บท
ตั้งค่า

7

"ข้าน้อยได้ยินว่าพระสนมสามารถหาของหายได้"

อ้อ… มาทดสอบสินะ ซูหว่านหนิงเข้าใจทันที

ข้างหลังชิวเยว่ หญิงสาวอีกคนกำลังพยายามกลั้นยิ้ม เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เดือดร้อนเรื่องต่างหูเลยสักนิด คงอยากมาดูว่านางเป็นคนจริงหรือเทพเซียนกันแน่

"พระสนม" ชิงเหอกระซิบ "พวกนางคงไม่เชื่อข่าวลือ"

"อืม... น่าจะใช่" ซูหว่านหนิงพยักหน้า ไม่เชื่อก็ดี นางเองก็ไม่อยากดัง ยิ่งมีคนมาน้อยยิ่งดี แต่เมื่อคนมาถึงหน้าประตูแล้ว หากไม่ตอบอะไรเลยก็เสียมารยาท

ซูหว่านหนิงจึงลุกขึ้นนั่ง สายตากวาดมองใบหน้าของชิวเยว่

ครู่หนึ่ง ภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัว ห้องแต่งตัว โต๊ะเครื่องแป้ง กล่องไม้สีแดงและแมว

อีกแล้วหรือ เหตุใดวังนี้จึงมีแต่แมวสร้างปัญหา

"เจ้ามีแมวหรือไม่"

ชิวเยว่สะดุ้ง

"พระสนมทราบได้อย่างไรเพคะ"

"มีหรือไม่"

"มีเพคะ"

"สีขาว"

ดวงตาของชิวเยว่เบิกกว้าง

"ถูกต้องเพคะ"

คราวนี้แม้แต่นางกำนัลอีกคนก็เริ่มตกใจ ซูหว่านหนิงถอนหายใจ

"ต่างหูไม่ได้หาย"

"เพคะ?"

"แมวของเจ้าคาบไปเล่น"

ชิวเยว่กับเพื่อนมองหน้ากัน ซูหว่านหนิงชี้ออกไปนอกกำแพง

"ใต้เตียงในห้องของเจ้า มุมซ้าย ในกล่องไม้สีแดง ลองกลับไปดู"

บรรยากาศเงียบสนิท ครู่หนึ่ง หญิงสาวทั้งสองรีบคารวะ

"ขอบพระทัยพระสนม!" ก่อนวิ่งออกจากตำหนักเย็นอย่างรวดเร็ว ชิงเหอรีบวิ่งมานั่งข้างเก้าอี้ ดวงตาเป็นประกาย

"พระสนม!"

"ว่า"

"ท่านเก่งจริง ๆ ด้วย!"

"อืม... นี่คือคำชม"

"ท่านรู้ได้อย่างไร"

"เดา"

ชิงเหอไม่เชื่ออีกแล้ว

สองชั่วยามต่อมา ข่าวใหม่ก็สะเทือนไปทั่ววัง ต่างหูไข่มุกถูกพบแล้วจริง ๆ และอยู่ในกล่องไม้ใต้เตียงทุกประการ ไม่มีผิดแม้แต่น้อย คราวนี้ทั้งวังเริ่มแตกตื่น

หากครั้งแรกเป็นความบังเอิญ แล้วครั้งที่สองเล่า จะยังเป็นเรื่องบังเอิญได้อีกหรือ

ภายในตำหนักต่าง ๆ นางกำนัลเริ่มซุบซิบ

"ได้ยินหรือยัง"

"เรื่องพระสนมซูหรือ"

"ใช่!"

"ข้าได้ยินว่าทำนายแม่นมาก"

"บางคนบอกว่านางเห็นอนาคตได้"

"บางคนบอกว่าเป็นศิษย์สำนักเซียน" ข่าวลือยิ่งเล่าก็ยิ่งเกินจริง ส่วนต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด กำลังนั่งกินไข่ต้มอยู่ใต้ต้นไม้

"พระสนม" ชิงเหอรีบวิ่งเข้ามา

"ตอนนี้ทั้งวังกำลังพูดถึงท่านเลยเพคะ"

ซูหว่านหนิงหยิบไข่อีกฟอง

"พูดอะไรอีกล่ะ"

"ท่านไม่ดีใจหรือเพคะ"

"ไม่"

"เหตุใดล่ะ"

ซูหว่านหนิงมองท้องฟ้า ก่อนตอบอย่างจริงใจ

"คนเยอะน่ารำคาญ ข้าแค่อยากกินกับนอน แล้วก็ใช้ชีวิตจนหมดอายุขัย ข้าต้องการแค่นั้นจริงๆ" นางทำหน้าเมื่อยเล็กน้อย ก่อนหาวหวอด ๆ

“พระสนมไม่มีเรื่องที่อยากทำมากที่สุดหรือเพคะ” นางหมายถึงนอกจากกินกับนอน

“มีสิ”

“อะไรเพคะ” ชิงเหอถามอย่างตื่นเต้น

“อยากนอน"

"..."

"และกิน"

ชิงเหอหัวเราะออกมา สมแล้วที่เป็นพระสนมของนาง ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใหญ่เพียงใด สิ่งสำคัญที่สุดก็ยังเป็นการกินและการนอนอยู่ดี แต่ทั้งสองไม่รู้เลยว่า ในวันรุ่งขึ้น คนที่มาเยือนตำหนักเย็น จะไม่ใช่นางกำนัลอีกต่อไป หากเป็นพระสนมตัวจริง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อของพระสนมซู แพร่กระจายไปทั่ววังหลวงอย่างแท้จริง

หลังข่าวลือเรื่องหาของหายแพร่สะพัด ชีวิตของซูหว่านหนิงก็ยังเหมือนเดิม

ตื่นสาย กินข้าว รดน้ำผัก งีบกลางวัน แล้วค่อยคิดว่าจะกินอะไรเป็นมื้อเย็น แต่ถ้ามีคนมาให้ดูดวงหรือหาของที่หาย นางก็จะได้ขนมรสชาติแสนอร่อยเป็นของกำนัล หรือพวกเมล็ดพันธุ์ต่างๆ หลัง ๆ เริ่มมีเครื่องประดับพวกสร้อย ต่างหู แหวน กำไลหยกและปิ่นด้วย ซึ่งซุหว่านหนิงไม่อยากให้เสียน้ำใจ ก็รับเอาไว้ทั้งหมด ยิ่งถ้าเป็นเงินนางยิ่งรีบให้ชิงเหอรับเอาไว้ คนให้จะได้ไม่เสียกำลังใจ

ส่วนข่าวลือในวัง ไม่เกี่ยวกับนาง อย่างน้อยนางก็คิดเช่นนั้น

"พระสนมเพคะ" ชิงเหอวิ่งเข้ามาในสวนผักด้วยสีหน้าตื่นเต้น

"วันนี้อาหวางออกไข่สองฟอง!"

ซูหว่านหนิงที่กำลังนั่งปอกแตงโมเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกาย

"สองฟอง?"

"สองฟองเพคะ!"

"ดีมาก"

"คืนนี้ทำไข่ตุ๋นหรือไข่ต้มดีเพคะ"

ซูหว่านหนิงนิ่งคิดอย่างจริงจัง เรื่องนี้สำคัญมาก สำคัญกว่าข่าวลือในวังอีก

"ไข่ตุ๋นสิ ใส่ต้นหอมด้วย"

"บ่าวก็คิดเช่นนั้นเพคะ"

ชิงเหอยิ้มกว้าง จากนั้นทั้งสองก็เริ่มคุยกันเรื่องอาหารอย่างจริงจัง โดยไม่รู้เลยว่าด้านนอกตำหนักเย็น มีคนกำลังลังเลอยู่หน้าประตู

พระสนมอันมองประตูเก่า ๆ ตรงหน้า สีหน้าลังเล

"พระสนมซูอยู่ที่นี่"

"ใช่เพคะ"

พระสนมอันถอนหายใจเบา ๆ เดิมทีนางไม่เชื่อข่าวลือเลย แต่แมวที่เลี้ยงไว้หายไปสามวันแล้ว ค้นหาทั้งตำหนักก็ไม่พบ จึงตัดสินใจลองมาดูสักครั้ง หากไม่พบจริง ๆ ค่อยกลับ

"เข้าไปเถิด"

ภายในตำหนัก ซูหว่านหนิงกำลังนั่งแกะเมล็ดแตงโม ชิงเหอนั่งอยู่ข้าง ๆ ส่วนอาหวางและผัวรักกำลังเดินวนอยู่ใต้โต๊ะ

บรรยากาศสบายจนเหมือนบ้านชาวนา มากกว่าตำหนักในวัง พระสนมอันที่เดินเข้ามาถึงกับชะงัก

นี่หรือเทพเซียนที่คนทั้งวังกล่าวถึง เหตุใดกำลังนั่งกินแตงโมอย่างไม่ทุกข์ร้อนเช่นนั้น การถูกส่งมาอยู่ตำหนักเย็นต้องทุกข์ทนไม่ใช่หรือ ชิงเหอรีบลุกขึ้น

"คารวะพระสนมอัน"

ซูหว่านหนิงเงยหน้าขึ้น ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย

"เจ้ามีอะไรเหรอ นั่งก่อนสิ"

พระสนมอันยิ่งงุนงง อีกฝ่ายดูไม่เกร็งเลยสักนิด ทั้งที่ตนมีตำแหน่งสูงกว่า แต่กลับไม่ทำให้นางรู้สึกถูกดูหมิ่น กลับให้ความรู้สึกเหมือน เพื่อนบ้านชวนมานั่งคุย

"ข้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับท่าน"

พระสนมอันเปิดประเด็นตรง ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel