งกลับมา คราวนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ในมือกำป้ายหยกเอาไว้แน่น
"เจอแล้วเพคะ!"
ชิงเหอสะดุ้ง
"เจอจริงหรือ"
"เจอจริง ๆ เพคะ" นางกำนัลแทบร้องไห้อีกครั้ง
"ติดอยู่บนกิ่งหลิวตามที่พระสนมบอกทุกประการ!"
ชิงเหอหันไปมองซูหว่านหนิง ดวงตาเป็นประกาย
"พระสนมเพคะ!"
"อืม"
"ท่านรู้ได้อย่างไร"
"เดา"
ชิงเหอไม่เชื่อเลยสักนิด นางกำนัลก็ไม่เชื่อเช่นกัน แต่ก่อนจะได้ถามอะไรอีก ซูหว่านหนิงก็โบกมือไล่
"เจอของแล้วก็กลับไปเถิด"
"เพคะ!"
หญิงสาวรีบคำนับ แต่ก็แอบเอาขนมที่ซุกซ่อนออกมา
“นี่คือน้ำใจของข้าน้อยเพคะ พระสนมทรงรับไว้นะเพคะ “ นางรู้ดีว่าพระสนมที่อยู่ตำหนักเย็นใช้ชีวิตลำเค็ญเพียงใด แต่นางก็เป็นเพียงนางกำนัลตัวเล็กๆ จึงตอบแทนได้เพียงแค่ขนมเล็กน้อยเท่านั้น
“ขอบใจเจ้ามาก ไปเถอะ” ซุหว่านหนิงยิ้มอย่างใจดี นางกำนัลน้อยจากไปด้วยความซาบซึ้ง ก่อนไปยังบอกว่าหากมีอะไรให้ช่วยเหลือ บอกข้าได้เลย
เมื่อออกจากตำหนักเย็น นางกำนัลผู้นั้นยังตื่นเต้นไม่หาย ระหว่างทางกลับ จึงเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนสนิทฟัง เพื่อนสนิทก็ไปเล่าต่อ อีกคนก็เล่าต่ออีก
เพียงวันเดียว ข่าวลือเล็ก ๆ ก็เริ่มแพร่กระจายภายในวัง
"ได้ยินหรือยัง"
"อะไร"
"พระสนมซูแห่งตำหนักเย็น"
"ทำไมหรือ"
"นางรู้ตำแหน่งของป้ายหยกที่หายไป"
"จริงหรือ?"
"ได้ยินว่าแม่นราวกับเทพเซียน"
ข่าวลือเริ่มเดินทางจากปากหนึ่งสู่อีกปากหนึ่ง ส่วนต้นตอของเรื่องทั้งหมด กำลังนอนเอกเขนกอยู่ใต้ต้นไม้ กินแตงกวาที่เพิ่งเก็บจากสวนอย่างมีความสุข
เมล็ดพันธุ์ของแตงกวาก็มาจากเจ้าไก่อ้วนสองตัวที่ไปจิกกินและนำมาทิ้งเอาไว้ให้ มันจึงงอกขึ้นมา ทำให้ตอนนี้ในตำหนักเย็นมีเมล็ดพันธุ์ผักชนิดอื่นเพิ่มขึ้นมาอีกหลายชนิด
ซูหว่านหนิงไม่รู้เลยว่าอีกไม่นาน ตำหนักเย็นอันสงบสุขแห่งนี้ กำลังจะมีแขกมาเยือนมากขึ้นเรื่อย ๆ และความฝันที่จะเป็นปลาเค็มของนาง ก็กำลังห่างไกลออกไปทุกที
ข่าวลือในวังหลวงแพร่กระจายเร็วกว่าไฟลามทุ่ง เพียงไม่กี่วัน เรื่องที่พระสนมซูแห่งตำหนักเย็นช่วยหาป้ายหยกก็ถูกเล่าต่อกันจนกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
จากเดิม
"พระสนมซูช่วยหาป้ายหยก"
กลายเป็น
"พระสนมซูรู้อนาคต"
และสุดท้ายกลายเป็น
"พระสนมซูเป็นเทพเซียนลงมาจุติ"
"..."
เมื่อชิงเหอเล่าให้ฟัง ซูหว่านหนิงถึงกับเงียบไปนาน มนุษย์ช่างจินตนาการเก่งจริง ๆ
"พระสนมเพคะ"
"อืม"
"ท่านเป็นเทพเซียนจริงหรือไม่เพคะ"
ซูหว่านหนิงมองนาง
"เจ้าคิดว่าอย่างไร"
ชิงเหอครุ่นคิดอย่างจริงจัง
"ข้าคิดว่า..."
"ว่า?"
"ท่านน่าจะเป็นเทพเซียนที่ชอบกินมาก" ได้ยินแบบนั้นนางก็หัวเราะคิก เด็กคนนี้ชักจะฉลาดขึ้นแล้ว
ช่วงบ่ายวันนั้น ซูหว่านหนิงกำลังนอนรับแดดอยู่บนเก้าอี้ไม้
อาหวางกับผัวรักของนาง นอนหมอบอยู่ข้างเท้า ชิงเหอกำลังเด็ดผัก ชีวิตสงบสุขอย่างยิ่ง แต่ความสงบอยู่ได้ไม่นาน เพราะเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ชิงเหอรีบวิ่งไปเปิด ด้านนอกมีหญิงสาวสองคนยืนอยู่ ทั้งคู่แต่งกายเป็นนางกำนัล แต่เนื้อผ้าดูดีกว่าคนทั่วไป เห็นได้ชัดว่ามาจากตำหนักของพระสนมที่มีฐานะ
"มีเรื่องอันใดหรือ"
ชิงเหอถาม หญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมา
"พวกข้ามาขอพบพระสนมซู"
ชิงเหอหันกลับไปมอง ซูหว่านหนิงยังนอนอยู่
"มีอะไร" นางถามทั้งที่ยังไม่ลืมตา หญิงสาวทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนคนหนึ่งจะย่อตัวคารวะ
"ข้าน้อยชิวเยว่ นางกำนัลประจำตำหนักฮวาหยาง"
"อืม"
"ข้าน้อยทำต่างหูไข่มุกหายเพคะ"
ซูหว่านหนิงลืมตาขึ้นช้า ๆ
"แล้ว?"
"..."
ชิวเยว่อึ้งไป ปกติคนอื่นจะถามรายละเอียดไม่ใช่หรือ
